รับสร้างบ้าน อุดร ออกแบบบ้าน วางโครงสร้างบ้าน ครบวงจร

 รับสร้างบ้าน อุดร

 

รับสร้างบ้าน อุดร โมเดิร์นดี บริษัท รับสร้างบ้าน ออกแบบบ้าน วางโครงสร้างบ้าน เราให้บริการ ครบวงจร ตั้งแต่ต้นจนจบโครงการ

รับสร้างบ้าน อุดร บริการ รับสร้างบ้าน ออกแบบบ้าน วางโครงสร้างบ้าน เราให้บริการ ครบวงจร ตั้งแต่ต้นจนจบโครงการ เช่น งานออกแบบบ้าน ก่อสร้างบ้าน ตกแต่งภายในบ้าน ปรึกษา ยื่นกู้ มาโมเดิร์นดี ครบจบในที่เดียว และการบริการหลังการขายสุดประทับใจ เราใส่ใจไม่ใช่แค่ครั้งแรก

DIFFERENT DESIGN

รับสร้างบ้าน อุดร แตกต่างด้วยการออกแบบตามความต้องการของลูกค้าด้วยการออกแบบที่คำนึงถึงประโยชน์ที่จะเกิดกับลูกค้าสูงสุดและการออกแบบ ที่ลูกค้าสามารถเห็นภาพ ได้ในทุกมุมมอง ก่อนสร้างจริง

DIFFERENT SPECIFICATION

แตกต่างด้วย วัสดุ ที่มีคุณภาพอันดับ 1 ในตลาดรับสร้างบ้านในปัจจุบันหลากหลายวัสดุได้รับการเลือกสรรมาเพื่อให้เหมาะกับกลุ่มลูกค้า

DIFFERENT SERVICE

แตกต่างด้วยการบริการที่เหนือระดับ ตั้งแต่การออกแบบ, ก่อสร้าง, ตกแต่งภายในรวมถึงการบริการหลังการขาย

DIFFERENT QUALITY

แตกต่างด้วยระบบการควบคุมมาตรฐานการก่อสร้างระดับสูงพร้อมการตรวจเช็คมาตรฐานกว่า 500 ขั้นตอนจากทีมผู้บริหาร, ทีมสถาปนิก, ทีมวิศวกร และทีมควบคุมคุณภาพ (QC) ที่มากด้วยประสบการณ์

รับสร้างบ้าน อุดร จากประสบการณ์และนโยบายของบริษัทจึงทำให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าบ้านทุกหลังที่ผ่านการออกแบบและก่อสร้างจากทางบริษัท จะแตกต่างด้วยคุณภาพ และใช้ประโยชน์ได้สูงสุดจากภายใน สู่รูปแบบภายนอกที่สวยงามร่วมสมัย

นางแบบสาว”ป.โท”โร่แจ้งความเอาผิดรพ.ทำศัลยกรรมพลาด ปากเบี้ยว-พูดไม่ชัด-มีน้ำลายไหล

เมื่อวันที่ 20 ก.ย. น้องพลอย อายุ 26 ปี นักศึกษาปริญญาโท คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง พร้อมด้วยมารดา และนางกอบพร วงศ์คำ ทนายความ เดินทางเข้าให้ปากคำกับร.ต.อ.จุมพลภัทร์ หันทะนันต์ รองสว.(สอบสวน) สภ.เมืองนนทบุรี เพื่อให้ดำเนินคดีกับโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง และแพทย์ผู้ทำศัลยกรรมเสริมความงามในข้อหา “ประมาททำให้ได้รับอันตรายสาหัส”Jpegน้องพลอยกล่าวทั้งน้ำตาว่า ระหว่างเรียนอยู่มหาวิทยาลัยได้หางานพิเศษด้วยการถ่าย MV ให้กับวงดนตรี “จัสมิน” ในเพลงไม่ไหวก็ต้องทำ รวมทั้งรับงานถ่ายโฆษณา กระทั่งมีงานเข้ามามากมาย จนเก็บเงินได้ก้อนหนึ่ง จึงอยากเสริมความงามเพิ่มเติมเนื่องจากอาชีพตนต้องใช้หน้าตา ด้วยการไปตัดมุมกรามจัดด้านในปากหนือเหลาคาง และยุบโหนกแก้ม ที่โรงพยาบาลดังกล่าวในราคา 189,580 บาท เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.56

