รับสร้างบ้านอุดร Modernde ผลงานมากกว่า 300 โครงการ

รับสร้างบ้านอุดร Modernde ผลงานมากกว่า 300 โครงการ
บริษัท โมเดิร์นดี รับสร้างบ้านอุดร โซนภาคอีสาน และจังหวัดไกล้เคียง สร้างความแตกต่างที่เป็นคุณ “Make It Different” จากประสบการณ์ กว่า 20 ปี เราให้บริการ ครบวงจร ทั้งออกแบบ ตกแต่ง อื่นๆ โดยทีมงานที่มีความชำนาญเฉพาะทาง ซึ่งดำเนินนโยบาย ภายใต้แนวคิด “The Different 4” เราเน้นความรับผิด ชอบต่องาน และความซื่อสัตย์ ตรงไปตรงมา พิสูจน์ได้ด้วยรางวัล สุดยอดผู้รับเหมาบิลด์ Golden Contractor 2014 และผลงานการก่อสร้างอาคารอีกมากมาย กว่า 300 โครงการ จึงทำให้ท่านสามารถมั่นใจได้ว่า เราคือผู้ที่ควรถูกเลือกให้สร้างบ้านหลังโปรด ของคุณ

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม ดูผลงานการ รับสร้างบ้านอุดร
http://www.modern-de.com/

‘ป๋าเปรม’ เปิดบ้านรับคณะนายกฯ รดน้ำขอพรวันสงกรานต์

ป๋าเปรมพล.อ.เปรมเปิดบ้านสี่เสาฯ ให้ พล.อ.ประยุทธ์พร้อมคณะเข้ารดน้ำดำหัวขอพรเนื่องในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2559 โดย พล.อ.เปรม สนทนากับ พล.อ.อุดมเดช เป็นเวลานาน…

เมื่อเวลาประมาณ 08.45 น. วันที่ 11 เม.ย. มีรายงานว่า พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เปิดบ้านสี่เสาเทเวศร์ กรุงเทพฯ ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. นำคณะ ครม. เข้ารดน้ำดำหัวขอพรเนื่องในเทศกาลสงกรานต์ปี 2559 โดย พล.อ.เปรม สวมเสื้อผ้าไทย สีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสป๋าเปรม1มีรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อถึงลำดับที่ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม เข้ารดน้ำ พล.อ.เปรมนั้น ระหว่างนี้ พล.อ.เปรมใช้เวลาพูดคุยกับ พล.อ.อุดมเดช เป็นระยะเวลานานประมาณ 5 นาทีด้วย

ที่มา>>>Thairath

รับสงกรานต์ ทหารขับเก๋งชนท้ายรถบรรทุกน้ำมัน ดับคารถ

เครดิตภาพจาก หน่วยกู้ภัยนครสาเกต

ทหารกองพันสื่อสาร ขับเก๋งชนท้ายรถบรรทุกน้ำมันเสียหลักตกข้างทาง เสียชีวิตคารถเก๋ง ถือเป็นรายแรก ช่วงเทศกาลสงกรานต์

