ระเบิดตูมสนั่น! โรงกลั่นน้ำมันเม็กซิโก ไฟไหม้ ควันดำทะมึน ตายเจ็บอื้อ

โรงงานปิโตรเคมี ภายในโรงกลั่นน้ำมันของเม็กซิโก เกิดระเบิด ส่งผลให้เกิดไฟไหม้รุนแรง และควันดำทะมึนพวยพุ่งสู่ท้องฟ้า ทางการต้องเร่งอพยพประชาชนหลายร้อยคนในพื้นที่ใกล้เคียง และสั่งปิดโรงเรียนทันที เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 3 บาดเจ็บกว่าร้อย

เมื่อวันที่ 21 เม.ย. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเกิดเหตุสุดระทึก โรงงานปิโตรเคมีภายในโรงกลั่นน้ำมันของบริษัท พีเม็กซ์ (Pemex) ที่เมืองท่า Coatzacoalcos ในรัฐเวราครูซ ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศเม็กซิโก เกิดระเบิดอย่างรุนแรง ส่งผลให้เกิดไฟไหม้รุนแรงและควันดำทะมึนลอยสู่ท้องฟ้าอย่างน่ากลัว เมื่อเวลาประมาณ 15.15 น. ตามเวลาท้องถิ่น ของวันที่ 20 เม.ย.59 เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 3 ราย บาดเจ็บกว่า 105 คน ในจำนวนนี้เป็นคนงานโรงงาน 58 คน ขณะที่ทางการต้องเร่งอพยพประชาชนหลายร้อยคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง และสั่งปิดโรงเรียนหลายแห่งทันที

บริษัทพีเม็กซ์ ซึ่งเป็นบริษัทรัฐวิสาหกิจในประเทศเม็กซิโก ออกแถลงการณ์ถึงสาเหตุระเบิดว่าเกิดจากบริษัทเม็กซีเคม (Mexichem) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของบริษัทพีเม็กซ์ และมีโรงงานอยู่ในบริเวณใกล้กัน ได้เกิดระเบิดขึ้น โดยโรงงานดังกล่าว เป็นโรงงานผลิตสารเคมีไวนิลคลอไรด์ ซึ่งเป็นสารเคมีอันตรายสำหรับใช้ในการผลิตท่อพีวีซีและอื่นๆควันดำทะมึนจากโรงกลั่นน้ำมันบริษัทพีเม็กซ์

ด้านผู้ว่าการรัฐเวราครูซ กล่าวผ่านสถานีวิทยุแห่งหนึ่งในเม็กซิโกว่า ได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่น และรับรู้ได้ถึงความรุนแรงของการระเบิดในรัศมีที่ห่างจากโรงกลั่นน้ำมันพีเม็กซ์ไปไกลนับ 10 กิโลเมตร โดยหลังเกิดเหตุ ทางการได้แจ้งเตือนประชาชนให้อยู่แต่ภายในอาคารบ้านเรือน เพราะอาจมีก๊าซพิษรั่วไหลออกมาจากโรงงาน ขณะที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงสามารถควบคุมเพลิงให้สงบลงได้ในช่วงเย็นวันเดียวกันทางการสั่งอพยพประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงทันที หลังเกิดเหตุระเบิดที่โรงกลั่นน้ำมันบริษัทพีเม็กซ์

ที่มา>>>Thairath

ทรัมป์-ฮิลลารี วิน-วิน! เฮลั่น ชนะเลือกตั้งขั้นต้นรัฐนิวยอร์ก

โดนัลด์ ทรัมป์ และฮิลลารี คลินตัน ดีใจสุดๆ …คว้าชัยเลือกตั้งขั้นต้นที่รัฐนิวยอร์ก รัฐบ้านเกิดของทรัมป์ ขณะที่ฮิลลารี ก็เคยเป็น ส.ว.ที่รัฐนี้มาก่อน

