ด่วน! เกิดเหตุเพลิงไหม้ตลาดคลองถม พ่อค้าแม่ค้าขนของหนีไฟกันอลหม่าน (มีคลิป)

 

เมื่อเวลา 16.20 น. วันที่ 13 ก.พ. ศูนย์วิทยุ จส.100 และสวพ.91 ทวิตรายงานว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้รุนแรง ภายในคลองถม เซ็นเตอร์ (ตลาดคลองถม) ทำให้บรรดาพ่อค้าแม่ค้าต่างเก็บข้าวของวิ่งหนีกันอลหม่าน ซึ่งเจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงสวนมะลิกำลังพยายามฉีดน้ำยับยั้งอยู่

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก: สวพ.91, จส.100, @praramcommand, @mookitkub, FIRE&RESCUE(TEAM)

ขอบคุณคลิปจาก: หมี ธนพล วัฒนปรีดี

Google เผยยอดดูวีดีโอช่วงวาเลนไทน์เพิ่มขึ้น 199% เมื่อเทียบกับปีก่อน

Google เผยยอดดูวีดีโอช่วงวาเลนไทน์เพิ่มขึ้น 199% เมื่อเทียบกับปีก่อนวันนี้ Google เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกพฤติกรรมการชมวิดีโอของคนไทยโดยระบุว่าปีที่แล้วยอดการชมวิดีโอในช่วงเทศกาลวาเลนไทน์โตขึ้นถึง 199% เมื่อเทียบปีต่อปีกับปี 2559Google จัดทำการสำรวจดังกล่าวเพื่อศึกษาว่ามีการชมวิดีโอบน YouTube ในช่วงวาเลนไทน์ปีที่ผ่านมาอย่างไร และผู้ชมชมอะไรในช่วงดังกล่าวและปัจจัยแวดล้อมต่างๆ สำหรับนักการตลาด YouTube มีบทบาทต่อคนไทยในช่วงวาเลนไทน์ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้:

  • เป็นอะไรที่มากกว่าความโรแมนติก: มีความรักอบอวลอยู่รอบตัวในเวลานี้แต่อย่างไรก็ตามมันก็ไม่ใช่แค่เรื่องของความโรแมนติก แต่รวมถึงการใช้โอกาสนี้แสดงออกและแสดงความรักให้กับคนในครอบครัวไปจนถึงเพื่อนๆ อีกด้วย
  • ของขวัญจากหัวใจ: สำหรับคนไทยแล้ววันวาเลนไทน์เป็นมากกว่าโอกาสที่ผู้คนออกไปซื้อหาดอกกุหลาบและช็อกโกแลตโอกาสนี้คนไทยใช้เวลากันจริงๆ จังๆ ลงทุนลงแรงทำของขวัญชิ้นพิเศษสำหรับคนรักด้วยตัวเอง
  • ความมั่นใจ: วัยรุ่นไทยไม่พลาดที่จะปรับโฉมเปลี่ยนลุคการแต่งตัวของตัวเองให้ดูดี
  • ผูกความรักให้แนบแน่น: คู่รักชาวไทยเลือกวันนี้ในการกระชับความสัมพันธ์อันแสนโรแมนติก ด้วยคำมั่นว่าจะรักกันตราบนิรันดร์

“สำหรับชาวราชบุรี” สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ราชบุรี ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ราชบุรี ด้วยทีมงานมืออาชีพ‎