ทหารขับเก๋งชนท้ายรถบรรทุกน้ำมัน ตายคารถเก๋ง เวลา 02.15 น. พ.ต.ท.ยุทธพร คำโนนงิ้ว รอง สว.(สอบสวน) สภ.ศรีสมเด็จ จ.ร้อยเอ็ด รับแจ้งมีเหตุรถเก๋งชนท้ายรถบรรทุกน้ำมัน ที่ถนนสาย จ.มหาสารคาม ไป จ.ร้อยเอ็ด ช่วงหน้า ค่าย พล.ร.6 ต.โพธิ์สัย อ.ศรีสมเด็จ จึงพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยนครสาเกต ไปที่เกิดเหตุ พยายามช่วยชีวิต ส.ต.ภานุพงศ์ นนท์ตุลา อายุ 23 ปี ทหารกองพันสื่อสาร พล.ร. 6 ค่ายสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช จ.ร้อยเอ็ด คนขับรถเก๋ง แต่ไม่รอดสอบสวนพบว่า รถเก๋งฮอนด้า ซิตี้ สีขาว ทะเบียน กย–1692 อุบลราชธานี ขับจาก จ.มหาสารคาม เพื่อกลับค่ายพล ร.6 ขณะจะถึงประตูเข้าค่าย รถเก๋งพุ่งชนท้ายรถพ่วงบรรทุกน้ำมัน ทะเบียน 81 – 4426 มหาสารคาม ซึ่งนายสุเมธ สิมแสน อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12 หมู่ 16 ต.รอบเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด เป็นคนขับ บรรทุกน้ำมันจาก จ.ระยอง จะไปส่งปั๊ม ปตท.ใน อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด เป็นเหตุให้รถเก๋งเสียหลัก พุ่งตกลงข้างถนน เป็นเหตุให้ ส.ต.ภานุพงศ์ นนท์ตุลา คอหัก พวงมาลัยกระแทกหน้าอกทำให้ปอดแตก ตายในรถเก๋ง ซึ่งถือเป็นรายแรก เสียชีวิตขณะเริ่มต้นการรณรงค์ป้องกันอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ตั้งแต่เวลา 00.00 น. วันที่ 11 เม.ย.59 จึงให้หน่วยกู้ภัยนครสาเกต นำเอาศพไปพักไว้ที่ รพ.ศรีสมเด็จ เพื่อรอญาติจาก จ.อุบลราชธานี ไปรับศพ.

ที่มา>>>Thairath

‘สรรเพชร’ จัดชุดใหญ่โค่น ‘ยอดฟ้า’ น็อกยก 3 มวยลุมพินี

“สรรเพชร นำแสงก่อสร้าง” โดนเตะร่วงนับ 8 ในยกที่ 2 แต่สวมหัวใจสิงห์ ประเคนหมัดเท้าเข่าศอกใส่ “ยอดฟ้า สมหวังไก่ย่าง” จนร่วงยกที่ 3 ใน “ศึกขุนศึกตระกูลหยาง” เวทีลุมพินี รามอินทรา…

วันที่ 8 เม.ย. 59 “ศึกขุนศึกตระกูลหยางเวทีลุมพินี รามอินทรา คู่เอกเป็นการพบกันระหว่าง สรรเพชร นำแสงก่อสร้าง พบกับ ยอดฟ้า สมหวังไก่ย่าง

ก่อนการชก สรรเพชร นำแสงก่อสร้าง ฝ่ายน้ำเงิน ตกเป็นรอง แถมในยกที่ 2 โดนเตะร่วงนับ 8 แต่ในยกที่ 3 สรรเพชร ฮึดเดินคว้าคอตีเข่า ยอดฟ้า สมหวังไก่ย่าง ฝ่ายแดง ตามด้วยจ้วงหมัดฟันศอก จนสามารถหักปากกาเซียน เอาชนะน็อกไปแบบพลิกล็อกจริงๆ

ส่วนผลคู่อื่นมีดังนี้

สมิงดำ เมืองสีมา ชนะคะแนน พยัคฆ์ 42 ราชประชานุเคราะห์42

แสงตะวัน เกียรติกำธรยิมส์ ชนะคะแนน ยอดวิชา ซูจีบะหมี่เกี๊ยว

ฝรั่งขม ป.คงทันดี ชนะคะแนน ซันโต๊ส ศ.ศรัญย์ภัทร

ต้นเพชร ป.ประมุข ชนะคะแนน แสงอาทิตย์ เกียรติกำธรยิมส์

เสกสิทธิ์ ท.แสงเทียนน้อย ชนะคะแนน ชำป่างาม ป.ประมุข

ม้าศึกเล็ก อบต.กำพี้ ชนะคะแนน ยอดขุนทัพ สก.สุไหงยิมส์

สามารถ 2 ส.ประสิทธิชัย ชนะน็อกยก 3 ขวัญข้าว ซูจีบะหมี่เกี๊ยว

ที่มา>>>Thairath

ทหารหิ้ว ‘ชลน่าน’ แจกขันแดง เข้าค่าย มทบ.38 อบรม ห้ามเคลื่อนไหว!