แทนที่จะสวยงามดั่งที่ตั้งใจกับพบว่ามีอาการปากเบี้ยว กระดูกแก้มไม่เชื่อมต่อจากกัน แถมยังมีแผลไหม้จนเกรียมที่ใต้คางทั้งซ้าย-ขวา ได้รับความเจ็บปวดทุกข์ทรมานทั้งกายและใจ จึงได้ติดต่อสอบถามจากทางแพทย์และพยาบาลและให้ตนทำการแก้ไขมาเรื่อย แต่ก็ไม่เป็นผล จนมีแผลเป็นที่ริมฝีปากขอบริมฝีปากหายไป เมื่อสอบถามว่าแผลที่เกิดขึ้นมาจากสาเหตุใด เพราะตนต้องการตัดกรามโดยตัดจากในปากเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดแผลก็ได้รับคำตอบจากหมอและพยาบาลว่า “ไม่ต้องตกใจเดี๋ยวมันก็หาย ส่วนแผลที่ใต้คางเกิดจากเครื่องมือพลาดไปโดน”Jpegน้องพลอยกล่าวต่อว่า เมื่อเห็นว่ารักษาแก้ไขมานานแล้วไม่หายจึงสอบถามไปทางโรงพยาบาลบอกว่าต้องรักษาไปเรื่อยๆ และการรักษาครั้งต่อไปอาจต้องคิดเงิน จึงปรึกษามารดาตัดสินใจไปรักษาที่โรงพยาบาลอื่น และทำการสแกนใบหน้าพบว่าต้องทำการร้อยไหมและดึงหน้าให้ตึงเพื่อไม่ให้แก้มตกทุก 6 เดือนไปจนกว่าจะตาย หากไม่ได้รับการแก้ไขที่ถูกต้องและต้องเสียค่าใช้จ่ายครั้งละ 15,000 บาทต่อครั้ง จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้ดำเนินคดีกับโรงพยาบาลแห่งนี้ในทางแพ่งและทางอาญากับหมอที่ทำศัลยกรรมให้กับตนเอง
“หนูต้องกลายเป็นคนที่ขาดความมั่นใจ และไม่สามารถรับงานหรือออกงานได้ เพราะเวลาพูดจะไม่ชัดและมีน้ำลายไหล ทำให้ขาดรายได้ที่ควรจะหาได้ จึงอยากขอความเป็นธรรมและความเห็นใจในเรื่องที่เกิดขึ้นด้วย”น้องพลอยกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

ได้ผล!วางปลัดขิกทางสามแพรงขอฝน กุยบุรีชุ่มฉ่ำชาวบ้านเฮนำต้นกล้าลงดินปลูกในไร่

กรณีชาวบ้านนำปลัดขิกขนาดใหญ่ไปนำวางตามสามแยกหลายแห่ง บริเวณถนนสายบ้านไร่บน-บ้านสำโหรง อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ทางเข้าหมู่บ้านเกาะสุพรรณ ต.หาดขาม โดยได้ตั้งอยู่กลางสามแยกที่มีรถขับผ่าน มีการนำกระดาษมาเขียนแปะไว้ที่หัวปลัดขิกว่า “เทวดาจ๋า ช่วยลูกด้วย! ได้โปรดส่งฝนลงมาสักที” หลังจากที่อ.กุยบุรี ประสบภัยแล้งติดต่อกันมานานแล้ว เพราะฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น201609211041373-20041020160007เมื่อวันที่ 21 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้เริ่มมีฝนเริ่มตกลงมาในพื้นที่กุยบุรีแล้ว โดยผู้สื่อข่าวตระเวนตรวจสอบ ตามจุดต่างๆ ที่มีปลัดขิกขนาดใหญ่วางอยู่บนถนน ตั้งแต่แยกบ้านเกาะสุพรรณ บ้านฟากนา บ้านไร่บน ซึ่งก็มีฝนตกลงมาชาวบ้านบางรายเริ่มนำต้นกล้าไม้ต่างๆ มาลงปลูกในไร่201609211041375-20041020160007นายเบิ้ม แก้วประดิษฐ์ อายุ 63 ปี ชาวบ้านไร่บน หมู่ 2 ต.หาดขาม อ.กุยบุรี เปิดเผยว่า ในอดีตเคยแล้งเช่นนี้ตั้งแต่สมัยสร้างเขื่อนยางชุม และชาวบ้านแก้เคล็ดด้วยการทำปลัดขิกไปวางตามทางสามแพร่งฝนตามความเชื่อที่มาแต่โบราณฝนจึงได้ตกลงมา และในปีนี้แล้งสุดในรอบ 30 ปี จึงนำประสบการณ์ในอดีตทำปลัดขิกโดยใช้ไม้นุ่นมาทำเป็นตัว และใช้มีดถากให้เป็นปลัดขิก ใช้ลูกมะพร้าวมาประกอบไปวางไว้ที่หน้าบ้านของตนเองจำนวนสองตัว และร่วมกับชาวบ้านทำปลัดขิกไปวางตามจุดทางแยกต่างๆหลายจุด เพื่อหวังผลให้ฝนตกลงมา โดยเมื่อปีที่ผ่านมาฝนก็ตกลงมาจริงๆ ซึ่งถือว่าได้ผล วันนี้ฝนตกลงมาอย่างชุ่มฉ่ำ ตนเองรู้สึกยินดีและจะยังไม่เก็บปลัดขิก เนื่องจากชาวบ้านยังต้องการให้ฝนตกลงมาอีกมาก201609211041371-20041020160007นายเบิ้ม กล่าวต่อว่า หากที่ใดต้องการนำปลัดขิกของตนไปวางเพื่อขอฝน ตนเองก็ยินดีที่จะทำให้ และตนก็ไม่ได้สงวนสิทธิ์แต่อย่างใด ทุกคนสามารถทำเองได้เลย ส่วนคาถาอาคมไม่กำกับแต่อย่างใด เพียงแต่ตอนวางก็บอกกล่าว ขอฝนจากเทวดาเพียงเท่านั้น201609211041372-20041020160007