พ่อกอดลูกน้อยแน่น!! ขับหกล้อวูบหลับ เสยยับพ่วงหวิดดับยกครัว จนท.งัดร่างเมีย

เมื่อเวลา 05.30 น. วันที่10 ก.พ. 60 ร.ต.อ.ชัยมงคล เหมือนสนธิ์ พนักงานสอบสวน สภ.ไชโย จ.อ่างทอง รับแจ้งเหตุรถหกล้อชนรถพ่วงมีผู้ได้รับบาดเจ็บติดภายในรถ เหตุเกิดบนถนนสายเอเชีย (ขาขึ้นนครสวรรค์) หลักกิโลเมตรที่ 60 หมู่ที่ 1 ต.จรเข้ร้อง อ.ไชโย จ.อ่างทอง หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยทีมแพทย์กู้ชีพโรงพยาบาลไชโย และเจ้าหน้าที่สมาคมนักวิทยุสมัครเล่นกู้ภัยจังหวัดอ่างทองที่เกิดเหตุบนถนน พบรถหกล้อยี่ห้อฮีโน่ สีขาว หมายเลขทะเบียน 70-5219 ขอนแก่น ชนท้ายอัดติดกับรถพ่วงยี่ห้อฮีโน่ สีขาว หมายเลขทะเบียนตัวหัว 83-1011 นครสวรรค์ หมายเลขทะเบียนตัวพ่วง 83-4272 นครสวรรค์ ตรวจสอบภายในรถ พบมีผู้บาดเจ็บติดอยู่ภายในรถ เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้เครื่องตัดถ่างช่วยนำร่างออกมา และทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนรถกู้ชีพนำตัวส่งโรงพยาบาลไชโย ทราบชื่อ คือ นางจิราวรรณ แข็งขัน อายุ 32 ปี อยู่หมู่ที่ 10 ต.โนนหนามแท่ง อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ ได้รับบาดเจ็บที่ขาและที่ศีรษะนอกจากนั้น บริเวณริมถนน พบนายกิตติพงษ์ แข็งขัน อายุ 30 ปี คนขับรถหกล้อ นั่งกอดเด็กหญิงณัฐวดี แข็งขัน ลูกสาววัย 4 ขวบ และ เด็กชายไรรัน สมบัติ ลูกชายวัย 5 ขวบ ที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยไว้ โดยตัวนายกิตติพงษ์นั้นได้รับบาดเจ็บที่บริเวณขา เจ้าหน้าที่กู้ภัยทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้ ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลไชโยจากการสอบถามนายกิตติพงษ์ กล่าวว่า ตนขับรถขนพัสดุออกมาจากกรุงเทพฯ เมื่อเวลากลางดึกของเมื่อคืน โดยมีนางจิราวรรณ ภรรยา เด็กหญิงณัฐวดี ลูกสาว และเด็กชายไรรัน ลูกชายโดยสารมาด้วย โดยมุ่งหน้าจะไปส่งพัสดุยังจังหวัดอุทัยธานี เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ระหว่างที่ขับรถมานั้นเกิดวูบหลับ มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนรถหกล้อของตนไปชนกับรถพ่วงข้างหน้าแล้ว ซึ่งหลังเกิดเหตุคนขับรถพ่วงและเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้มาช่วยตนกับลูกๆ ลงมาจากรถ ก่อนที่จะไปให้การช่วยเหลือภรรยาของตนด้านนายจรัญ วันนา อายุ 34 ปี อยู่หมู่ที่ 4 ต.หนองมะโดน อ.เมือง จ.นครสวรรค์ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถพ่วงขนแผ่นสมาร์ทบอร์ด จำนวน 30 ตัน ออกจากจังหวัดสระบุรี มุ่งหน้าจะไปส่งยังจังหวัดนครสวรรค์ โดยได้แวะมาพักที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุ จากนั้นตนได้ขับรถออกมาจากปั๊มน้ำมัน ออกมาได้ไม่นาน จู่ๆ ก็มีรถพุ่งชนท้ายรถของตนอย่างแรง จนศีรษะตนไปกระแทกกระจกหน้า โชคดีที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ เมื่อลงมาดูก็พบว่ารถพ่วงดังกล่าวได้มาพุ่งชนท้ายรถของตนอัดก๊อปปี้ ตนจึงได้รีบไปดูที่รถพ่วงก็พบว่ามีคนติดอยู่ในรถหลายราย จึงตัดสินใจเปิดประตูรถไปช่วย เอาคนขับและลูกๆ ลงมาได้ ก่อนที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยจะมาช่วยเอาภรรยาคนขับลงมาและให้การช่วยเหลือส่งโรงพยาบาล