ชลน่าน

ผบ.มทบ.38 เชิญ “ชลน่าน” อดีต ส.ส.เพื่อไทย จ.น่าน เข้าค่ายสุริยพงษ์ ทำความเข้าใจป้องกันการเคลื่อนไหวทางการเมือง หลังเตรียมแจกจ่ายขันแดงให้มวลชนชาวบ้าน

เมื่อวันที่ 8 เม.ย. 59 ที่ค่ายสุริยพงษ์ มทบ.38 นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย เดินทางเข้าพบ พล.ต.ชัยณรงค์ แกล้วกล้า ผบ.มทบ.38 ณ ห้องรับรอง ค่ายสุริยพงษ์ เพื่อรับฟังรับทราบและทำความเข้าใจกรณียึดขันแดง ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างดี และไม่ตึงเครียด

นพ.ชลน่าน เปิดเผยว่า ได้รับขันแดงโดยทางพรรคดำเนินการจัดส่งมาให้ และยอมรับว่าลำบากใจที่จะแจกจ่าย เนื่องจากทราบดีว่าจะเป็นกระแสโยงการเมือง และถึงขั้นคิดฝันว่าจะต้องหาผ้าขนหนูมาห่อหุ้มขันก่อนแจก แต่ก็ถูกฝ่ายทหารตรวจยึดไปก่อน

ด้าน พล.ต.ชัยณรงค์ แกล้วกล้า ผบ.มทบ.38 กล่าวว่า การตรวจยึดขันแดงเพื่อป้องกันความสับสนวุ่นวายที่จะเกิดขึ้น ซึ่งเห็นได้ชัดเจนว่าเป็นการสร้างกระแสทางการเมือง ให้นักการเมืองที่มีบทบาทของพรรคได้เปรียบทางพื้นที่สื่อมวลชนอีกครั้ง ถือเป็นการเอาเปรียบและไม่ยุติธรรมกับนักการเมืองอื่นๆ จึงขอให้ลดบทบาทและยุติความเคลื่อนไหวทางการเมืองในทุกกิจกรรม ยืนยันการเรียกเข้าพบไม่ใช่การอบรมหลักสูตร คสช. แต่เป็นการขอความร่วมมือและช่วยกันทำให้บ้านเมืองสงบสุข.

ที่มา>>>Thairath

ไฟไหม้บ้าน! กุ๊กเมืองอุดรฯโอด ทองสะสมมาทั้งชีวิต สูญกว่า 20 บาท

เพลิงไหม้บ้านกุ๊กหนุ่มใหญ่เมืองอุดรฯ ลุกลามวอดเสียหายทั้งหลัง สลด สุนัขที่เลี้ยงไว้ถูกคลอกตาย 2 ตัว โอด สูญทองรูปพรรณที่สะสมมาตลอดชีวิตกว่า 20 บาท

เมื่อวันที่ 8 เม.ย. 59 ร.ต.อ.ณัศฐวัฒน์ สุทธิสา รอง สว.สส.สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุร่มโพธิ์ทอง สภ.เมืองอุดรธานี เมื่อคืนที่ผ่านมา เกิดเหตุไฟไหม้บ้านเลขที่ 415 หมู่ 7 ซ.โนนพิบูลย์ เขตเทศบาลนครอุดรธานี จึงพร้อมด้วย นายชยาวุธ จันทร ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผบก.ภ.จว.อุดรธานี ปลัดจังหวัดอุดรธานี ปภ.จังหวัดอุดรธานี เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลนครอุดรธานี รถดับเพลิง 6 คัน รุดไปที่เกิดเหตุ พบไฟกำลังลุกไหม้บ้าน 2 ชั้น ครึ่งไม้ครึ่งปูน แต่เพราะทางเข้าเป็นซอยแคบรถดับเพลิงเข้าไปได้ลำบาก ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ต้องสั่งการรื้อรั้วด้านหลังของสถาบัน AUA เข้าไปช่วยสกัดเพลิง โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงควบคุมไว้ได้ และไม่ลุกลามไปบ้านข้างเคียง แต่ต้องคอยฉีดน้ำไว้อีกป้องกันการปะทุจากการสอบสวน นายสุรพงษ์ ผาใต้ อายุ 58 ปี ให้การว่า เช่าบ้านหลังดังกล่าวมานานกว่า 10 ปีแล้ว อาศัยอยู่กับภรรยาและลูกชายรวม 3 คน และทำงานเป็นกุ๊กและผู้ช่วยกุ๊กด้วยกันที่ภัตตาคารแห่งหนึ่งใน อ.เมืองอุดรธานี ก่อนเกิดเหตุออกไปทำงานตั้งแต่ช่วงกลางวัน กระทั่งมีเพื่อนบ้านโทรศัพท์มาบอกว่าไฟไหม้ จึงรีบกลับมาที่บ้าน และช่วยกันขนของออกมาได้บางส่วน เพราะไฟลุกไหม้อย่างหนัก โดยเพลิงได้ผลาญเงินสด 6,000 บาท และทองคำที่เป็นสร้อย แหวน ซึ่งเก็บสะสมมาตลอดชีวิตน้ำหนักกว่า 20 บาท อีกทั้งมีสุนัข 2 ตัว ที่เลี้ยงไว้ก็ตายในกองเพลิงด้วยทั้งนี้ ตำรวจสันนิษฐานว่า สาเหตุน่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร เพราะบ้านมีสภาพเก่า สายไฟเก่าไม่ได้เปลี่ยน เมื่อไฟลัดวงจรลุกไหม้ บ้านชั้น 2 ที่เป็นไม้จึงเป็นเชื้อเพลิงได้อย่างดีก่อนลามเสียหายทั้งหลัง อย่างไรก็ตาม ต้องรอตำรวจพิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนความเสียหายยังไม่สามารถประเมินได้.