ที่มา>>>ข่าวสด

 

หนุ่มเมาตื้บเพื่อนดับ คิดว่าหมดสติ กลับไปนั่งกินเหล้าสบายใจ มารู้ที่หลังถึงกับปล่อยโฮ

วันที่ 20 ก.ย. ร.ต.อ.ชีวานนท์ รัตนะ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองลพบุรี รับแจ้งมีเหตุฆ่ากันตาย ที่บ้านเลขที่ 88/2 หมู่ 1 ต.เขาสามยอด อ.เมือง จ.ลพบุรี จึงนำกลำงรุดไปตวรจสอบพบนายคมสัน ดวงดารา อายุ 33 ปี เจ้าของบ้าน ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ จากการตรวจสอบบริเวณกลางบ้านชั้นล่างพบศพนายเล็ก เรืองเดช อายุ 34 ปี ชาว จ.ลพบุรี สภาพนุ่งกางเกงเพียงตัวเดียวไม่สวมเสื้อ ตามร่างกายไม่พบบาดแผลแต่อย่างใด20160920_162408สอบสวนนายคมสัน ให้การโดยอ้างว่าตนกับผู้ตาย ได้ดื่มสุรากันที่บ้านตั้งแต่เมื่อคืน พอรุ่งเช้าได้มีนายราชัน สว่างแจ้ง อายุ 32 ปี เดินทางมาที่บ้านและได้มาร่วมนั่งดื่มด้วยกัน ซึ่งเราทั้ง 3 คน เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก หลังจากดื่มสุรากันจนเที่ยง นายเล็ก และนายราชัน ก็ได้มีปากเสียงทะเลาะกัน นายราชัน ได้ทำร้ายนายเล็ก จนสลบ ก่อนที่นายราชัน จะเดินออกจากบ้านไป ต่อมาเห็นผู้ตายไม่ตื่นจึงได้ปลุกแต่ก็ไม่ตื่นขึ้นมา กระทั่งทราบว่าเสียชีวิตแล้ว จึงแจ้งตำรวจมาตรวจสอบ20160920_162651ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกติดตามตัวนายราชัน ที่บ้านก็พบว่านายราชัน ได้นั่งดื่มสุราอยู่อย่างสำราญที่บ้านของตนเอง จึงได้ควบคุมตัวมาที่เกิดเหตุ เมื่อนายราชัน เห็นเพื่อนที่นอนเสียชีวิตอยู่ก็ร้องไห้โฮออกมา ว่าทำไมเพื่อนถึงตาย จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวนายราชัน ไปสงบสติอารมณ์ ก่อนสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ลูกเขยรุ่นพ่อ!! บุกตามเมียสาว คว้ามีดฟันคอแม่ยาย-เมียโดนด้วยหัวแบะดับสุดสยอง อุ้มลูก3ขวบหนี

