ชาวประมงเกาะช้างพลิกวิกฤตช่วงมรสุม นำเรือหางยาวจับกุ้งแชบ๊วยได้วันละ100ก.ก.

 เมื่อวันที่ 26 ส.ค. ชาวประมงพื้นบ้านคลองสนหมู่ 3 ต.เกาะช้าง อ.เกาะช้าง จ.ตราด อาศัยโอกาสช่วงมรสุมที่มีคลื่นลมแรง นำเรือหางยาวออกจับกุ้งแชบ๊วยและกุ้งขาว บริเวณปากอ่าวคลองสน หลังพบกุ้งแชบ๊วยและกุ้งขาวมาเป็นฝูงขนาดใหญ่ที่บริเวณดังกล่าวจำนวนมาก โดยชาวประมงพื้นบ้านจะนำอวนพร้อมเรือหางยาว ไปวางในทะเลช่วงที่เห็นว่ามีฝูงกุ้งจับกลุ่มกันบริเวณผิวน้ำ โดยมีทั้งวางในช่วงกลางคืนและในช่วงเช้า เมื่อดึงอวนขึ้นมาจะมีกุ้งแชบ๊วยและกุ้งขาวติดอวนขึ้นมาจำนวนมาก ก่อนจะนำอวนขึ้นเรือเข้าฝั่ง ซึ่งพบว่าชาวบ้านสามารถจับกุ้งได้ลำละประมาณ 30-100 ก.ก. ซึ่งเป็นกุ้งแชบ๊วยขนาดใหญ่และกุ้งขาวจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีปลาหลายชนิดติดอวนมาด้วย ทำให้ชาวบ้านมีรายได้เฉลี่ย 1,000-2,000 บาทต่อวัน นายวรวัฒน์ สนนิวาสสรดี อายุ 50 ปี ชาวประมงพื้นบ้านคลองสน กล่าวว่า ช่วงประมาณปลายเดือนส.ค.-พ.ย.ของทุกปี จะมีกุ้งทะเล เช่น กุ้งขาว กุ้งแชบ๊วย ว่ายมากับกระแสคลื่นมาบริเวณอ่าวคลองสน และย่านหาดทรายขาวของเกาะช้างจำนวนมาก ซึ่งในปีนี้ฝูงกุ้งดังกล่าวมาเร็วกว่าทุกปี ตั้งแต่เริ่มเข้าสู่มรสุมเป็นต้นมา ช่วงที่มีคลื่นลมแรงและน้ำในทะเลขุ่น ก็จะพบฝูงกุ้งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยชาวประมงพื้นบ้านที่มีเรือไฟเบอร์ขนาดกว้าง 1 เมตร ยาวประมาณ 3-4 เมตร ติดตั้งเครื่องหางยาว จะนำอวนออกไปวางในทะเลเพื่อจับกุ้ง ซึ่งวันนี้ตนเองจับได้กุ้งแชบ๊วยและกุ้งขาวได้ประมาณ 40-50 ก.ก. โดยจะมีพ่อค้า-แม่ค้า และเจ้าของโรงแรม-รีสอร์ท-ร้านอาหาร มารับซื้อถึงบ้านในราคาก.ก.ละ 250 บาท

ที่มา>>>ข่าวสด

ขายดีถึงกับต้องแจกบัตรคิว ขนมโตเกียวเมืองสุรินทร์ แม่ค้าฟันกำไรวันละเกือบหมื่นบาท