ที่มา>>>Thairath

โจรใต้ป่วนยิงฐาน ชคต.กาบัง – ซุกบึมปลอมจุดกลับรถยะลา

3 คนร้าย ขี่จักรยานยนต์กราดยิงชุดคุ้มครองตำบลกาบัง ก่อนเร่งเครื่องหลบหนี โชคดีไม่มีผู้บาดเจ็บ ขณะที่ อ.เมืองยะลา พบระเบิดปลอมที่จุดกลับรถบนทางหลวงสาย 409 คาด ป่วนสร้างสถานการณ์

เมื่อวันที่ 8 เม.ย. 59 ขณะที่ นายอิสมาแอ ดาเล็ง หน.ชุดคุ้มครองตำบล (ชคต.) กาบัง อ.กาบัง จ.ยะลา พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ อส.จำนวนหนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่ช่วงกลางดึกอยู่ภายในฐาน ชคต.บ้านบันนังดามา หมู่ 1 ต.กาบัง รอยต่อบ้านนาจะแหน หมู่ 5 ต.จะแหน อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ห่างจากที่ว่าการอำเภอราว 6 กม. ได้ยินเสียงรถจักรยานยนต์ผ่านมาด้วยความเร็ว หลังจากนั้นได้ยินเสียงอาวุธปืนไม่ทราบชนิดดังติดต่อกันหลายนัด แต่กระสุนปืนไม่ถูกผู้ใด เห็นคนร้ายไม่ต่ำกว่า 3 คน ใช้รถจักรยานยนต์ 2 คัน เป็นพาหนะ เร่งเครื่องหลบหนีไปทางท้ายหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว

ต่อมา พ.ต.อ.สนธยา ธูปทอง ผกก.สภ.กาบัง นายพูลเดช อุเทนพันธ์ นายอำเภอกาบัง พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร เดินทางไปตรวจสอบพร้อมประสานไปทาง อ.สะบ้าย้อย ให้ช่วยสกัดคนร้ายแล้ว

ขณะที่เวลาเดียวกัน พ.ต.อ.พชรพล ณ นคร ผกก.สภ.ลำใหม่ อ.เมืองยะลา นำกำลังไปตรวจสอบวัตถุต้องสงสัย หลังได้รับแจ้งว่ามีกล่องสีดำมีสายไฟฟ้าโผล่ออกมาวางอยู่บริเวณจุดกลับรถบนทางหลวงสาย 409 (ยะลา-สามแยกนาเกต) บ้านลำใหม่ หมู่ 1 ต.ลำใหม่ พบเป็นกล่องกระดาษใส่รองเท้าพันเทปดำ มีสายไฟฟ้าโผล่มองเห็นเหมือนเป็นกล่องวัตถุระเบิดแสวงเครื่อง