เมื่อ 20 เม.ย.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน โดนัลด์ ทรัมป์ และฮิลลารี คลินตัน สองผู้สมัครเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกันและเดโมแครต ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังคะแนนนิยมดีต่อเนื่อง คว้าชัยชนะในการเลือกตั้งขั้นต้น แบบไพรมารี ที่รัฐนิวยอร์กเมื่อวันอังคารที่ 19 เม.ย. จากการนับคะแนนที่แล้วเสร็จเกือบ 95% ปรากฏว่า โดนัลด์ ทรัมป์ เศรษฐีปากกล้า ชนะเลือกตั้งขั้นต้นที่รัฐนิวยอร์ก ซึ่งเป็นรัฐบ้านเกิดของเขา มีคะแนนมาเป็นอันดับ 1 ได้กว่า 60% เหนือเท็ด ครูซ และจอห์น แคซิช คู่แข่ง‘คนที่รู้จักผมดีที่สุดคือ คนนิวยอร์ก และการที่ชาวนิวยอร์กลงคะแนนเลือกผมเช่นนี้จึงเป็นสิ่งที่เหลือเชื่อ’ โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวต่อผู้สนับสนุนที่อาคาร ทรัมป์ ทาวเวอร์ ขณะที่ด้านนางฮิลลารี ก็คว้าชัยชนะในการเลือกตั้งขั้นต้นที่รัฐนิวยอร์ก ซึ่งนางเคยเป็นวุฒิสมาชิกรัฐนี้ในช่วงปี 2544-2552 โดยได้คะแนนนำมาเป็นอันดับหนึ่ง ประมาณ 58% เหนือนายเบอร์นี แซนเดอร์ส คู่แข่งคนสำคัญ

ที่มา>>>Thairath

รบ.อินเดีย รีบแก้ข่าว! ยังต้องการเพชรโคอินูร์ประเมินค่ามิได้ คืนจากอังกฤษ

รบ.อินเดีย รีบออกแถลงการณ์ ยังต้องการได้เพชรโคอินูร์ประเมินค่ามิได้คืนจากอังกฤษ หลังรองอธิบดีอัยการอินเดียมาแปลก กล่าวต่อศาลสูงสวนทางความรู้สึกของชาวอินเดียทั้งประเทศ บอกเพชรล้ำค่าเม็ดนี้ไม่ได้ถูกขโมยหรือถูกบังคับให้แก่อังกฤษเสียหน่อย

เมื่อวันที่ 20 เม.ย. 59 สำนักข่าวบีบีซีรายงาน รัฐบาลอินเดียยังคงต้องการได้เพชรโคอินูร์ น้ำหนัก 105 กะรัต ที่มิอาจประเมินค่าได้ คืนจากทางการอังกฤษ ถึงแม้ นายรันชิต กุมาร รองอธิบดีกรมอัยการของอินเดีย ได้สร้างความประหลาดใจให้แก่ชาวอินเดียเป็นอย่างมาก เมื่อเขาได้กล่าวต่อศาลสูงเมื่อวันที่ 17 เม.ย.ที่ผ่านมาว่า เพชรโคอินูร์เลอค่าเม็ดนี้ไม่ได้ถูกขโมยหรือถูกบังคับเอาไปให้แก่ทางอังกฤษแต่อย่างใด

บีบีซี แจ้งว่า เมื่อวันอังคารที่ 19 เม.ย. กระทรวงวัฒนธรรมของอินเดีย ได้ออกแถลงการณ์ว่า รัฐบาลอินเดียได้สั่งย้ำอีกครั้งให้พยายามทำทุกอย่างที่จะทำได้เพื่อนำเพชรโคอินูร์กลับคืนมา พร้อมระบุว่า คำให้การต่อศาลสูงของนายรันชิต รองอธิบดีกรมอัยการ ไม่ได้เป็นการแสดงความเห็นในนามของรัฐบาลอินเดียทั้งนี้ ตามประวัติ อดีตผู้ปกครองรัฐปันจาบ ในประเทศอินเดีย ได้มอบเพชรโคอินูร์ ขนาด 105 กะรัตให้แก่ บริษัท อีสต์ อินเดีย เพื่อเป็นของขวัญในปี ค.ศ. 1849 จากนั้น เพชรล้ำค่าเม็ดนี้ได้ถูกส่งมอบไปอยู่ในมือของทางการอังกฤษตั้งแต่ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 และถูกนำไปประดับบนมงกุฏของพระราชินีวิคตอเรียแห่งอังกฤษ โดยปัจจุบัน ถูกนำไปแสดงที่ทาวเวอร์ ออฟ ลอนดอน ขณะที่ได้มีการเรียกร้องเพื่อนำเพชรโคอินูร์กลับคืนมาสู่อินเดียอย่างต่อเนื่อง กระทั่งกลุ่มสิทธิมนุษยชนกลุ่มหนึ่งในอินเดียได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้รัฐบาลอินเดียพยายามหาทางนำเพชรโคอินูร์สมบัติล้ำค่ากลับคืนสู่ประเทศ