วันที่ 26 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่หน้าธนาคารกสิกรไทย สาขาสุรินทร์ พบผู้คนจำนวนมากต่างพากันเข้าแถวรอหลังรับบัตรคิวจากร้าน “สตังค์” ขนมโตเกียว โดยมีนางเจนจิรา เรืองโรจน์ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 42 บ้านโคกมะเมียน หมู่ 9 ต.นอกเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ เป็นเจ้าของร้าน ซึ่งเป็นรถเข็นพ่วงติดเตาทำขนม  โดยพบมีการนำบัตรจอดรถยนต์ สีเหลือง ที่หาซื้อได้ตามร้านค้าทั่วไป มาฉีกแยกลูกค้าหรือให้ลูกค้ามาฉีกเอาเอง เป็นหลักฐานบัตรคิวตามลำดับ เพื่อรอรับขนมโตเกียวที่สั่งไว้ โดยจำหน่ายไส้เค็ม 15 บาท พิเศษ 25 บาท ไส้หวาน 15 บาท และ แพนเค้ก 5 บาท สร้างรายงามกว่าวันละ 7,000 บาทจากการสังเกตพบว่าลูกค้าส่วนใหญ่มีทุกสาขาอาชีพ ทั้งเด็ก และผู้ใหญ่ ต่างกำบัตรคิวรอประมาณเกือบ 1 ชม.ถึงจะได้รับขนมโตเกียวที่สั่งไว้ หลากหลายอริยาบถ เพื่อชิมความอร่อย นานแค่ไหนก็รอได้เสมอ ไม่ว่าจะยืนรอ นั่งรอ หรือ บางรายฉลาดหน่อยซิ่งรถจยย.มาฉีกบัตรคิวไว้ก่อน แล้วสั่งทิ้งไว้ โดยระบุเวลามารับขนมโตเกียวนายรุ่งศักดิ์ กิจประสงค์ ลูกค้าขาประจำ กล่าวว่า ตนได้คิวที่ 18 มารอตั้งแต่เวลา 10.00 น.ตอนนี้เกือบเวลา 11.00 น. ขนมโตเกียวร้านนี้อร่อย นานแค่ไหนก็รอได้ เป็นลูกค้าขาประจำมาสักพักหนึ่งแล้ว ถือว่าเป็นร้านขนมโตเกียวเจ้าแรกของ จ.สุรินทร์ ที่มีการแจกบัตรคิว แล้วให้ลูกค้ารอ รสชาติอร่อย ราคาไม่แพง ให้เยอะมาก คนกินคุ้ม ตนชอบสั่งพิเศษ ราคา 25 บาทนายวรายุทธ อาษายุทธ ลูกค้าขาประจำอีกราย กล่าวว่า ตนเป็นลูกค้ารายแรก ไม่งงที่มีการแจกบัตรคิว เพราะแรกๆ ยังไงก็ไม่มีการแจกบัตรคิวให้ลูกค้า ก็เพิ่งมาเห็นตอนหลังเพราะว่ารอคิวมันนาน ต้นเดือนที่ผ่านมาเริ่มมีการแจกบัตรคิว ตนก็มาสั่งตลอดก็ไม่เคยได้ เพิ่งมาสั่งรอบนี้แหละถึงได้กิน รสชาติ อร่อย นุ่ม ไส้เยอะมาก ส่วนตนชอบไส้รวม มี เนื้อหมู ไข่นกกระทา ฮอตด็อก อร่อยมาก ถ้าอยากลองมาชิมสามารถมาซื้อได้ที่ด้านหน้าธนาคารกสิการไทย สำนักงานใหญ่  ใกล้วงเวียนน้ำพุสุรินทร์ด้าน นางเจนจิรา เจ้าของร้าน กล่าวว่า ตนเริ่มต้นจากเป็นสาวโรงงานบริษัท ส.ขอนแก่น ได้เงินเดือนพอสมควร แต่ค่าใช้จ่ายสูง แม่ไม่สบายบ่อยเลยหอบลูก 3 คน และสามี กลับมาอยู่บ้านที่ จ.สุรินทร์ ถ้าเกิดจะทำงานรับจ้างเขา คิดว่าถ้าเวลาแม่และลูกไม่สบาย ต้องลางานมาดูแล ไม่อยากลางานบ่อย และผลเสียกับตัวเราคือเงินไม่พอใช้ ต้องจำเป็นใช้จ่ายทุกวัน ก็เลยคิดค้าขายดีกว่า ทีแรกเริ่มต้นจาการขายลูกชิ้น แต่ว่ากำไรน้อย ขายแล้วเงินไม่พอใช้ เคยไปยืนดูเขาขายขนมโตเกียว เห็นว่าอาชีพนี้ ขายง่าย ขายดี แต่ตอนนั้นเป็นความคิดว่าเราจะขายเฉยๆ ไม่คิดว่าจะได้มาขายหรือขายดีเหมือนทุกวันนี้“ตอนนั้นคิดเพียงว่าอยากขาย และคิดว่าทำอย่างไรจะขายได้ คิดไปและขายลูกชิ้นไปด้วย เริ่มศึกษาสูตรการทำขนมโตเกียว มากว่า 2 ปี หลังกลับมาอยู่บ้าน  ขายขนมโตเกียว เพิ่งมาแจกบัตรคิว ได้ประมาณเดือนสองเดือนนี้ เพราะว่าลูกค้าเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ บางคนมีหงุดหงิด สั่งก่อนนะ ทำไมไม่ได้ ลูกค้าบางคนก็นั่งรอนาน”