ตรวจสอบพบว่ากล่องดังกล่าวลักษณะเหมือนกับกล่องวัตถุต้องสงสัยที่วางไว้บริเวณรอยต่อระหว่างบ้านต้นหยี หมู่ 7 ต.ลำพะยา และบ้านบาลูกา หมู่ 5 ต.ลิดล เมื่อช่วงสายวันที่ 7 เม.ย. 59 และพบว่ามีก้อนหินอยู่ภายใน ตรวจสอบต่อมาพบมีก้อนหินอัดอยู่ภายในเช่นเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าเป็นฝีมือคนร้ายกลุ่มเดียวกัน ที่พยายามสร้างความปั่นป่วนและทำลายความเชื่อถือของเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังจากนั้นเก็บกล่องส่งไปให้ฝ่ายพิสูจน์หลักฐานตรวจเก็บดีเอ็นเอ เพื่อหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

ผวาอาถรรพณ์ ขอขมา’แม่นาก’

สาวใบเตย ขี่ควายร่วง หวิด-ม้วย!

แพทย์แถลงอาการบาดเจ็บของ “ใบเตย-มาร์ติน” ที่ตกควายขณะ ถ่ายทำละครเรื่อง “แม่นาก” เผยมาร์ติน ปากล่างฉีกเป็นแผล สะโพกขวาช้ำ และกระดูกมุมขวาของขากรรไกรมีรอยร้าว ส่วนใบเตยบาดเจ็บไม่มากแพทย์ยังใส่เฝือกดามลำคอ มีดีเจแมนแฟนหนุ่มเฝ้าอาการไม่ห่าง เตรียมไปกราบขอขมาศาลแม่นากพระโขนง ขณะที่มาร์ตินพระเอกผู้ร่วมชะตากรรมตกควาย รุดเข้าเยี่ยมอาการใบเตยทั้งที่ตัวเองก็แย่

หลังจากที่นักร้องลูกทุ่งสาว ใบเตย-สุธีวัน ทวีสิน หรือใบเตย อาร์สยาม และมาร์ติน มิดาล พระเอกลูกครึ่งไทย-เดนมาร์ก เกิดอุบัติเหตุตกหลังควายขณะกำลังถ่ายทำละครเรื่องแม่นาก ของสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 เหตุเกิดที่ อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี จนทั้งคู่ได้รับบาดเจ็บนั้น

เมื่อบ่ายวันที่ 6 เม.ย. ที่ รพ.เวชธานี ซอยลาดพร้าว 111 แพทย์ผู้ทำการรักษาอาการบาดเจ็บของใบเตย และมาร์ตินได้แถลงข่าวอาการบาดเจ็บของทั้งคู่ โดย นพ.วิบูลย์ ชัยยะมงคล ศัลยแพทย์ทั่วไป กล่าวว่า อาการบาดเจ็บของมาร์ตินมี 3 ส่วน ได้แก่ 1.บาดแผลฉีกขาดบริเวณปากด้านล่างประมาณ 3 เซนติเมตร ทะลุจนถึงเยื่อบุด้านใน ไม่ถึงขั้นต้องทำศัลยกรรม 2.ฟกช้ำสะโพกด้านขวา ไม่รุนแรงมาก 3.มีรอยร้าวของกระดูกขากรรไกรที่มุมขวาแต่ไม่เคลื่อน คงต้องงดอาหารที่ใช้แรงเคี้ยวเยอะ ปล่อยให้กระดูกสมานกันเอง การพักฟื้นคงต้องนอนโรงพยาบาลสัก 1-2 วัน เพราะต้องดูคาง ซึ่งจะสะเทือนที่ศีรษะด้วย นอกจากนี้ มีอาการชาที่ฟันใกล้รอยร้าว จึงต้องดูอาการต่อไปว่าในอนาคตฟันอาจจะตายหรือไม่ แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่ ถ้าจริงต้องให้หมอฟันดูอีกที