ตำรวจตามรวบ สท.“ลูกเขย” บันดาลโทสะ คว้ามีดฟันคอแม่ยายดับคาบ้าน เมียสาวโดนฟันหัวแบะสยอง ดับสลดทั้งแม่ทั้งลูก ลูกเขยมือมีดอุ้มลูกน้อยเผ่นหนี ก่อนถูกจับดำเนินคดี ยอมรับลงมือฆ่าเอง

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 20 ก.ย. พ.ต.ท.สมนึก คำพีระ สารวัตรเวร สภ.ทากาศลำพูน ได้รับแจ้งว่า ที่บ้านหลังหนึ่ง บ้านดอยแต หมู่ที่ 1 ตำบลทาขุมเงิน อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน มีเหตุทำร้ายร่างกาย มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหต หลังรับแจ้ง ได้รายงานให้กับทางผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น ต่อมาได้แจ้งให้ทางโรงพยาบาลอำเภอแม่ทา เดินทางไปด้วย201609201547154-20021028190518ที่เกิดเหตุ พบเป็นบ้านชั้นเดียว และมีชาวบ้านมุงดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจำนวนมาก โดยเจ้าหน้าที่พบมีดพร้าดายหญ้า ยาวประมาณเมตรครึ่งตกอยู่ในที่เกิดเหตุ และพบผู้เสียชีวิต 1 คน ทราบชื่อ คือ นางทิพย์ธิดา บุญมากาศ อายุ 51 ปี เจ้าของบ้าน ถูกของมีคมฟันเข้าบริเวณท้ายทอย กลางหลัง และตามลำตัวหลายแผล นอนเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่ ในมือยังถือโทรศัพท์201609201547072-20021028190518ห่างจากศพของนางทิพย์ธิดา ประมาณ 10 เมตร พบผู้บาดเจ็บสาหัสเป็นหญิง ทราบชื่อ คือ นางทิพย์อาภร ปัญโญกิจ อายุ 23 ปี ลูกสาวของผู้ตาย ถูกของมีคมฟันเข้าบริเวณกลางหัวจนแบะเป็นแผลยาว นอนแน่นิ่งในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจและหมอของ รพ.แม่ทาลำพูน รีบนำตัวผู้บาดเจ็บไปรักษาอาการที่โรงพยาบาลแม่ทาอย่างเร่งด่วน

ส่วนผู้ก่อเหตุ คือ นายสว่าง ปัญโญกิจ อายุ 50 ปี อยู่หมู่ 2 บ้านหนองสันมะนะ ตำบลนครเจดีย์ อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน และเป็นสมาชิกสภาเทศบาลฯ หลังก่อเหตุ ได้อุ้มลูกวัย 3 ขวบ หลบหนี โดยใช้รถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า สีเทา หมายเลขทะเบียน กง 2407 เชียงใหม่ ขับไปทางอำเภอป่าซาง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนของ สภ.ทากาศ ได้ไล่ติดตามเร่งล่าตัว

ต่อมา พ.ต.อ.สุเทพ แก่นราช ผกก.สภ.ทากาศ , พ.ต.ท.ชัยทอง คำอ้าย รอง ผกก.สส.ฯ , พ.ต.ต.พิพัฒน์ ตุ้ยเจริญ สว.สส.ฯ ร.ต.ท.สุวลิต แข็งแรง รอง สว.สส.สภ.ทากาศ และกำลังชุดสืบสวน สภ.แม่ทา ได้ทำการติดตามจับกุมตัว นายสว่าง ปัญโญกิจ อายุ 50 ปี ได้ที่บ้าน ม.2 ต.นครเจดีย์ อ.ป่าซาง จ.ลำพูน โดยขณะที่ผู้ต้องหาเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจไปถึง ได้อุ้มลูกน้อยเดินเข้ามามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยดี ไม่มีการต่อสู้ แต่ประการใด เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหา ส่งให้พนักงานสอบสวน201609201547155-20021028190518พ.ต.อ.สุเทพ กล่าวว่า นายสว่างเป็นลูกเขยของนางทิพย์ธิดา โดยก่อนหน้านี้เกิดมีปากเสียงทะเลาะเบาะแว้งกัน ทั้งนี้เนื่องมาจากนางทิพย์ธิดาไม่พอใจนายสว่าง ซึ่งเป็นลูกเขย ที่มีอายุรุ่นพ่อของลูกสาว และได้ต่อว่าต่อขานกันเป็นประจำ จากนั้นนางทิพย์ธิดาจึงได้พาตัวลูกสาวของตัวเองกลับมาอาศัยอยู่ที่บ้านเกิดเหตุ บ้านดอยแต ม.1 ทำให้นายสว่างไม่พอใจเป็นอย่างมาก ที่มาพรากลูกพรากเมียของตนเอง จึงได้ตามไปเจรจาถึงที่บ้าน แต่ในระหว่างเจรจานั้น เกิดมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง จึงบันดาลโทสะคว้าอาวุธมีดพร้าที่วางอยู่บริเวณนั้นฟันแม่ยายและภรรยา จนได้รับบาดเจ็บ แต่นางทิพย์ธิดาทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตก่อน ต่อมาเวลา 13.50 น. นางทิพย์อาภร ลูกสาว ได้เสียชีวิตตามแม่ ขณะนำตัวไปรักษา ที่ รพ.ลำพูน