นางเจนจิรา กล่าวต่อว่า เริ่มต้นขายขนมโตเกียวไม่มีทุนแม้แต่บาทเดียว ก็เลยโทรศัพท์หาย่า แล้วบอกว่า อยากขายโตเกียว ย่าให้เงินมาทำทุน 5,000 บาท จึงไปซื้อเตามาโดยที่ไม่มีอะไรเลย สูตรเริ่มจาการทดลอง และศึกษาจากอินเตอร์เน็ตส่วนหนึ่ง ประสบการณ์ที่เคยทำงานอยู่กับโรงงานขนมปัง ก็พอมีความรู้เกี่ยวกับแป้ง วิธีการผสม ก็เลยเอาตรงนั้นมาใช้ประโยชน์ ทุกวันขายขนมโตเกียวมีรายได้กว่าวันละ 7,000 บาท แจกคิวสูงสุด 170-180 ต่อวัน ในแต่ละวันตื่นตั้งแต่ตี 3 สามีไปจ่ายตลาด หาซื้อของ และมาช่วยกันเตรียมของ ซอยฮอตด็อก ซอยของ เพื่อทำไส้ต่างๆ และสามีก็จะทยอยทำมาส่งให้เพิ่มเติมเรื่อยๆเพราะสามีจะช่วยเลี้ยงลูกๆอยู่ที่บ้าน  เปิดขาย จันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่ 09.00 น.- 20.00 น.

ที่มา>>>ข่าวสด

วอนขอความช่วยเหลือชายใบหน้าผิดปกติแต่กำเนิดไม่มีเงินรักษา!

วันที่ 25 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าโลกออนไลน์แชร์เรื่องราวของชายคนหนึ่ง ที่มีใบหน้าผิดปกติตั้งแต่กำเนิด ไม่มีเงินทำศัลยกรรมผ่าตัด พักอาศัยอยู่ย่านวังทองหลาง กรุงเทพฯ โดยผู้ใช้งานเฟซบุ๊กชื่อ Melony Melon โพสต์รูปพร้อมข้อความระบุว่า

พอดีนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ มีพี่สาวคนนึงมาบอกว่า ช่วยแชร์เรื่องของพี่คนนี้หน่อย พี่เขาน่าสงสาร พี่เขาชื่อ สยมพร อุดมทัศนี อายุ 44 ปี เขาเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เกิด กินข้าวก็ลำบาก อยากผ่าตัดแต่ไม่มีตังค์ มันก็โตมาเรื่อยๆ ไปปรึกษาหมอ หมอบอกว่าถ้าผ่าตัดตายอย่างเดียวแต่ศัลยกรรมได้ แต่พี่เขาไม่มีตังค์ พี่เขาอยากเป็นพนักงานขับรถ หาเงินเลี้ยงพ่อ ใครอยากช่วยเหลือ ติดต่อไปตามที่อยู่นี่ได้ค่ะ 293/43 รามคำแหง 21 เขตวังทองหลาง

ที่มา>>>ข่าวสด

จะสงสารหรืออะไรดี? สาวเวียดนามลงทุนให้เพื่อนตัดแขน-ขา หวังเงินประกัน สุดท้ายไม่ได้อะไร

เมื่อวันที่ 25 ส.ค. เว็บไซต์ข่าวธานเนียนของเวียดนาม รายงานคดีน่าตกตะลึงในประเทศเวียดนาม เมื่อหญิงสาวว่าจ้างเพื่อนให้มาตัดแขนและขาตัวเอง หวังเคลมเงินประกัน แต่สุดท้ายต้องเสียทั้งแขนทั้งขา เสียทั้งเงิน จนตำรวจไม่เอาความ อีกทั้งไม่มีกฎหมายรองรับการโกงเงินประกันด้วยการทำร้ายตัวเองแบบนี้หญิงสาวผู้ก่อเหตุ

คดีดังกล่าวถือเป็นคดีที่หาได้ยากมาก ทำให้ชาวเวียดนามวิพากษ์วิจารณ์คดีนี้อย่างเผ็ดร้อนในโลกออนไลน์ ว่าคนเราสิ้นไร้ไม้ตอกจนต้องทำตัวเองถึงขั้นนี้หรือไม่ โดยมีกลุ่มทั้งที่เห็นใจและกลุ่มประณาม รวมถึงคนที่เห็นว่าควรต้องปรับปรุงกฎหมายเพื่อเอาผิด

ผู้ก่อเหตุในคดีนี้ชื่อนางสาวลี่ ตี่ งึน อายุ 30 ปี ให้ปากคำรับสารภาพกับตำรวจว่า ว่าจ้างเพื่อนชื่อ โด๋น หวัน ดี อายุ 21 ปี เป็นเงิน 76,000 บาท ให้ช่วยตัดแขนช่วงข้อมือของตัวเองทิ้ง เพื่อที่ตนจะได้เงินจากบริษัทประกันชีวิต 150,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 5 ล้านบาท หลังจากนำเงินไปลงทุนเปิดร้านแล้วขาดทุนหนักเพื่อนที่ตัดแขน-ขาให้ ลงชื่อที่สถานีตำรวจ