ขณะที่ นพ.พรเอนก ตาดทอง ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ (โรคกระดูกสันหลัง) กล่าวว่า ใบเตยได้รับบาดเจ็บที่บริเวณคอ เข้าใจว่าเชือกที่โยงกับตัวควาย คงไปดึงรั้งคอช่วงสั้นๆ เลยทำให้มีอาการคอเคล็ดมีแผลช้ำรอบบริเวณคอ แต่จากการเอกซเรย์อย่างละเอียด ไม่มีการแตกหัก ส่วนการเจ็บสะโพกด้านขวาอาจเป็นเพราะตอนตกลงมากระแทก เท่าที่ตรวจดูไม่มีอาการหัก ดังนั้น อาการทั่วไปไม่มีอะไรน่าห่วง พูดคุยได้ปกติ คาดว่าอีก 2 วันจะออกจากโรงพยาบาลกลับบ้านได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการแถลงข่าวนี้ มาร์ติน มิดาล ซึ่งมาร่วมการแถลงข่าวด้วย ได้แต่นั่งฟังเพราะพูดไม่ได้เนื่องจากเจ็บแผล หลังแถลงข่าวมาร์ตินได้ขึ้นไปเยี่ยมใบเตย เพื่อนร่วมชะตากรรมตกควาย ที่ห้องคนไข้ ชั้น 5 ซึ่งนักร้องสาวยังนอนรักษาตัวอยู่บนเตียง มีเฝือกดามคอและใส่สายเครื่องช่วยหายใจ มีคนใกล้ชิดคอยดูแล รวมไปถึงดีเจแมน-พัฒนพล กุญชร ณ อยุธยา แฟนหนุ่ม เฝ้าอยู่ไม่ห่าง

ใบเตยเปิดใจถึงช่วงวินาทีที่ตกควายว่า ตอนนั้นรู้สึกตกใจกลัวมาก เพราะเคยเจอแบบนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง ตอนนั้นตกจากหลังม้า ส่วนตอนที่โดนเชือกรัดคอ อารมณ์แบบเหมือนคนผูกคอตาย เห็นภาพแบบนี้เหมือนในเรื่องแม่นาก ทำให้คิดว่าแม่นากไม่ชอบฉากนี้หรือเปล่า รู้สึกช็อกมาก ถามว่าเกี่ยวกับเรื่องอาถรรพณ์หรือไม่ คือถ้าให้คิดก็มีส่วน แต่ว่าถ้าหลักๆมันเป็นอุบัติเหตุที่ไม่มีใครคาดคิด แต่หลังจากนี้คงต้องไปไหว้ศาลแม่นาก ส่วนเรื่องงานต้องไปต่อ พรุ่งนี้ก็มีงานจนถึงหลังสงกรานต์

ส่วนดีเจแมน แฟนหนุ่มเปิดเผยว่า เชื่อส่วนตัวว่าเพราะผลบุญที่ทำไว้ก่อนหน้านี้ จากการไปสร้างลานสมาธิโรงทานที่วัดแห่งหนึ่งใน จ.พระนครศรีอยุธยา รวมถึงได้ไถ่ชีวิตควายเผือกครอบครัวหนึ่งรวมกันทั้งหมด 6 ตัว จากการทำสิ่งนี้อาจทำให้หนักกลายเป็นเบาได้ ส่วนที่ใบเตยรีบออกจากโรงพยาบาลคงเพราะงานเยอะ แถมยังเป็นห่วงงาน แม้ตนห่วงแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ แต่เรื่องบุญต้องให้เขาทำตลอด

ที่มา>>>Thairath

ศึกพริกเผาไม่จบ รอเคลียร์ ของ ‘แม่ประนอม’ ต้องได้ครบ ค่อยถอนฟ้อง

ศึกมรดกน้ำพริกเผาพันล้าน ที่แม่ลูกยอมหันหน้ามาเจรจากันแล้ว ทนายความฝ่ายลูกเผยการเจรจา สรุปนางประนอม ในฐานะผู้จัดการมรดก จะเป็นผู้ดำเนินการจัดสรรปันส่วนให้ลูกแต่ละคน ทั้งมรดกที่มีการแบ่งแล้วและมีความขัดแย้งจะนำมาแบ่งใหม่ ส่วนทนายฝ่ายแม่เผย นางศิริพรตกลงรับปากจะคืนทรัพย์สินให้แก่แม่หลายรายการ ทั้งที่ดินโรงงานเก่า บ้านที่เขาใหญ่ ที่ดินที่ขอนแก่น โอนหุ้นคืนและเงิน เดือนอีกเดือนละ 1 ล้านบาท โดยนางประนอมรอให้ได้ทรัพย์สินครบตามที่ได้ตกลงไว้ จึงจะสั่งให้ถอนฟ้องลูก