จากการสอบปากคำ นายสว่าง ยอมรับว่า เป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา “พยายามฆ่าผู้อื่น” โดยนายสว่างยอมรับตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่ตำรวจจะควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

จับแม่เล้ากะเทยจิ๋ววัย 15 พาสาววัย 16-20 ปีเร่ขายตัว ตะลึงเปิดขายบริการในเฟซบุ๊ค

วันที่ 19 ก.ย. พ.ต.อ.วิธ มุทธสินธุ์ ผกก.สส.ภ.จว.อุดรธานี สั่งการให้พ.ต.ท.รุ่งศักดิ์ มหาปัญญาวงษ์ รอง ผกก.สส., พ.ต.ท.สุชัย นันแก้ว สว.สส., ร.ต.อ.ภาคภูมิ มุสิกา รอง สว.สส., ร.ต.อ.ชูชาติ นนนภา รอง สว.สส. และกำลังชุดสืบสวน ฉก.อบายมุข ภ.จว.อุดรธานี เข้าวางแผนล่อซื้อขายบริการทางเพศ หลังสืบทราบมาว่ามีกลุ่มเด็กวัยรุ่นทั้งเด็กสาวและสาวประเภทสอง รวมกลุ่มกันตั้งเฟซบุ๊กเพื่อค้าประเวณี โดยอ้างว่ามีหญิงสาวรุ่นเอ๊าะๆ อายุตั้งแต่ 15 – 20 ปี ไว้คอยบริการ ราคาย่อมเยา ตั้งแต่ 1,200 – 1,300 บาท หากสาวสวยหน่อยราคาสูงขึ้น 2,000 บาท สนใจก็เข้าไปคุยในเฟซบุ๊กได้ โดยมีเฟซบุ๊กหญิงสาวที่อ้างว่าชื่อ “ฝน” เป็นคนคอยแนะนำหญิงสาวให้รู้จัก เพื่อติดต่อหญิงสาวในสังกัดไปหลับนอน14384079_300741743629020_359769781_nจากนั้นพ.ต.ท.สุชัย จึงติดต่อกับเจ้าของเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อ “ฝน” ซึ่งทราบภายหลังว่าเป็นสาวประเภทสอง อายุเพียง 15 ปี ชาวจ.อุดรธานี และเป็นเจ้าของเฟซบุ๊กดังกล่าว โดยนายฝน อ้างว่ามีเด็กสาวหน้าตาดี รับงานไปนอนค้างเที่ยวเล่น พูดคุยด้วย ราคาต่อคืนไม่แพง 1,200 – 1,300 บาท ส่วนหญิงสาวระดับนักศึกษา ราคา 2,000 บาท ช่วงนี้ไม่มีใครว่าง

 จากนั้น นายฝน ได้ให้เบอร์ติดต่อกับ น.ส.ต้า (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี เป็นสาวหน้าตาดี พ.ต.ท.สุชัย จึงได้ให้ทีมงานติดต่อพูดคุย จนตกลงกันได้ ต่อมาน.ส.ฝน ได้แจ้งว่าให้ไปรอที่โรงแรมแห่งหนึ่ง หลังตลาดบ้านหนองบุ ต.สามพร้าว อ.เมือง จ.อุดรธานี จากนั้นจึงให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปลอมตัวเป็นนักท่องเที่ยว พร้อมนำเงินไปจ่ายเป็นค่าตัว

เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงที่โรงแรมพบนายฝน นั่งรอในห้องหมายเลข 4 จึงได้มอบเงินจำนวน 1,300 บาทให้ น.ส.ฝน โดยมี น.ส.ต้า เดินมาจากห้องข้างๆ เพื่อไปรอหลับนอนกับสายลับ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะแสดงตัวจับกุมทั้ง 2 คนไว้ ขณะเดียวกันน.ส.ฝน ยังยอมรับสารภาพว่า ยังมีหญิงสาวอีก 2 คน นอนรอที่ห้องหมายเลข 3 เจ้าหน้าที่จึงเข้าไปค้นก็พบ น.ส.นก (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี และ น.ส.ซี (นามสมมุติ) อายุ 20 ปี พร้อมอุปกรณ์เสพยาบ้า ไฟแช็ค ผงยาบ้าจำนวนหนึ่ง จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน และควบคุมตัวทั้ง 4 คนไปสอบปากคำ

ด้าน พ.ต.ท.รุ่งศักดิ์ เปิดเผยว่า หลังจับกุมได้จึงสอบสวนนายฝน ซึ่งยอมรับว่าเรียนจบแค่ชั้น ม.1 เนื่องจากทางบ้านยากจนมีปัญหาในครอบครัว มีเพื่อนเป็นหญิงสาวที่มักจะมีเพื่อนชายเป็นพวกเด็กแว้นบังคับให้หลับนอนด้วย แถมติดยาบ้าจากพวกเด็กแว้น จึงคิดหาทางหาเงินด้วยการหลับนอนกับผู้ชาย แรกๆ ก็ติดต่อกันทางมือถือ พอมีหญิงสาวเพื่อนๆ ในสังกัดเพิ่มมากขึ้นยินยอมที่จะขายตัวหาเงินมาใช้เที่ยวเตร่และซื้อยาบ้ามาเสพ จึงตัดสินใจพูดคุยผ่านทางเฟซบุ๊ก เป็นการเสนอตัวว่ามีหญิงสาวหน้าตาดี อายุเพียง 15-20 ปี ต้องการค่าเล่าเรียนและค่าเครื่องสำอาง กระทั่งมีลูกค้าเข้ามาเรื่อยๆ แทบทุกวัน โดยการนำหญิงสาวในสังกัดไปส่งให้ถึงโรงแรม แบะจะหักค่าตัว จากส่วนที่เหลือเกิน 1 พันบาท หรือหากค่าตัว 1,200 บาทก็จะหัก 200 บาท

พ.ต.ท.รุ่งศักดิ์ กล่าวต่อไปอีกว่า ในส่วนของน.ส.ต้า นั้นยอมรับสารภาพว่า บ้านมีปัญหา พ่อแม่แยกทางกันอาศัยอยู่กับยาย และหนีออกจากบ้านมาอยู่กับเพื่อน ถูกเด็กแว้นบังคับหลับนอนจนตัดสินใจมาขายตัวได้ประมาณ 1 ปีกว่าแล้วโดยยอมรับว่า 1 เดือน มีลูกค้ามาหลับนอนด้วยประมาณ 7 – 10 ราย ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนอายุประมาณ 40- 50 ปี จากนั้นจึงคุมตัวทั้ง 4 คน ไปตรวจหาสารเสพติดพร้อมดำเนินคดีตามกฎหมาย รวมทั้งขยายผลเพื่อจับกุมเครือข่ายที่ยังเหลืออยู่อีกจำนวนหนึ่งต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