ที่มา>>>Thairath

ชาวไทยในสวิตเซอร์แลนด์ร่วมงานสงกรานต์คึกคัก

สาวไทยในสวิตเซอร์แลนด์ร่ายรำกันอย่างสนุกสนาน

วัดศรีนครินทรวราราม ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จัดงานวันสงกรานต์อย่างยิ่งใหญ่ ชาวไทยและชาวต่างประเทศกว่า 2,000 คน เข้าร่วมงานสัมผัสวัฒนธรรมประเพณีไทย ด้วยความเพลิดเพลินสนุกสนาน และอิ่มหนำสำราญกับอาหารไทย ท่ามกลางความประทับใจ

นายนพปฎล คุณวิบูลย์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงเบิร์น เป็นประธานในงาน

นางอรัญญา บุ๊ค ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำประเทศสวิตเซอร์แลนด์ รายงานว่า วัดศรีนครินทรวราราม เมืองเกรทเซนบาค รัฐโซโลทูร์น ซึ่งเป็นวัดสำคัญของชาวไทยในประเทสสวิตเซอร์แลนด์ ได้จัดงานประเพณีสงกรานต์อย่างยิ่งใหญ่ เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2559 มีข้าราชการไทย ชุมชนชาวไทยและชาวต่างชาติไปร่วมงานกันอย่างเนืองแน่นกว่า 2,000 คน

ชาวไทยและชาวต่างประเทศร่วมตักบาตรเริ่มกิจกรรมช่วงเช้ามีพิธีทำบุญตักบาตร โดยมีนายนพปฎล คุณวิบูลย์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงเบิร์น เป็นประธานในพิธี และ พระครูกิตติธรรมวิเทศ รักษาการเจ้าอาวาส เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นำคณะสงฆ์ออกบิณฑบาตและเจริญพระพุทธมนต์ จากนั้นเปิดโอกาสให้ผู้ไปร่วมงานได้สรงน้ำพระสงฆ์และพระพุทธรูป เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนจะร่วมรดน้ำดำหัวขอพรผู้สูงอายุตามประเพณีไทยเข้าแถวรอตักบาตรกันอย่างอิ่มเอิบบุญนอกจากนี้ผู้ไปร่วมงานยังได้สนุกสนานกับการร่วมขบวนรำกลองยาว แห่ต้นผ้าป่าไปถวายพระภิกษุ พร้อมทั้งเพลิดเพลินกับชมการแสดงรำไทย ร่วมก่อกองทรายปักธง ปักพวงมโหตรตามประเพณีพื้นบ้านแบบโบราณ และอิ่มอร่อยกับอาหารไทย สร้างความประทับใจแก่ชาวต่างประเทศที่เข้าร่วมงาน และสัมผัสวัฒนธรรมประเพณีไทยผู้ไปร่วมงานร่วมสรงน้ำพระภิกษุสงฆ์รดน้ำขอพรผู้ใหญ่สรงน้ำพระพุทธรูป เพื่อความเป็นสิริมงคลรำแห่ผ้าป่าคนอุ้มต้นผ้าป่าด้วยความอิ่มเอิบบุญกลองยาวแห่นำขบวนผ้าป่าอย่างสนุกสนาน

ชาวไทยและชาวต่างประเทศไปร่วมงานกว่า 2,000 คน

ที่มา>>>Thairath

นายกฯไอซ์แลนด์ยันไม่ลาออก หลังถูก ‘เอกสารปานามา’ แฉว่าเลี่ยงภาษี

นายกรัฐมนตรี ซิกมุนตูร์ กุนลอคสัน แห่งประเทศไอซ์แลนด์ (ภาพ: AP)