ด้าน ร.ต.อ.ชัยมงคล กล่าวว่า จากการตรวจสอบและสอบสวนในที่เกิดเหตุทราบว่านายกิตติพงษ์ขับรถหกล้อมาจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าจะไป จ.อุทัยธานี เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ระหว่างที่ขับรถมา นายกิตติพงษ์เกิดวูบหลับ จึงทำให้รถเสียหลักไปชนอัดติดกับรถพ่วงของนายจรัญที่ขับมาจากสระบุรีมุ่งหน้าจะไปส่งของยังนครสวรรค์ อย่างไรก็ตามจะได้ทำการสอบสวนคนขับรถทั้ง 2 คันอีกครั้งก่อนจะดำเนินคดีต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงาน สำหรับรถหกล้อนั้นมาด้วยกัน 4 คน พ่อ แม่ และลูก 2 คน โดยนั่งเรียงกันมาหน้ารถ ซึ่งนับว่าโชคดีมากที่เด็ก 2 คน ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยเท่านั้น

ที่มา>>>ข่าวสด

วิศวกร ยิงหนุ่ม ม.4 เตรียมเข้าพบรองปลัด ยธ. ปรึกษาคดี ขอความเป็นธรรม

เมื่อวันที่ 9 ก.พ. ที่กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีนายปอน อายุ 17 ปี ถูกนายสุเทพ โภชนสมบูรณ์ อายุ 50 ปี วิศวกร ยิงด้วยอาวุธปืนและเสียชีวิต ว่าเบื้องต้นในส่วนของกระทรวงยุติธรรมนั้น ตนได้รับการประสานว่าในช่วงบ่ายของวันที่ 10 ก.พ.นี้ นายสุเทพพร้อมภรรยาจะเดินทางมาพบตน ซึ่งตนยังไม่ทราบว่านายสุเทพ จะเดินทางมาพบตนเรื่องอะไร แต่คาดว่าจะมาปรึกษาเรื่องของคดีความ และอาจรวมถึงการขอให้ช่วยเหลือคุ้มครองพยานด้วย เนื่องจากถูกข่มขู่ อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นตนเพียงได้ติดตามข่าวสารผ่านสื่อมวลชนเท่านั้น ทั้งนี้ กระทรวงยุติธรรมมีหน้าที่ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ด้าน นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า กระทรวงยุติธรรมมีคลินิกยุติธรรมอยู่ ซึ่งทำหน้าที่คอยให้คำปรึกษาเรื่องกฎหมายกับประชาชนทั่วไปอยู่แล้ว โดยผู้ที่มาคอยให้บริการประชาชนนั้น ก็เป็นผู้แทนจากสภาทนายความ ดังนั้น ก็คงเป็นการให้คำปรึกษาด้านคดีทั่วไปนั้นเอง ส่วนประเด็นเรื่องการขอให้คุ้มครองพยานนั้น เราก็ต้องดูว่าเข้าหลักเกณฑ์ของกฎหมายคุ้มครองพยานในคดีอาญาหรือไม่ ซึ่งหลักเกณฑ์ดังกล่าว ต้องดูว่ามีการถูกฟ้องในคดีก่อนหรือมีคดีเกิดขึ้น และเราเห็นว่าบุคคลนั้นจะเป็นพยาน

นายชาญเชาวน์ กล่าวต่อว่า แต่ทีนี้เราต้องดูสถานะของคดีก่อนว่า แต่ละคนที่เข้ามาเกี่ยวข้องเข้ามาในสถานะอะไร พนักงานสอบสวนจะเป็นคนกำหนดตั้งแต่แรกว่าจะกล่าวหาใครว่ากระทำความผิดอะไรหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีว่าพนักงานสอบสวนพูดว่าอย่างไร ดังนั้น เราก็ต้องดูสถานะของคดีไปก่อน