เหตุดังกล่าวปรากฏเป็นคดีความตั้งแต่วันที่ 5 พ.ค.ปีนี้ เมื่อตำรวจในกรุงฮานอย ได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลว่ามีหญิงสาวมาเข้ารับการรักษาถูกรถไฟเฉี่ยว ดึงกระชากตัวเข้าไป จนแขนซ้ายและขาซ้ายมีบาดแผลเหวอะ ส่วนโด๋นทำทีเป็นผู้ที่เดินผ่านมาพบนางลี่แขนขาด และโทรศัพท์เรียกรถพยาบาล  แพทย์พยายามต่อชิ้นส่วนอวัยวะทั้งสองให้ แต่นำออกใน 4 วันจากนั้นหลังจากเนื้อตายเน่ารางรถไฟในกรุงฮานอย

ต่อมาตำรวจสอบสวนพบพิรุธว่าทั้งสองรู้จักกันมาก่อน จึงสืบต่อไปจนพบว่าหญิงสาวทำธุรกิจเจ๊ง และทำร้ายตัวเองเพื่อจะได้รับประโยชน์จากเงินประกันที่ซื้อไว้ในมูลค่าสูง

เล วาน หลวน จากสมาคมทนายความฮานอย กล่าวว่า คงเป็นเรื่องยากที่จะหากฎหมายที่เหมาะสมในการตั้งข้อหาบุคคลทั้งสอง เพราะคดีนี้เป็นคดีสะเทือนขวัญที่หาได้ยากยิ่ง

ที่มา>>>ข่าวสด

ฝนถล่มร้อยเอ็ด น้ำทะลักท่วมโรงพยาบาล อพยพวุ่นทั้งคนไข้-เจ้าหน้าที่

วันที่ 24 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตั้งแต่ช่วงเวลา 22.00 น.-05.00 น.ของคืนที่ผ่านมาเกิดฝนตกหนักใน จ.ร้อยเอ็ด โดยเฉพาะในตัวเมือง ส่งผลให้ถนนทุกสายระดับน้ำสูง 50-80 ซ.ม. สถานที่ราชการทุกแห่งน้ำท่วมสูง หนักสุดที่โรงพยาบาลร้อยเอ็ดน้ำทะลักเข้าภายในทุกพื้นที่ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งอพยพผู้ป่วยขึ้นที่สูงนอกจากนี้ถนนแทบทุกสายรอบๆ ตลาดโต้รุ่งทุ่งเจริญเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด ถนนรอบบึงพลาญชัย และถนนเพลินจิต รวมทั้งตรอกซอกซอยมีน้ำท่วมสูง ทำให้ประชาชนออกไปทำธุระนอกบ้านไม่ได้ เนื่องจากอากาศหนาวเย็นและลมกระโชกแรงด้านนพ.เกรียงไกร โกวิทางกูร ผอ.โรงพยาบาลร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า เวลาประมาณ 03.00 น. มีฝนตกหนักโดยเฉพาะในโรงพยาบาล ทำให้ระบายน้ำไม่ทัน อีกทั้งมวลน้ำจากด้านนอกโรงพยาบาลที่มีปริมาตรสูงไหลเข้าในโรงพยาบาลที่มีระดับต่ำกว่า ทำให้ท่วมอาคารผู้ป่วยแม่ปลั่ง (จิตเวช) คลังกายอุปกรณ์ งานซักฟอกและตัดเย็บ แฟลตพักเจ้าหน้าที่ 3,4 และท่วมโรงรถ ซึ่งอยู่ในบริเวณที่มีระดับพื้นที่ต่ำ ตนจึงเร่งระดมเจ้าหน้าที่ให้เคลื่อนย้ายผู้ป่วย เจ้าหน้าที่ และทรัพย์สินไปในสถานที่ที่ปลอดภัยกระทั่งเวลา 07.30 น. มีหน่วยงานภายนอกร่วมดำเนินการแก้ไข คือป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด เทศบาลเมืองร้อยเอ็ด ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 6 ขอนแก่น ในการสูบน้ำออกนอกโรงพยาบาล และได้รับการสนับสนุนทหารจากทหารมณฑลทหารบกที่ 27  จำนวน 30 นาย ในการขนย้ายสิ่งของ และทรัพย์สินของทางราชการสถานการณ์ กระทั่งเข้าสู่สภาวะปกติในเวลา 10.30น.ขณะที่นายณัฐ เอกก้านตรง ผอ.สถานีอุตุนิยมวิทยาร้อยเอ็ด รายงานลักษณะอากาศทั่วไปวันนี้ ว่าความกดอากาศต่ำพาดผ่านภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ทำให้เกิดฝนตกหนักมากใน จ.ร้อยเอ็ด โดยเฉพาะในตัวเมือง วัดปริมาณน้ำฝนได้ 150.3 มิลลิเมตร สำหรับสภาพลมฟ้าอากาศ ที่บริเวณจ.ร้อยเอ็ด วันนี้มีเมฆมาก โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 80 ของพื้นที่ และตกอย่างต่อเนื่องไปอีกหลายวัน ขอให้ประชาชนระมัดระวังลมกรรโชกแรง ขับรถระวังถนนลื่นเกิดอุบัติเหตุ อย่าออกนอกบ้านขณะฝนตก ในพื้นที่โล่งแจ้งหรือใต้ต้นไม้ใหญ่อาจโดนฟ้าผ่าได้