นายกรัฐมนตรีไอซ์แลนด์ยืนยันไม่ลาออกจากตำแหน่ง หลังพบว่าเขามีชื่ออยู่ใน ‘เอกสารปานามา’ ซึ่งระบุว่าเขาและภรรยาใช้บริษัทต่างประเทศในการซุกซ่อนทรัพย์สินเพื่อเลี่ยงภาษี…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายกรัฐมนตรี ซิกมุนตูร์ กุนลอคสัน แห่งประเทศไอซ์แลนด์ ออกมายืนยันอย่างชัดเจนว่าตัวเขาจะไม่ลาออกจากตำแหน่ง แม้เกิดเสียงเรียกร้องให้เขาก้าวลงจากอำนาจ หลังเอกสารรั่วไหลที่องค์กรสื่อทั่วโลกช่วยกันสืบสวนจะเชื่อมโยงเขาเข้ากับการซุกเงินในบริษัทต่างประเทศเพื่อเลี่ยงภาษี

ทั้งนี้ นายกุนลอคสันเป็นหนึ่งในผู้ที่มีรายชื่อใน ‘เอกสารปานามา‘ (Panama Papers) ซึ่งเป็นเอกสารกว่า 11.5 ล้านฉบับที่รั่วไหลออกมาจากบริษัทกฎหมาย ‘มอสแซค ฟอนเซกา’ ในปานามา และเปิดโปงการทำธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัยซึ่งอาจเป็นการฟอกเงินหรือการเลี่ยงภาษีของผู้นำ, นักการเมือง และเหล่าเศรษฐีทั่วโลก

เอกสารดังกล่าวระบุว่า นายกรัฐมนตรีไอซิสและภรรยา ซื้อบริษัทชื่อ ‘วินทริส’ บนเกาะเวอร์จิน ของสหราชอาณาจักรตั้งแต่ปี 2007 ด้วยความช่วยเหลือของ มอสแซค ฟอนเซกา และขายหุ้น 50% ของบริษัทนี้ที่เขาถือครองอยู่แก่ภรรยาในวันสิ้นปี 2009 ในราคาแค่ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ เพียงวันเดียวก่อนที่กฎหมายไอซ์แลนด์ซึ่งบังคับให้นายกุนลอคสันประกาศความเป็นเจ้าของบริษัทวินทริสซึ่งถือเป็นผลประโยชน์ทับซ้อน จะมีผลบังคับใช้

ข้อมูลยังระบุด้วยว่า บริษัท วินทริส ซึ่งนายกุนลอคสันมีอำนาจบริหารไม่จำกัด นำเงินจำนวนมากไปลงทุนซื้อพันธบัตรจากธนาคารไอซ์แลนด์ยักษ์ใหญ่ 3 แห่ง ซึ่งภายหลังล้มละลายเพราะวิกฤติการเงินปี 2008 บริษัทยังถูกระบุเป็นเจ้าหนี้เงินจำนวนหลายล้านดอลลาร์ ในคำร้องขอยื่นล้มละลายของธนาคารทั้ง 3 แห่งด้วย

หลังเรื่องนี้ถูกเปิดเผยออกมาเมื่อวันอาทิตย์ นักการเมืองฝ่ายค้านของไอซ์แลนด์ออกมาเรียกร้องให้นายกุนลอคสันลาออกจากตำแหน่งจากการมีผลประโยชน์ทับซ้อน และเตรียมเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ กุนลอคสันในรัฐสภาด้วย ขณะที่มีผู้ลงนามในคำร้องออนไลน์ เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออกกว่า 24,000 คน มากกว่า 7% ของประชากรในประเทศ

อย่างไรก็ตาม นายกุนลอคสันให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ แชลเนล 2 ในวันจันทร์ ยืนยันว่าเขาจะไม่พิจารณาเรื่องการลาออกเพราะเรื่องนี้อย่างแน่นอน ขณะที่ก่อนหน้านี้โฆษกนายกรัฐมนตรีไอซ์แลนด์ระบุว่า นางอันนา ซิกกุนลอก พัลส์ดอตตีร์ ภรรยาของนายกุนลอคสัน เปิดเผยทรัพย์สินของบริษัทวินทริสแก่รัฐเป็นประจำ ทำให้นายกุนลอคสันไม่จำเป็นต้องเปิดเผยผลประโยชน์ในวินทริส.