ที่มา>>>ข่าวสด

Kaidee เปิดข้อมูลการซื้อ-ขายของมือสองของคนไทยปี 2559

Kaidee เปิดข้อมูลการซื้อ-ขายของมือสองของคนไทยปี 2559Kaidee (ขายดี) แหล่งซื้อ-ขายของมือสองออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เผยผลการดำเนินงานในปี 2559 มีของขายได้ที่ Kaidee ในปี 2559 มากกว่า 2,000,000 ชิ้น รวมมูลค่ากว่า 80,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ถึง 54% พร้อมคาดการณ์การเติบโตของตลาดซื้อ-ขายของมือสองปีนี้เป็นเท่าตัว เพราะคนไทยตื่นตัวเห็นคุณค่าของการส่งต่อของไม่ได้ใช้มากขึ้นเป็นประวัติการณ์ นายทิวา ยอร์ค ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร/เฮดโค้ช แห่ง Kaidee เผยถึงผลการดำเนินงานในปี 2559 ที่ผ่านมาว่า “Kaidee เติบโตมากขึ้นในปีที่ผ่าน คนไทยหันมาให้ความสนใจตลาดซื้อ-ขายของมือสองมากขึ้น มีของขายได้กว่า 2,000,000 ชิ้น รวมมูลค่ากว่า 8 หมื่นล้านบาท โดยที่ 40% ของสินค้าที่ลงขายนี้ขายได้ภายใน 3 วัน เฉลี่ยแล้วในทุกๆ 17 วินาทีมีของขายได้ที่ Kaidee 1 ชิ้น และ 5 หมวดที่ตลาดคึกคักมากที่สุดคือ รถยนต์ โทรศัพท์มือถือ เสื้อผ้าผู้หญิง มอเตอร์ไซค์ และพระเหรียญ ตามลำดับ” 

“ตลาดที่คึกคักที่สุดใน Kaidee นั้นคือ ตลาดซื้อ-ขายรถยนต์มือสอง โดยเฉลี่ยแต่ละเดือนนั้นมีรถมือสองขายได้ที่ Kaidee กว่า 14,000 คัน มูลค่าเดือนละกว่า 4,000 ล้านบาท ราคาเฉลี่ยของรถยนต์ที่ขายได้นั้นอยู่ที่คันละ 260,000 บาท และเฉลี่ยทุกๆ 3 นาทีมีรถมือสองขายได้ที่นี่ 1 คัน” นายทิวา เผยถึงสถิติตลาดซื้อ-ขายรถมือสองของ Kaidee ในปีที่ผ่านมา “ดังนั้น จะเห็นได้ว่าตลาดรถมือสองของเรานั้นคึกคักมาก เป็นแหล่งที่มีรถมือสองให้คุณเลือกมากที่สุดในประเทศไทย โดยในแต่ละวันนั้นจะมีประกาศรถมือสองออนไลน์อยู่ในแพลตฟอร์มของเรามากกว่า 80,000 คัน มีผู้ใช้งานหมวดรถมือสองโดยเฉพาะกว่า 210,000 ครั้งต่อวัน”


“สำหรับชาวหนองบัวลำภู ” สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ หนองบัวลำภู ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO หนองบัวลำภู ด้วยทีมงานมืออาชีพ‎

เด็กโร่แจ้งตร.นึกว่าศพโดนมัดถ่วงแม่น้ำ! ที่แท้รูปปั้นพระพิฆเนศชาวบ้านเชื่ออยากขึ้นจากน้ำ

เมื่อวันที่ 6 ก.พ. ร.ต.อ.ธรรมวัฒน์ สุขีวัฒน์ รองสว.(สอบสวน) สภ.เมืองกาญจนบุรี จ.กาญจนบุรี รับแจ้งพบวัตถุคล้ายศพคนถูกมัดมือมัดเท้าจมอยู่ใต้แม่น้ำแควใหญ่ บริเวณสวนสมเด็จพระญาณสังวรณ์ เขตเทศบาลเมืองกาญจนบุรี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ภัยมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ พบกลุ่มเด็กวัยรุ่นที่มาเล่นน้ำคลายร้อนอยู่ในอาการตื่นตกใจ พร้อมชี้ให้ดูจุดที่พบวัตถุคล้ายศพคนซึ่งจมอยู่ใต้น้ำลึกประมาณ 1 เมตร และห่างจากฝั่งประมาณ 10 เมตรจากนั้นหน่วยกู้ภัยจึงลงไปตรวจภายในแม่น้ำแล้วพบว่า วัตถุดังกล่าวเป็นรูปปั้นพระพิฆเนศขนาดใหญ่ความสูงประมาณ 150 ซ.ม. น้ำหนักกว่า 100 ก.ก. มีสภาพสมบูรณ์ มีร่องรอยตะไคร่น้ำรวมถึงเศษโคลนติดอยู่หลายจุดคาดว่าน่าจะอยู่ใต้น้ำมาระยะหนึ่งแล้ว เมื่อพยายามจะนำขึ้นมาจากน้ำแต่ปรากฎว่าไม่สามารถนำขึ้นมาได้ เพราะรูปปั้นมีน้ำหนักมากและยังทำให้ส่วนข้อมือหัก ต่อมาหน่วยกู้ภัยร่วมกับทหารกองพลทหารราบที่ 9 และชาวบ้านรวมกว่า 10 คนออกแรงช่วยกันยกอีกครั้งจึงสามารถนำขึ้นมาจากน้ำได้สำเร็จ
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า รูปปั้นดังกล่าวอาจจะถูกเจ้าของนำมาทิ้งน้ำเพื่อสะเดาะเคราะห์ หรืออาจถูกกลุ่มมิจฉาชีพขโมยมาจากวัดหรือรีสอร์ต เพราะรูปปั้นนี้มีราคามากกว่า 1 หมื่นบาทแต่อาจจะหาที่ขายไม่ได้จึงตัดสินใจนำมาทิ้งในแม่น้ำเพื่อทำลายหลักฐาน ซึ่งก็จะได้มีการตรวจสอบบันทึกการแจ้งความว่ามีการแจ้งหายเอาไว้หรือไม่ต่อไป