สลด! ดช. 7 ขวบโดน”สาวทอม”แฟนใหม่ของแม่ ทำร้ายจนแผลเต็มตัว โดนทั้งตีทั้งถีบ

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 19 ก.ย. ร.ต.อ.อนวัช แสนอินทร์ รองสว.(สอบสวน) สภ.สวนพริกไทย จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งจากคุณครูว่ามีเด็กอายุ 7 ปีถูกแฟนใหม่ของแม่ทำร้ายร่างกายมีรอยฟกช้ำและบาดแผลหลายแห่ง ที่บ้านในต.สวนพริกไทย อ.เมือง จ.ปทุมธานี จึงส่งตัวให้แพทย์ตรวจบาดแผล พร้อมประสานความช่วยเหลือจากกลุ่มงานสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ศูนย์พึ่งได้ OSCC โรงพยาบาลปทุมธานี201609191751381-20050222192603พบเด็กชายเอ (นามสมมุติ) อายุ 7 ปี สวมชุดนักเรียนสภาพมอมแมม ร่างกายมีบาดแผลหลายแห่ง ที่ใบหน้าทั้งสองข้างมีแผลตกสะเก็ด แขนข้างขวามีรอยถูกตีหลายรอย และที่ต้นขาขวามีรอยฟกช้ำ บริเวณหลังและก้นที่รอยถูกตี โดยเด็กสามารถให้ข้อมูลได้ดี สามารถเล่าว่าตัวเองนั้นโดนอะไร ซึ่งบอกตลอดเวลาว่าไม่อยากกลับบ้าน อยากอยู่โรงพยาบาล201609191751384-20050222192603จากการสอบถามนางวรภัทร แสงแก้ว หัวหน้ากลุ่มงานสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ศูนย์พึ่งได้ OSCC โรงพยาบาลปทุมธานี กล่าวว่า ทางโรงพยาบาลปทุมธานีได้รับน้องเอเข้ามาตรวจเนื่องจาก คุณครูของน้องได้เห็นรอยแผลที่หน้าน้องมีรอยปริมีเลือดออก ขณะเรียนหนังสือ จึงสอบถามพร้อมกับเปิดเสื้อผ้าดูจึงพบว่าตามร่างกายมีรอยฟกซ้ำหลายต่อหลายแห่ง จึงได้ประสานสอบถามไปยังกำนันผู้ใหญ่บ้าน พร้อมกับไปลงบันทึกประจำวันที่ สภ.สวนพริกไทย201609191751383-20050222192603-tileเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงส่งตัวมาตรวจร่างกาย โดยแพทย์แผนกฉุกเฉินตรวจร่างกาย และได้สอบถามสาเหตุของรอยฟกช้ำ และบาดแผลทั้งรอยเก่ารอยใหม่ของน้องทราบว่า ถูกแฟนของแม่ ซึ่งเป็นทอมทำร้าย โดยรอยช้ำที่แขนเกิดจากไม้แขวนเสื้อ รอยที่ก้นเกิดจากถูกไม้เรียวตี แผลที่ต้นขาถูกเท้าถีบและเหยียบ และแผลที่ใบหน้าถูกไม้แขวนเสื้อตี หลังจากให้น้องเอพบนักจิตวิทยา เพื่อตรวจสอบสภาพจิตใจ พบว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติแต่จะมีความล่าช้าทางสติปัญญาเล็กน้อย

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวแม่ของเด็ก อายุ 24 ปี ทำงานเป็นพนักงานขายในห้างสรรพสินค้า และผู้เลี้ยงดูร่วมซึ่งเป็นแฟนใหม่ (เป็นทอม) อาชีพพนักงานสวนน้ำ เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง ได้ทำอะไรกับน้องเอไปบ้าง รวมถึงจะได้ประเมินสุขภาพจิตของทั้งสองคน โดยขั้นต่อไปได้ประสานบ้านพักเด็กและครอบครัว พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.ปทุมธานี เพื่อที่จะแยกน้องเอจากผู้ปกครองเป็นการชั่วคราว ให้ไปอยู่ในสถานคุ้มครอง ให้ดูแลน้องไปก่อน

ที่มา>>>ข่าวสด

10 ข้อดีของการมีเว็บไซต์อย่างมีอาชีพ

12088513_1661905930691937_8330020147823836609_n

🔸การมีเว็บไซต์อย่างมีอาชีพ มืออาชีพย่อมทำสิ่งต่างๆด้วยความประนีต ไม่ว่าจะเป็น บุคลิกภาพ การสื่อสาร ซึ่งจะทำให้ได้รับความน่าเชื่อถือและไว้วางในใจในวงการนั้นๆ การที่เราเป็นมืออาชีพกว่าย่อมได้รับการยอมรับมากกว่าคนธรรมดาทั่วไป

website-b2

🔸เว็บไซต์ ก็เช่นเดียวกัน เพราะว่าเป็นส่วนหนึ่งของการทำธุรกิจ เราไม่อาจจะปฏิเสธได้ว่า ทุกวันนี้เว็บไซต์ล้วนมีความจำเป็นอย่างมาก เพราะว่าคนหลายพันล้านต่างก็พากันใช้ internet กันทุกวัน แม้แต่ธุรกิจก็สามารถประสบผลสำเร็จได้ด้วยการใช้เว็บไซต์เป็นเครื่องมืออีกตัวครับ วันนี้เราจะมาดูว่า การที่มีเว็บไซต์ที่ดูเป็นมืออาชีพ จะทำให้เกิดผลดีอย่างไร