กรณีที่นางประนอม แดงสุภา อายุ 87 ปี เจ้าของและผู้ก่อตั้งธุรกิจน้ำพริกเผาไทยแม่ประนอม ตัดสินใจมานั่งเจรจายอมรับคำขอโทษจากนางศิริพร แดงสุภา บุตรสาวคนโต ที่เกิดเรื่องกินแหนงแคลงใจกันเรื่องทรัพย์สินมรดกกงสี จนกลายเป็นศึกน้ำพริกเผาที่เป็นเรื่องทอล์กออฟเดอะทาวน์ โดยสองแม่ลูกเดินทางมาเจรจากันที่วังวรดิศ มี ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อาสาเป็นกาวใจเชื่อมให้สองแม่ลูกยอมพูดคุยกันด้วยดี จนนำไปสู่การทำข้อตกลงเรื่องการคืนทรัพย์สิน และอาจนำไปสู่การถอนฟ้องคดีระหว่างแม่ลูกในอนาคตนั้น

เมื่อวันที่ 6 เม.ย. นายทวิชา หวังโภคา ทนายความของนางศิริพร แดงสุภา เปิดเผยถึงการเจรจาพูดคุยกันของสองแม่ลูก “นางประนอม-นางศิริพร” ที่มี ม.ล. ปนัดดา เป็นตัวกลางประสานไกล่เกลี่ย เมื่อวันที่ 5 เม.ย. ว่า ส่วนใหญ่เป็นการพูดคุยกันเกี่ยวกับความขัดแย้งมรดกของนายศิริชัย มีนางประนอมเป็นผู้จัดการมรดก โดยได้เกิดความขัดแย้งกัน แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ มรดกที่มีการแบ่งกันไปแล้ว กับส่วนที่ยังไม่มีการแบ่ง เพราะเกิดความไม่เข้าใจกัน นำไปสู่การคัดค้านกันขึ้น ทำให้ไม่สามารถแบ่งมรดกส่วนที่เหลือได้ จนเกิดเรื่องบานปลายดังกล่าว ดังนั้นจึงมีการตกลงพูดคุยกัน ถึงขั้นตอนการแบ่งมรดกที่มีอยู่จะแบ่งกันอย่างไร ส่วนมรดกที่มีการแบ่งแล้วและมีความขัดแย้ง จะนำมาแบ่งใหม่ โดยให้นางประนอม ในฐานะผู้จัดการมรดก เป็นผู้ดำเนินการเช่นเดิม ทุกคน ก็ยอมรับสิ่งที่มีการพูดคุยตกลงกันจนหาข้อยุติลงได้ ทำให้ทุกคนมีความสุข ที่ได้กลับมาเป็นครอบครัวแดงสุภาเช่นเดิม จากนั้น ม.ล.ปนัดดามอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายของท่าน เป็นผู้ร่างข้อตกลงที่มีการพูดคุยลงกัน จะนัดทั้ง 3 คน คือ นางประนอม นางศิริพร และนางศิริวัลย์ มาลงนามยินยอมข้อตกลงดังกล่าวอีกครั้ง แต่ยังไม่ทราบว่า ม.ล.ปนัดดา จะนัดวันเวลาใด ก่อนจะให้จะมีการดำเนินการถอนฟ้องคดีต่อไป

นายทวิชากล่าวอีกว่า ตอนนี้ทุกคนมีความสุขกันมาก ที่สามารถเคลียร์ปัญหาที่เกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะนางศิริพรและลูกหลาน ต่างรอนางประนอมกลับบ้าน เพราะแจ้งว่าจะกลับมาอยู่บ้านหลังที่เคยอยู่ร่วมกัน เมื่อช่วงเช้าวันที่ 6 เม.ย. นางศิริพรได้โทรศัพท์พูดคุยสอบถามนางประนอมต่างๆนานาอย่างมีความสุข แต่ไม่ได้เร่งรัดให้นางประนอมกลับมาบ้าน หากพร้อมวันไหนก็มาได้ตลอด ทั้งนี้ ทุกคนต่างตั้งตารอ ให้ผู้เป็นประมุขใหญ่ของธุรกิจน้ำพริกเผาพันล้านกลับคืนสู่เคหาสน์ด้วยความพร้อมทั้งกายทั้งใจ