ขณะที่ชาวบ้านบางส่วนจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ถึงการที่รูปปั้นพระพิฆเนศหนักมากกว่าร้อยกิโลจะถูกน้ำซัดมาเกยฝั่งจนมีผู้มาพบว่าเป็นไปได้อย่างไร โดยชาวบ้านเชื่อว่าอาจจะเป็นเพราะความศักดิ์สิทธิ์ของรูปปั้นพระพิฆเนศที่อยากจะขึ้นจากน้ำจึงลอยมาเกยฝั่งและดลใจให้มีผู้มาพบเห็นจนสามารถนำขึ้นมาได้ในที่สุด

ที่มา>>>ข่าวสด

มีลูกนักการเมือง โยงด้วย เค้น”เบนซ์”อีกรอบ จ่อหมายเรียกดารา-ไฮโซ ปส.-ป.ป.ส.-ปปง.นัดถก ขยายยึดทรัพย์”ไซซะนะ”

“ปส.-ป.ป.ส.-ปปง.” ร่วมถกปม “เบนซ์” ยืมเงิน 6 ล้านมาซื้อลัมโบร์กินี รวมถึงประเด็นที่ยังสงสัย เหตุนำหลักฐานมาแสดงเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น เคาะต้องเรียกเบนซ์ สอบซ้ำ เชิญแพทมาสอบปากคำด้วยหรือไม่ รองผบช.ปส.ขออุบออกหมายเรียกดารา-ไฮโซโยง “ไซซะนะ” เร่งสืบสวนมีชื่อลูกชายอดีตนักการเมืองดังเกี่ยวข้องด้วย ชี้หากมีหลักฐานไปถึงจะดำเนินการทันที-ไม่ละเว้น เผยผลตรวจค้น 39 เป้าหมาย ออกหมายจับ 9 แต่จับได้ 3 เตรียมหารืออายัด-ยึดทรัพย์แก๊งไซซะนะด้วย

จากกรณีเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นร้านเเอเรีย 51 ซอยอินทามระ 51 กทม. ที่มีนายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือเบนซ์ เรซซิ่ง สามีดาราสาว “แพท ณปภา” เป็นเจ้าของ หลังสืบพบเชื่อมโยง “ไซซะนะ” พ่อค้ายาชาวลาว ก่อนอายัดรถหรูลัมโบร์กินีและบิ๊กไบก์มาตรวจสอบ จากนั้นนายเบนซ์เข้าชี้แจงกับตำรวจที่บช.ปส. โดยปฏิเสธไม่รู้จักกับไซซะนะ แต่รับรู้จักกับนายบอย เพื่อนและเอเยนต์ยา เพราะชอบเรื่องรถเหมือนกัน รวมทั้งยังยืมเงินนายบอย 6 ล้านบาท เพื่อซื้อดาวน์รถลัมโบร์กินี ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังมีข้อสงสัยเรื่องเงินที่เบนซ์ยืมจากนายบอย จึงเร่งตรวจสอบ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