ที่มา>>>ข่าวสด

คลิปนาทีเจดีย์โบราณพังครืน เพราะแผ่นดินไหวที่พม่า เผยวัดเก่าแก่ 60 แห่งเสียหาย

  เพจ The Irrawaddy – English Edition รายงานภาพความเสียหายของเจดีย์เก่าแก่และวัดโบราณในเมืองพุกาม หลังเกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.8 เมื่อตอน 17.04 น. ตามเวลาท้องถิ่นของพม่า โดยพบว่ามีวัดโบราณได้รับความเสียหายกว่า 60 แห่งทีเดียว

ผู้สื่อข่าวบีบีซีแผนกภาษาพม่ารายงานว่า เหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.8 แม็กนิจูด ซึ่งเกิดขึ้นทางตอนกลางของประเทศในวันนี้ (24 ส.ค.) ได้ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 1 รายที่เมืองปะก็อกกู และทำให้เกิดความเสียหายต่อหมู่เจดีย์ที่เมืองพุกามจำนวนมาก ซึ่งหมู่เจดีย์นี้เป็นโบราณสถานและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ โดยภาพวิดีโอที่มีผู้นำมาเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดีย แสดงให้เห็นฝุ่นฟุ้งตลบหลังยอดเจดีย์บางแห่งพังถล่มลงมาเจ้าหน้าที่สำนักงานโบราณคดีของเมืองพุกาม ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีว่า มีเจดีย์อย่างน้อย 66 แห่งได้รับความเสียหาย และขณะนี้ทางสำนักงานยังคงประเมินความเสียหายไม่แล้วเสร็จ นอกจากนี้ยังมีรายงานว่ามีบ้านเรือนได้รับความเสียหายในหลายเมือง รวมทั้งอาคารรัฐสภาในกรุงเนปิดอว์ และเจดีย์โบราณในรัฐยะไข่ด้วยก่อนหน้านี้ สำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) ได้รายงานว่าเกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.8 แม็กนิจูด ทางตอนกลางของประเทศเมียนมา โดยมีศูนย์กลางห่างออกไปทางตะวันตกของเมืองเมกถิลา 143 กิโลเมตร แรงสั่นสะเทือนดังกล่าวสามารถรู้สึกได้ในทางตะวันออกของอินเดีย และทางตอนเหนือของประเทศไทย รวมทั้งในกรุงเทพมหานครสำนักข่าวเอเอฟพีรายงานความคืบหน้าเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง 6.8 แมกนิจูดในประเทศพม่าว่า เบื้องต้นมีรายงานผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวในพม่าอย่างน้อย 1 ราย เป็นชายที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้กับศูนย์กลางแผ่นดินไหว โดยนายฮัน ซอว์ วิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากเขตมาเกว ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวเปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิตเป็นชายวัย 22 ปีที่ถูกที่พักพังถล่มลงมาทับระหว่างเกิดแผ่นดินไหว ขณะที่มีรายงานเด็กหญิง 2 คนเสียชีวิตจากเหตุริมฝั่งแม่น้ำถล่มที่เมืองเยนันเชิง ตอนใต้ของเมืองชอคนอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ที่เมืองพุกาม ซึ่งอยู่ห่างจากศูนย์กลางแผ่นดินไหวราว 30 กิโลเมตร เปิดเผยว่า มีเจดีย์หลายแห่งได้รับความเสียหาย และบางแห่งได้รับความเสียหายอย่างหนัก นอกจากนี้ ยังมีนักท่องเที่ยวสเปนผู้หญิงคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เนื่องจากหล่นลงมาจากวัดแห่งหนึ่งขณะกำลังดูพระอาทิตย์ตก