ที่มา>>>Thairath

ฉาว ! หนุ่มเจอจับ หลังก่อเรื่องสุดเอือม มีเซ็กส์กับผู้เยาว์บนห้องน้ำเครื่องบิน

 * ฉาว ! หนุ่มเจอจับ หลังก่อเรื่องสุดเอือม มีเซ็กส์กับผู้เยาว์บนห้องน้ำเครื่องบิน *

มีเซ็กบนเครื่องบิน

หนุ่มอเมริกันวัย 27 ถูกตำรวจสนามบินรวบ หลังแอบมีเพศสัมพันธ์กับสาววัยรุ่นที่อายุไม่ถึง 18 ปี ในห้องน้ำขณะกำลังโดยสารเที่ยวบินในประเทศ

วันที่ 14 มีนาคม 2559 เว็บไซต์มิเรอร์ของอังกฤษ เปิดเผยว่า นายแจสเปอร์ การ์ซินสกี วัย 27 ปี ถูกตำรวจสนามบินรวบตัวทันทีที่เครื่องลงจอด หลังได้รับแจ้งว่าชายคนดังกล่าวก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศและพรากผู้เยาว์ ขณะกำลังโดยสารเครื่องบินของสายการบินเดลตา เที่ยวบินในประเทศจากเมืองฟีนิกส์ รัฐแอริโซนา มุ่งหน้าสู่เมืองซอล์ทเลกซิตี รัฐยูทาห์

มีเซ็กบนเครื่องบิน

นายการ์ซินสกี นักศึกษาระดับปริญญาโท สาขาวิชาบริหารธุรกิจจากรัฐแอริโซนา ถูกจับได้ว่าแอบมีเพศสัมพันธ์กับเด็กสาววัย 16 ปีในห้องน้ำของเครื่องบิน หลังเด็กสาวเดินออกมาจากห้องน้ำแล้วบอกกับพนักงานต้อนรับบนเครื่องว่า เธอกับเขาเพิ่งมีเซ็กส์กันไปหมาด ๆ

เมื่อนักบินทราบเรื่องดังกล่าว จึงโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้เตรียมกำลังจับกุมนายการ์ซินสกีได้ทันทีที่เครื่องลงจอด เป็นเหตุให้เขาถูกรวบตัวทันควันโดยเจ้าหน้าที่เมืองซอลท์เลกซิตี และถูกดำเนินคดีฐานล่วงละเมิดทางเพศกับผู้เยาว์

ภาพจาก SALT LAKE CO. SHERIFF’S OFFICE, bajurtov

ชมคลิปหนูน้อยมีหัวใจอยู่นอกหน้าอก เต้นตุบ ๆ น่าหวาดเสียว

 * ชมคลิปหนูน้อยมีหัวใจอยู่นอกหน้าอก เต้นตุบ ๆ น่าหวาดเสียว *

หัวใจอยู่นอกหน้าอก

หัวใจอยู่นอกหน้าอก

เผยคลิปหนูน้อยเกิดมาพร้อมภาวะพบได้ยาก มีหัวใจอยู่นอกหน้าอก ก้อนเนื้อเต้นชัดเจน ดูเปราะบางน่าหวาดเสียว

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2559 เว็บไซต์เดลี่เมลของอังกฤษ เผยคลิปวิดีโอแสนน่าสงสารของหนูน้อยรายหนึ่ง ที่เกิดมาพร้อมภาวะหัวใจอยู่นอกหน้าอก (Ectopia cordis) เต้นตุบ ๆ ให้เห็นชัดเจนอย่างน่าหวาดเสียว เพราะมีเนื้อบาง ๆ เคลือบอยู่เท่านั้น
หนูน้อยรายนี้เป็นชาวจีนในมณฑลส่านซี เกิดมาโดยมีหัวใจเต้นอยู่นอกหน้าอก ซึ่งเป็นภาวะที่เปราะบางอย่างมาก พยาบาลจะต้องค่อย ๆ เช็ดผิวบริเวณหน้าอกของเขาอย่างเบามือที่สุด เพื่อไม่ให้มีแรงกดไปกดหัวใจของหนูน้อยได้
Ectopia cordis เป็นภาวะที่หัวใจมีพัฒนาการผิดตำแหน่ง อยู่ได้ตั้งแต่คอไปจนถึงบริเวณช่องท้อง เป็นเคสที่พบได้ยากมาก คือ 8 ใน 1 ล้านคน และทารก 90 เปอร์เซ็นต์ ที่เกิดมาพร้อมกับภาวะนี้ มักจะเสียชีวิตภายใน 3 วันแรก โดยมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อ เลือดขาดออกซิเจน หรือหัวใจวาย ส่วนสาเหตุของภาวะนี้ ยังไม่เป็นทราบแน่ชัด
ภาพจาก super news channel