สำหรับความคืบหน้า เมื่อวันที่ 5 ก.พ. พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รองผบช.ปส. เผยว่า ในวันที่ 6 ก.พ. เวลา 10.00 น. จะมีการประชุม 3 ฝ่าย ประกอบด้วย ตำรวจบช.ปส. เจ้าหน้าที่ป.ป.ส. และเจ้าหน้าที่ปปง. โดยจะพูดคุยกันในหลายประเด็น หนึ่งในนั้นคือประเด็นของนายเบนซ์ที่ยืมเงินจากนายบอยมา 6 ล้านบาท รวมถึงประเด็นอื่นที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังสงสัย เนื่องจากในวันที่เบนซ์เข้ามาพบ มีหลักฐานมาเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ซึ่งหลังจากได้ข้อสรุปในที่ประชุมจะมีการเรียกนายเบนซ์มาให้ข้อมูลกับตำรวจอีกครั้ง

พล.ต.ต.พรชัยกล่าวอีกว่า ส่วนการออกหมายเรียกดาราหรือกลุ่มไฮโซที่อาจเกี่ยวข้องกับไซซะนะมาสอบสวนนั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ ต้องรอข้อสรุปจากที่ประชุมในวันที่ 6 ก.พ.เช่นเดียวกัน สำหรับกระแสข่าวที่ระบุมีลูกชายอดีตนักการเมืองชื่อดังมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการนี้ด้วยนั้น ตำรวจอยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวนและรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐาน ซึ่งจะนำเข้าที่ประชุม 3 ฝ่ายด้วย เพื่อขอความเห็นในการดำเนินการ หากมีหลักฐานไปถึงก็จะดำเนินการตามขั้นตอนทันทีโดยไม่ละเว้น

 พล.ต.ต.พรชัยกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่จะนำพฤติการณ์ของเครือข่ายและผลการปฏิบัติงานในช่วงที่ผ่านมาเข้าหารือด้วย ทั้งการเข้าตรวจค้น 39 เป้าหมาย 41 จุดตรวจค้น รวมทั้งการติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหา 9 หมายจับ ซึ่งล่าสุดเจ้าหน้าที่จับกุมได้ 3 รายเท่านั้น อีกทั้งในการประชุมจะพูดคุยถึงหลักฐานที่อายัดไว้ โดยจะนำมาตรวจสอบว่ามีความเชื่อมโยงอย่างไรกับขบวนการนี้ หากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องจะเสนอให้สำนักงานป.ป.ส. ออกคำสั่งอายัดและให้ปปง.ดำเนินการยึดทรัพย์

“การทำงานช่วงที่ผ่านมามีอุปสรรคในเรื่องการตรวจสอบ เพราะหลักฐานและทรัพย์สินมีจำนวนมาก ต้องตรวจสอบอย่างละเอียด อีกทั้งยังมีความเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานและยังตรงกับในช่วงวันเสาร์อาทิตย์ จึงทำให้การทำงานต่างๆ ต้องรอที่ประชุมในวันที่ 6 ก.พ.” พล.ต.ต.พรชัยกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุม 3 ฝ่าย ทั้งตำรวจบช.ปส. เจ้าหน้าที่ป.ป.ส. และ เจ้าหน้าที่ปปง. ในวันที่ 5 ก.พ.นี้ เจ้าหน้าที่จะหารือด้วยว่าในการสอบสวนต้องเชิญ ดาราสาว “แพท ณปภา” ภรรยาของ “เบนซ์ เรซซิ่ง” มาสอบปากคำด้วยหรือไม่

ที่มา>>>ข่าวสด

Apple ถูกฟ้อง กล่าวหาว่าเจตนาให้ FaceTime บน iOS 6 มีปัญหา เพื่อให้คนอัพเกรดเป็น iOS 7