 เจ้าหน้าที่ทางการพม่า ได้ส่งหน่วยกู้ภัย และ เจ้าหน้าที่ ร่วมกันค้นหาผู้เสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในพื้นที่ภาคกลาง โดยเฉพาะ เมืองพุกาม เมืองมะกุย และจังหวัดใกล้เคียง ที่น่าจะมีความเสียหายมาก โดยมีทั้งเจดีย์ ที่อยู่อาศัย บ้าน วัด ตึกสูง ซึ่ง รัฐบาลเมียนมาร์ได้ระดมหน่วยกู้ภัยออกไปค้นหาผู้เสียหายแล้ว โดยมีรายงานว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก และพบผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก ไม่น้อยกว่า 5 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังคงพยายามค้นหาซากตึก ที่พังลงมา ทำให้มีคนติดอยู่ในตัวอาคาร

ที่มา>>>ข่าวสด

เสียชีวิตแล้ว!! ดญ.14นอนเป็นเจ้าหญิงนิทรา4ปี ตายตามน้องเจ้าชายนิทรา แม่สุดเศร้า

 เด็กหญิงนิทราเสียชีวิตแล้วอีกคน หลังนอนหลับไม่รู้สึกตัว มีผู้เมตตาช่วยเหลือมานานกว่า 4 ปี ตายตามน้องชายที่เสียชีวิตไปก่อนหน้านี้เมื่อ 8 เดือนก่อนหน้า สร้างความเสียใจให้กับแม่และยายที่ดูแลมา

วันที่ 24 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 23 ส.ค. ที่ผ่านมา พ.ต.ต.นันทพล ขุนละคร สารวัตรเวรสอบสวน สภ.สระบัว อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสัจจพุทธธรรมอำเภอกบินทร์บุรี มีผู้เสียชีวิตภายในบ้าน หลังรับแจ้งได้รีบรุดไปที่เกิดเหตุ พบเป็นร้านค้าขายของทั่วไป และเป็นบ้านที่เหล่ากาชาดปราจีนบุรีมีโครงการซ่อมแซมให้ เลขที่ 25/6 ม.1 ต.ลาดตะเคียน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี โดยซ่อมแซมให้ความช่วยเหลือกับ 2 หนูน้อยที่ต้องกลายเป็นเจ้าชาย-เจ้าหญิงนิทรา ได้แก่ ด.ช.อัศวิน มีวิริยกุล และ ด.ญ.สุภาวดี มีวิริยกุล เนื่องจากทั้งคู่ประสบอุบัติเหตุ

พ.ต.ต.นันทพล กล่าวว่า “การเสียชีวิตของ ด.ญ.สุภาวดี นั้น สาเหตุมาจากเป็นผู้ป่วยติดเตียง หลังเมื่อปี พ.ศ.2555 ทั้ง ด.ช.อัศวิน และ ด.ญ.สุภาวดี ได้ประสบเหตุถูกรถชนจน ต้องนอนเป็นเจ้าชาย-เจ้าหญิงนิทรา ตั้งแต่ตอนนั้น เป็นต้นมา มีเพียงนางสาวสุมาลีวัลย์ มีวิริยกุล อายุ 33 ปี เป็นแม่ และ นางอุไรวรรณ มีวิริยกุล อายุ 56 ปี เป็นยาย ดูแลกันมาตลอด 4 ปีกว่า และจากที่ฐานะทางบ้านยากจนประกอบกับต้องดูแลบุตรพิการทั้งคู่ ทางหน่วยราชการและเอกชนได้ดูแลช่วยเหลือตามที่มีผู้ศรัทธาช่วยเหลือ และปรับปรุงบ้านเหล่ากาชาดมอบให้” “กระทั่งเมื่อวันที่ 26 ม.ค.59 ด.ช.อัศวินได้เสียชีวิตก่อนด้วยอายุ 12 ปี 8 เดือน ต่อมาล่าสุด ด.ญ.สุภาวดี ก็ได้มาเสียชีวิต ตามน้องชายด้วยอายุ 14 ปี ทางแม่และยายไม่ติดใจในสาเหตุการเสียชีวิต จึงอนุญาตให้นำศพไปทำพิธีทางศาสนา โดยจะนำศพไปทำพิธีที่วัดหนองบุญเกิดในวันนี้” พ.ต.ต.นันทพล กล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

 