จะเป็นลม ! ปลิงดูดสิว เจอชาวเน็ตถาม ต้องเป็นสิวขนาดไหนถึงยอมให้ปลิงดูดหน้า

 * จะเป็นลม ! ปลิงดูดสิว เจอชาวเน็ตถาม ต้องเป็นสิวขนาดไหนถึงยอมให้ปลิงดูดหน้า *

ปลิงดูดสิว

สยองสุด ๆ ปลิงดูดสิว การรักษาสิวแบบนี้มีอยู่จริงหรือไม่ ชาวเน็ตสุดขนลุก ถามต้องเป็นสิวขนาดไหนถึงใช้ปลิงดูด

สร้างความช็อกและทำเอาขนลุกซู่ไปตาม ๆ กันเลยทีเดียว สำหรับภาพการรักษาสิวแบบฮาร์ดคอร์ ด้วยการนำปลิงมาดูดสิวบนใบหน้า ดังที่คุณ สมาชิกหมายเลข 723545 จากเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ได้นำมาเปิดเผยให้ชาวเน็ตได้ชมกันเมื่อวานนี้ (18 มีนาคม 2559) ผ่านทางกระทู้ “(มีภาพวาดเสียว) ปลิงดูดสิว เป็นเรื่องจริงใช่มั้ยคะ” พร้อมมีการตั้งประเด็นคำถามว่าเหตุใดจึงไม่ใช้เครื่องมือแพทย์อื่น ๆ ดูดสิวออกมา และการทำเช่นนี้ถือเป็นเรื่องผิดกฎหมายหรือไม่

ไม่ต้องสงสัยว่าภาพดังกล่าวทำให้ชาวเน็ตต่างสะพรึงไปตาม ๆ กัน โดยมีทั้งฝ่ายที่คิดว่าวิธีการเช่นนี้ไม่น่าใช่วิธีการรักษาสิวจริง ๆ ขณะที่บางคนก็มองว่าอาจจะมีการนำปลิงมาใช้ในการดูดสิวอุดตันหรือสิวอักเสบ จริง ๆ ก็ได้ เพราะในทางการแพทย์ก็มีวิธีการนำหนอนมารักษาแผลคนไข้เช่นกัน ซึ่งสัตว์เหล่านี้จะต้องผ่านการเพาะเลี้ยงมาเพื่อใช้ในทางการแพทย์เท่านั้น

อ่านเพิ่มเติม จะเป็นลม ! ปลิงดูดสิว เจอชาวเน็ตถาม ต้องเป็นสิวขนาดไหนถึงยอมให้ปลิงดูดหน้า

สก๊อตต์ เคลลี่ นักบินนาซา ประกาศเกษียณแล้ว หลังสิ้นภารกิจท่องอวกาศร่วมปี

 * สก๊อตต์ เคลลี่ นักบินนาซา ประกาศเกษียณแล้ว หลังสิ้นภารกิจท่องอวกาศร่วมปี *

สก๊อตต์ เคลลี่

สก๊อตต์ เคลลี่ นักบินอวกาศชาวอเมริกัน ประกาศเกษียณตัวเองจากนาซาแล้ว หลังเพิ่งกลับสู่โลกอีกครั้งจากภารกิจท่องอวกาศ 340 วัน แต่ยืนยันจะยังคงให้ความร่วมมือในการศึกษาวิจัยหลังจบโครงการต่อไป

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2559 สก๊อตต์ เคลลี่ นักบินอวกาศชาวอเมริกัน ผู้รับภารกิจจากนาซา ใช้ชีวิตในอวกาศยาวนานต่อเนื่อง 340 วัน ได้ประกาศทางเฟซบุ๊ก NASA Astronaut Scott Kelly ของตนเองว่า เขาจะเกษียณตัวเองจากองค์การบริหารการบินแห่งชาติ หรือ นาซา อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 1 เมษายนที่จะถึงนี้

สก๊อตต์ เคลลี่

อย่างไรก็ตาม สก๊อตต์ยืนยันว่า การเดินทางครั้งนี้ยังไม่สิ้นสุดลง เขาจะยังคงให้ความร่วมมือกับนาซาในการทำการศึกษาวิจัยต่าง ๆ อันเกี่ยวเนื่องกับการใช้ชีวิตนอกโลกตลอด 1 ปี พร้อมที่จะให้ผลการตรวจร่างกายและสนับสนุนการทดสอบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่นเดียวกับ มาร์ค เคลลี่ พี่น้องฝาแฝดของเขา ซึ่งเป็นคู่ศึกษาเปรียบเทียบด้วย