เรื่องมีอยู่ว่า มีคดีฟ้องร้องกันที่ศาลแคลิฟอร์เนีย โดยจำเลย Christina Grace ได้กล่าวหาว่าเมื่อปี 2014 แอปเปิลตั้งใจทำให้ FaceTime ใช้งานบน iOS 6 ไม่ได้ เพื่อบังคับให้ผู้ใช้อัพเกรดเป็น iOS 7 ซึ่งทำให้แอปเปิลมีต้นทุนลดลง

ipadtwofacetimeuk-580x358

การฟ้องร้องนี้เกิดขึ้นหลังมีการค้นพบหลักฐาน จากคดี VirnetX ฟ้องแอปเปิลข้อหาละเมิดสิทธิบัตรเทคโนโลยีที่ใช้ใน FaceTime เมื่อปี 2010 ซึ่งคดีนี้ได้สิ้นสุดเมื่อปีที่แล้ว โดยแอปเปิลยอมจ่ายค่าเสียหาย 302.4 ล้านดอลลาร์

หลักฐานดังกล่าวคืออีเมลของพนักงานแอปเปิล ที่ทำให้เห็นภาพว่า FaceTime ใช้วิธีการเชื่อมต่อสองรูปแบบ แบบแรกเป็นวิธีแบบ peer-to-peer ที่มีปัญหาละเมิดสิทธิบัตร VirnetX ส่วนอีกวิธีคือ relay method โดยส่งข้อมูลผ่านตัวกลางคือ Akamai ผู้ให้บริการเชื่อมโยงโครงข่ายรายใหญ่

ในเอกสารฟ้องร้องระบุว่า เมื่อแอปเปิลถูก VirnetX ฟ้อง ก็เริ่มปรับแก้ไขให้ FaceTime ใช้โครงข่าย Akamai มากขึ้น ซึ่งไม่ละเมิดสิทธิบัตร แต่ก็เกิดปัญหาใหม่คือต้นทุนที่แอปเปิลต้องจ่ายให้ Akamai เอง ก็เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ

เอกสารฟ้องร้องกล่าวหาว่า พอสองวิธีเชื่อมต่อของ FaceTime บน iOS 6 ต่างมีปัญหา อันหนึ่งละเมิดสิทธิบัตร อีกอันมีค่าใช้จ่าย แอปเปิลจึงได้ออกแบบระบบเชื่อมต่อ peer-to-peer บน FaceTime ขึ้นมาใหม่ที่ไม่ละเมิดสิทธิบัตรบน iOS 7 และหาวิธีผลักดันให้ผู้ใช้อัพเกรดไปให้มากที่สุด โดยวิธีนั้นก็คือการทำให้ใบรับรองความปลอดภัยหมดอายุ ซึ่งเมื่อปี 2014 แอปเปิลก็ออก Support Document ระบุปัญหา FaceTime บน iOS 6 ไม่ได้ว่า “อัพเกรดไป iOS 7” (ข่าวเก่า: ปัญหา FaceTime บน iOS 6 จะหมดไป เมื่อคุณใช้ iOS 7)


“สำหรับชาวกระบี่ ” สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ กระบี่ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO กระบี่ ด้วยทีมงานมืออาชีพ‎

หนุ่มสาวเขียนจม.ลาตาย ก่อนโดดทะเล แต่แม่ไม่เชื่อฆ่าตัว ชี้เพิ่งถูกขู่ฆ่า

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 22.30 น.วันที่ 1 กุมภาพันธ์  ตำรวจได้รับแจ้งจากชาวประมงบ้านสามเสียบ ม.5 ต.นาชะอัง อ.เมือง จ.ชุมพร ว่า มีรถยนต์เก๋งถูกจอดทิ้งไว้บนสะพานปลา ตั้งแต่เมื่อคืน จนมาถึงขนาดนี้ ยังไม่พบเจ้าของมาขยับแต่อย่างใด จึงรุดไปตรวจสอบ

พบรถยนต์คันดังกล่าว ยี่ห้อโตโยต้า สีดำ รุ่นวีออส ทะเบียน กง 6533 ชุมพร จอดอยู่บนสะพานปลาในสภาพด้านหน้าหันลงทะเล จอดจนเกือบตกสะพาน