👉1. ได้รับความไว้วางใจมากขึ้น
👉2. ผลการค้นหาในเว็บค้นหาดีขึ้น
👉3. ดีไซน์ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง
👉4. ทำให้เกิด First Impression
👉5. เว็บของคุณมีสิทธิ์ถูกกล่าวถึงเยอะ
👉6. ดีไซน์อยู่ได้นาน
👉7. ทำให้โชว์งานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
👉8. อยู่เหนือคู่แข่งมากขึ้น
👉9. ดูดีมีระดับ
👉10. มีลูกค้าเพิ่มขึ้น

ที่มา>>>buksohn

ก๊อปปี้ บทความ ” มาแล้ว!!! สติกเกอร์ไลน์ มิสเตอร์วินน์ซอฟต์ wynnsoft-solution สมกับการรอคอย ที่แสนคุ้มค่าจริงๆ โหลดมาใช้งานได้ที่แอพพิเคชั่นไลน์ได้แล้ว วันนี้…
และสามารถซื้อได้ที่ http://line.me/S/sticker/1309513

ขนลุก! หมู่บ้านญี่ปุ่นสร้างรูปปั้นจ้องนักท่องเที่ยวสุดหลอน (ภาพชุด)

เว็บไซต์ มิร์เรอร์ รายงานว่า หมู่บ้านแห่งหนึ่งในเมืองโอซาวาโนะ จังหวัดโทยาม่า  ประเทศญี่ปุ่น จัดวางรูปปั้นหินทั้งพระพุทธรูป รูปปั้นคนเสมือนจริง มากกว่า 800 ชิ้น เรียงรายอยู่ทั่วหมู่บ้าน ซึ่งดวงตาของรูปปั้นแต่ละชิ้นจะเหมือนจ้องมองผู้คนที่สัญจรไปมาตลอดเวลาvillage-full-of-statuesเคน โอกิ ผู้ใช้นามแฝงว่า ยูกิซัง ช่างภาพผู้ออกมาเผยแพร่เรื่องราวสุดขนลุกนี้ผ่านบล็อกส่วนตัวของเขาเผยว่า ค้นพบสถานที่หนึ่งซึ่งน่าสนใจมากในจังหวัดโทยาม่า และที่นี่คือสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของเมืองนี้ที่ต้องการให้คนมาพักผ่อนหย่อนใจก็ว่าได้village-full-of-statues-1นายมัตสึโอะ ฟูรุกาว่า ผู้ก่อตั้งหมู่บ้าน กล่าวว่า ทุ่มเงินกว่า 6 พันล้านเยน หรือราว 2 พันล้านบาท สั่งทำรูปสลักเหล่านี้นำเข้ามาจากประเทศจีน เพื่ออยู่กับตนไปชั่วนิรันดร์ ในปี 2532village-full-of-statues-2ยูกิซัง กล่าวว่า ตนใช้เวลาเก็บภาพไม่นาน เพราะรู้สึกเหมือนดวงตาของรูปปั้นทั้งสวนกำลังจ้องมองมาที่ตน ซึ่งตนก็รู้สึกได้ว่าที่ๆอยู่นั้นไม่ใช่โลกสำหรับตน จึงรีบออกมาอย่างรวดเร็ว

ที่มา>>>ข่าวสด

วิจารณ์กระหึ่ม ภาพ”เงาปริศนา”ปรากฏตรงศพคนขี่จยย.หลังพุ่งชนปิกอัพ

กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กรณีคลิปรถจักรยานยนต์พุ่งชนรถปิกอัพที่เลี้ยวตัดหน้าอย่างจัง จนคนขี่รถจักรยานยนต์กระเด็นไปกระแทกเสาไฟฟ้าจนเสียชีวิตคาที่ แต่ปรากฏว่ามีการแชร์คลิปวิดีโอนี้แล้วพบว่ามีเงาคล้ายคนปรากฏขึ้นตรงจุดที่ศพคนขี่จักรยานยนต์นอนอยู่ จนเกิดวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง บ้างก็เชื่อว่าเป็นวิญญาณของผู้ตาย แต่มีคนส่วนใหญ่เชื่อว่าน่าจะเป็นการตัดต่อมากกว่า

ที่มา>>>ข่าวสด