สก๊อตต์ เคลลี่

ทั้งนี้ สก๊อตต์ เคลลี ปัจจุบันอายุ 52 ปี ทำงานเป็นนักบินอวกาศของนาซามาอย่างยาวนานถึง 20 ปี ได้รับมอบหมายทำภารกิจยิ่งใหญ่ ใช้ชีวิตในอวกาศนาน 340 วัน อันเป็นช่วงเวลายาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษย์ และได้กลับมาสู่พื้นโลกเมื่อวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา โดยการใช้ชีวิตนอกโลกเป็นระยะเวลานานเช่นนี้ ส่งผลต่อร่างกายในหลาย ๆ ด้าน ซึ่งสก๊อตต์ยินดีรับการตรวจและทดสอบร่างกายต่อไป ตามโครงการวิจัยของนาซาเพื่อติดตามศึกษาผลการเปลี่ยนเปลี่ยนที่อวกาศมีต่อร่างกายมนุษย์

ภาพจาก เฟซบุ๊ก NASA Astronaut Scott Kelly

ชาวเมืองตะลึง เสือโคร่งโผล่ป่วนทางด่วน ทำการจราจรหยุดนิ่ง

 * ชาวเมืองตะลึง เสือโคร่งโผล่ป่วนทางด่วน ทำการจราจรหยุดนิ่ง *

เสือโคร่งโผล่ป่วนทางด่วน

เสือโคร่งโผล่ป่วนทางด่วน

ชาวกาตาร์ตะลึง พบเสือโคร่งตัวเขื่องพลัดกลิ้งตกจากรถบรรทุก ก่อนเดินป่วนทางด่วนไปเรื่อย ทำการจราจรต้องหยุดนิ่ง

วันที่ 8 มีนาคม 2559 เว็บไซต์ NDTV ของอินเดีย เปิดเผยคลิปวิดีโอชวนอึ้ง พร้อมรายงานว่า เกิดเหตุเสือโคร่งพลัดตกลงมาจากรถบรรทุก ที่กำลังแล่นอยู่กลางทางด่วนในกรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ทำให้มันต้องเดินป้วนเปี้ยนบนทางด่วนไปเรื่อย รถต้องชะลอความเร็วจนหยุดนิ่งกันยาวเหยียด

โดยในคลิปวิดีโอ ปรากฏภาพของเสือโคร่งตัวหนึ่งกำลังวิ่ง ๆ เดิน ๆ ไปมาบนทางด่วน ผ่านซอกช่องว่างของรถแต่ละคันที่จอดนิ่ง หลังจากที่มันเพิ่งร่วงลงมาจากประตูหลังของรถบรรทุกจนกลิ้งหลุน ๆ ด้วยอารามตกใจ มันจึงออกวิ่งอย่างไร้ทิศทาง

หลังจากนั้น เสือโคร่งที่น่าสงสารได้มุดเข้าไปอยู่ใต้ท้องรถยนต์คันหนึ่งอยู่นาน จนชายผู้ที่น่าจะเป็นเจ้าของมันต้องมาปลอบโยนและลากมันออกมาจากใต้ท้องรถ และในที่สุดมันก็ออกมา เขาจึงลูบหัวมันหลาย ๆ ทีเพื่อชมเชย

อย่างไรก็ดี ทางกระทรวงมหาดไทยของประเทศกาตาร์ ได้แจ้งข่าวความคืบหน้าแก่ประชาชนผ่านทวิตเตอร์ว่า เจ้าหน้าที่ของทางการ กำลังสืบสวนหาข้อเท็จจริงจากคลิปวิดีโอดังกล่าวอยู่ในขณะนี้

ทั้งนี้ ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเสือโคร่งตัวดังกล่าวมีเจ้าของเป็นใคร แต่การเลี้ยงสัตว์ป่าโดยเฉพาะเสือหลากหลายสายพันธุ์ ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับสังคมคนรวยล้นฟ้าในประเทศแถบอ่าวเปอร์เซีย

ภาพจาก Dileep Shanmughan สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม, ทวิตเตอร์ @Emirates247, ทวิตเตอร์ @Albedri