คาร์บอมบ์ปัตตานี ขโมยรถพยาบาลติดระเบิดกดบึ้มหน้าโรงแรมพังยับ เจ็บ 29 ดับ 1

เมื่อเวลา 22.40 น. วันที่ 23 ส.ค. ที่ผ่านมา สภ.เมืองปัตตานี รับแจ้งเหตุ คนร้ายไม่ทราบชื่อและจำนวน ได้ลอบวางระเบิด บริเวณห้องน้ำข้างลานจอดรถหลัง เซาเทิร์นผับจุดระเบิดอยู่ด้านนอกรั้วของผับ เบื้องต้นไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ แรงระเบิดมีผลให้ภายในผับกำแพงด้านในมีรอยเสียหาย หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่เร่งระบายนักท่องเที่ยวออกจากผับอย่างเร่งด่วนต่อมา เมื่อ เวลา 23.15 น. เกิดเหตุระเบิดลูกที่ 2 ตามมาติดๆ หน้าโรงแรมเซาท์เทิร์น ปัตตานี ซึ่งห่างจากจุดเกิดแรก ประมาณ 50 เมตร ระเบิดลูกที่ 2 นี้น้ำหนักประมาณ 100 กิโลกรัม คนร้ายใช้กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ (ลักษณะรถพยาบาล) ทะเบียน กจ 1381ปัตตานี ซึ่งเป็นของ รพ.สต.ปะกาฮะรัง โดยคนร้ายได้นำมาจอดไว้ ก่อนทำการจุดชนวนระเบิด เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต จำนวน 1 คน ทราบชื่อ  น.ส.อรพรรณ ศรีเรือนหัด อายุ 35 ปี เป็นคน จ.อุบลราชธานี และผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน  29 คน  บาดเจ็บสาหัส 5 ราย รองลงมา 6 ราย และบาดเจ็บ ทั่วไป 18 รายเหตุการณ์เริ่มจากคนร้ายนำระเบิด ที่ 1 วางอยู่หลังผับ เพื่อล่อลวงเจ้าหน้าที่ มาตรวจสอบที่เกิดเหตุ  จากนั้นเตรียมตัว วางลูกที่ 2 เพื่อสังหารเจ้าหน้าที่ รถคันดังกล่าวถูกโจรกรรมมา ซึ่งจอดอยู่จากหมู่บ้าน ม 1 สะบารัง สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า คนร้ายได้ขโมยรถอาสาสมัครเป็นรถพยาบาล ของหมู่ที่ 1 ตำบลสะบารังอำเภอเมืองจังหวัดปัตตานี หายไปจากจุดเกิดเหตุเมื่อเวลา 3 ทุ่ม โดยประมาณ จากนั้นได้เห็นรถดังกล่าวนำมาจอดไว้บริเวณหน้าผับและเกิดเหตุระเบิดขึ้นในเวลาดังกล่าว แรงระเบิด ทำให้ตึกโรงแรม 9 ชั้นเสียหายทั้งหมด หน้าร้านขายของชำเสียหายอย่างหนักและตึกแถวด้านหน้าจะหาย 10 กว่าห้อง  รถยนต์เสียหาย กว่า 20 คัน ฝ่ายทหาร ชั้นผู้ใหญ่ และหน่วยงานความมั่นคงกับ สภ. เมืองปัตตานีและนำกำลังเจ้าหน้าที่ ทั้งหมดเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที ทันทีสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า คนร้ายได้ขโมยรถอาสาสมัครเป็นรถพยาบาล ของหมู่ที่ 1 ตำบลสะบารังอำเภอเมืองจังหวัดปัตตานี หายไปจากจุดเกิดเหตุเมื่อเวลา 3 ทุ่ม โดยประมาณ จากนั้นได้เห็นรถดังกล่าวนำมาจอดไว้บริเวณหน้าผับและเกิดเหตุระเบิดขึ้นในเวลาดังกล่าวจากนั้น ได้รับแจ้ง คนร้าย วางระเบิด อีก 2 ลูก ที่ ตลาดนัดบ่อทอง ลูกแรกวางล่อให้เจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบเช่นกัน จากนั้นกดระเบิดลูกที่ 2 แรงขึ้นกว่าเดิม หวังสังหารเจ้าหน้าที่ ตรวจสอบ เบื้องต้นไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่ เตรียมเข้าตรวจสอบเวลาเช้าเพื่อความปลอดภัย  เนื่องจากมีเหตุการณ์ระเบิดคาร์บอมบ์ที่ โรงแรมเซาท์เทิร์นก่อน