ภายในรถพบบริเวณที่ดึงเบรกมือใกล้เกียร์กระเป๋าสตางค์ สีดำ แบบพับครึ่ง เปิดอ้าออกพอเห็นเอกสารเป็นบัตรประชาชน ระบุชื่อคือนายวุฒิชัย เนียมมาลา อายุ 32 ปี ส่วนบริเวณเบาะหลังพบกางเกงยีนส์ กระเป๋าหนังแบบสะพาย 2 ใบ กระเป๋าผู้หญิง 1 ใบ กระดาษสลิปเงินธนาคาร สมุด ใบมีดโกน กระดาษกาวสีน้ำดาษ รองเท้าผ้าใบสีขาว และสิ่งของอื่นๆอีกจำนวนหนึ่งนอกจากนี้ยังพบจดหมายลาตาย เขียนตัดพ้อเรื่อวความรักไม่สมหวัง และขอโทษญาติพี่น้องทุกคน และขอให้ทำศพเผาด้วยกัน ลงชื่อ กรและน้ำ

 อย่างไรก็ตาม จากการสอบสวนนางธรรมนูญ เนียมมาลา แม่ของนายวุฒิชัย หรือกร ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุลูกชายขับรถออกไปกับ น.ส.จริญา หรือน้ำ รอดสาย อายุ 26 ปี ซึ่งเพิ่งหย่ากับสามีเมื่อวันที่ 30 ม.ค.ที่ผ่านมา

ต่อมาวันที่ 31 ม.ค.  มีผู้ชายได้โทรศัพท์มาหาตน ขู่ว่าหากพบนายวุฒิชัยและน.ส.จริญาที่ไหนจะฆ่ให้ตายทั้ง 2 คน กระทั่งมีชาวประมงไปพบรถจอดทิ้งไว้ที่สะพานท่าเทียบเรือประมง

นางธรรมนูญกล่าวว่า ส่วนจดหมายลาตายที่พบในรถนั้น ไม่เชื่อว่าเป็นลายมือลูกชาย และไม่คิดว่าลูกชายกับน.ส.จริญาจะคิดสั้นอย่างนั้น เรื่องนี้น่าจะมีเงื่อนงำ หรือไม่ก็อาจถูกอุ้มไปฆ่าที่อื่น

ขณะที่ตำรวจยกรถเก๋งคันดังกล่าวไปเก็บรักษาไว้ที่ สภ.เมืองชุมพร เพื่อรอให้ฝ่ายพิสูจน์หลักฐานไปเก็บลายนิ้วมือแฝง รวมทั้งประสานเจ้าหน้าที่ออกค้นหาในทะเลว่ามีศพจริงหรือไม่

ขอบคุณคลิปจาก หลักเมือง ฉันรักชุมพร#CharmingChumphon

จวกยับฝรั่งเกรียนคนเดิม คราวนี้ทำคลิปทดลองแช่ปลาช่อนเป็นๆ ในไนโตรเจนเหลว!?

ถูกวิพากษ์วิจารณ์อีกครั้ง สำหรับฝรั่ง เนต บาร์ตลิง เจ้าของช่องในยูทูป “My Mate Nate” หลัง ล่าสุด ฝรั่งเกรียนคนเดิม โพสต์คลิปชื่อ “เหลือเชื่อ ปลามหัศจรรย์ ตายเเล้วคืนชีพได้!!!” ทดลองเอาปลาช่อนเป็นๆ แช่ลงในไนโตรเจนเหลว ทำให้ปลาช่อนที่ยังเป็นๆ แข็งตัวทันที เมื่อปลาแข็งแล้ว จึงนำปลากลับมาแช่ในอ่างน้ำอุณหภูมิปกติ เพื่อละลายน้ำแข็ง ปรากฏว่าปลาก็ค่อยๆ ละลายและกลับมาว่ายน้ำอีกครั้ง คลิปนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการทรมานสัตว์เพื่อความบันเทิงไม่ใช่การให้ความรู้แต่อย่างใดทั้งนี้ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฝรั่งรายนี้ ถูกกระแสสังคมวิพากษ์วิจารณ์ หลังเมื่อไม่นานมานี้ เนต เคยทำคลิปทดสอบความรู้ทางภาษาอังกฤษกับเด็กไทย ที่ถูกมองว่าหลายคำถามที่นำมาทดสอบนั้นไม่เหมาะสม ทั้งยังเป็นการโฆษณาคอร์สสอนพิเศษแฝง ซึ่งครั้งนั้น เนตได้ออกมาขอโทษสังคมไปแล้วครั้งหนึ่ง

ที่มา>>>ข่าวสด