ที่มา>>>ข่าวสด

‘กรมศิลป์’ จ่อขุด 8 จุดวัดพระธาตุเมืองนครฯศึกษาเส้นทางโบราณเข้าสู่เขตพุทธาวาส

 เมื่อวันที่ 22 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักศิลปากรที่ 14 นครศรีธรรมราช เตรียมแผนเข้าขุดค้นทางโบราณคดีอีก 8 จุด บริเวณวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ที่ตรวจสอบพบว่าองค์พระบรมธาตุเจดีย์นั้นมีอายุนานกว่า 1 พันปี เพื่อค้นหาเส้นทางโบราณในการเข้าสู่เขตพุทธาวาส โดยเฉพาะในแกนหลักทางเข้าสู่องค์พระบรมธาตุเจดีย์ทางด้านทิศเหนือ และบริเวณพระวิหารหลวงทางด้านทิศใต้ จะเริ่มดำเนินการในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้ หลังจากนั้นจะเอาโบราณวัตถุที่ขุดได้ส่งตรวจสอบค้นหาอายุด้วยวิธีวิทยาศาสตร์ทั้งในและนอกประเทศ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการขุดค้นครั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องจากการพบว่า อายุพระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราช มีมากกว่า 1 พันปี และเป็นอาณาจักรที่มีมาก่อนสุโขทัย เช่นการสอดคล้องกับหลักศิลาจารึกที่ระบุว่า พระสงฆ์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านไตรปิฎกในสุโขทัย ล้วนเดินทางมาจากนครศรีธรรมราช ซึ่งข้อมูลที่ได้ทั้งหมดจะนำเข้าสู่การประมวลเป็นเอกสารประกอบการนำเสนอพระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราชสู่การเป็นมรดกโลกด้วย นายอาณัติ บำรุงวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 14 นครศรีธรรมราช กล่าวว่า การขุดค้นแกนทางเข้าขององค์พระบรมธาตุเจดีย์ เพื่อค้นหาร่องรอยเส้นทางการเดินเข้าสู่องค์พระบรมธาตุเจดีย์ โดยมีข้อสันนิษฐานจากร่องรอยในปัจจุบัน เชื่อว่าองค์พระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราช มีความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในช่วงอยุธยาตอนต้น ซึ่งการขุดค้นศึกษาทางโบราณคดีครั้งนี้จะทราบถึงรูปแบบการวางผังพื้นที่ของบริเวณองค์พระบรมธาตุเจดีย์อย่างชัดเจน

ที่มา>>>ข่าวสด

น้ำโขงไหลเชี่ยวจ่อล้นตลิ่ง 4 อำเภอนครพนม กระทบจุดชมวิว-ร้านอาหารริมน้ำ

 เมื่อวันที่ 22 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่จ.นครพนม สถานการณ์น้ำโขงยังเพิ่มระดับขึ้นอย่างต่อเนื่อง เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาน้ำหนุนเอ่อท่วม หลังมวลน้ำจากพื้นที่ภาคเหนือไหลลงมาสมทบ ถึงแม้ในพื้นที่จะมีปริมาณฝนน้อย ล่าสุดอยู่ที่ระดับประมาณ 10 เมตร ห่างจากจุดวิกฤตแค่ประมาณ 3 เมตร คือที่ประมาณ 13 เมตร ส่งผลให้ปริมาณน้ำโขงตามพื้นที่อำเภอชายแดนติดกับแม่น้ำโขง รวม 4 อำเภอ มี อำเภอบ้านแพง อ.เมือง อ.ท่าอุเทน และอ.ธาตุพนม มีระดับน้ำโขงสูงจ่อล้นตลิ่ง หากมีฝนตกลงมา จะส่งผลกระทบเปิดปัญหาน้ำไหลระบายลงน้ำโขงช้า เอ่อท่วมชุมชนหมู่บ้าน และพื้นที่การเกษตร โดยทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.นครพนม ประสานไปยังหน่วยงานเกี่ยวข้องในพื้นที่เสี่ยง เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ และตั้งศูนย์อำนวยการป้องกันช่วยเหลือน้ำท่วมฉับพลัน ตลอด 24 ชั่วโมง เช่นเดียวกันกับพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำโขงในพื้นที่ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม พบว่าในช่วงนี้ระดับน้ำโขงสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว มีระดับห่างจากริมตลิ่ง ประมาณแค่ 1-2 เมตร โดยเฉพาะบริเวณจุดชมวิวเขื่อนป้องกันตลิ่งพังตามแนวแม่น้ำโขงในเขตเทศบาลตำบลธาตุพนม มีน้ำโขงเริ่มเอ่อท่วมเข้าไปในพื้นที่ชมวิวและพื้นที่ออกกำลังกาย นอกจากนี้ ยังส่งผลกระทบต่อร้านค้า แพร้านอาหาร ที่ตั้งอยู่ติดกับริมฝั่งแม่น้ำโขง ต้องเตรียมพร้อมรับมือ ตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรง หาที่ยึดป้องกันความเสียหาย เนื่องจากระดับน้ำโขงเพิ่มเร็ว ทำให้กระแสน้ำไหลเชี่ยว มีความเสี่ยงต่อสภาพโครงสร้างร้านค้า ร้านอาหาร และแพร้านอาหาร โดยทางเทศบาลตำบลธาตุพนม ได้ประกาศเตือนให้ประชาชนในพื้นที่ติดกับแม่น้ำโขงเฝ้าระวัง และจัดเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบดูแลต่อเนื่อง ป้องกันผลกระทบจากระดับน้ำโขงเพิ่มเร็ว

ที่มา>>>ข่าวสด