ขณะที่นายพิสิษฐ์ ชุติพรพงษ์ชัย ทนายความของนางประนอมกล่าวว่า ในการพบปะเจรจาเพื่อยุติ ข้อขัดแย้งระหว่างนางประนอมกับนางศิริพร บุตรสาวคนโต ที่ตึกใหญ่วังวรดิศ โดยมี ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นคนกลางไกล่เกลี่ย เมื่อวันที่ 5 เม.ย. นางศิริพรได้ตกลงรับปากจะคืนทรัพย์สินให้แก่แม่คือนางประนอมหลายรายการ เบื้องต้นประกอบด้วย ที่ดินโรงงานเก่า ในหมู่บ้านเศรษฐกิจ บ้านที่เขาใหญ่ ที่ดินที่จังหวัดขอนแก่น โอนหุ้นคืนนางประนอม แต่ยังไม่ระบุจำนวนชัดเจน พร้อมกับให้เงินเดือนนางประนอม เดือนละ 1 ล้านบาท ตอนนี้ต้องรอให้นางประนอมได้ทรัพย์สินตามที่ได้ตกลงไว้ก่อน นางประนอมถึงจะสั่งให้ตนถอนฟ้อง ส่วนการตกลงแบ่งทรัพย์สินมรดกระหว่างพี่น้องในตระกูลแดงสุภา ยังไม่มีการเจรจาพูดคุยกัน อย่างไรก็ตาม ทรัพย์สินทั้งหมดที่นางศิริพรบอกจะคืนให้กับนางประนอม เฉลี่ยแล้วประมาณร้อยละ 10 ของทรัพย์สินในกองมรดกของนายศิริชัย แดงสุภา ที่มีอยู่ทั้งหมดในตอนนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เป็นที่สังเกตว่าทรัพย์สินมรดกที่นางศิริพร บุตรสาวคนโต ตกลงคืนให้นางประนอม ผู้เป็นแม่ ในการเจรจาไกล่เกลี่ยที่วังวรดิศ โดย ม.ล.ปนัดดา เป็นคนกลาง มีมูลค่าน้อยกว่าสิทธิในสินสมรสที่นางประนอมควรได้รับตามกฎหมายมาก เมื่อเทียบข้อมูลทรัพย์สินสินสมรสของนางประนอม ที่ปรากฏในคำฟ้องเรียกคืนทรัพย์สินกองมรดกของนายศิริชัย แดงสุภา จากนางศิริพร บุตรสาวคนโตและนายสุชาติ ภาษาประเทศ บุตรเขย ซึ่งศาลจังหวัดตลิ่งชันนัดไต่สวนในวันที่ 11 เม.ย.

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบข้อมูลทรัพย์สินในคำฟ้องดังกล่าว เฉพาะส่วนที่มีชื่อ นางประนอม และนายศิริชัย สามีเป็นผู้ถือครองกรรมสิทธิ์ พบว่า นางประนอมมีสิทธิถือครองในทรัพย์สิน ดังนี้ ทรัพย์สินส่วนตัวของนางประนอม คือ หุ้นบริษัทพิบูลย์ชัยน้ำพริกเผาไทยแม่ประนอม จำกัด จำนวน 18,900 หุ้น มูลค่าหุ้น หุ้นละ 1,000 บาท คิดเป็นเงิน 18,900,000 บาท สินสมรสจากสามีที่เสียชีวิต ที่เป็นหุ้นบริษัทพิบูลย์ชัยน้ำพริกเผาไทยแม่ประนอม จำกัด จำนวน 20,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 1,000 บาท คิดเป็นเงิน 20,000,000 บาท กรรมสิทธิ์ ที่ดิน 41 แปลงพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ในชื่อนายศิริชัย ได้แก่ ที่ดินโรงงานเก่า ในหมู่บ้านเศรษฐกิจ 13 แปลง ที่ดินโรงงานในปัจจุบัน 16 แปลง และที่ดินใน อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม 12 แปลง รวมมูลค่า ณ ราคาประเมินที่ดิน เมื่อปี 2558 เป็นเงิน 336,500,000 บาท รวมมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดที่นางประนอมควรได้ เป็นเงิน 375,400,000 บาท

ขณะที่มูลค่าทรัพย์สินที่นางศิริพรตกลงจะคืนให้นางประนอม ประกอบด้วย ที่ดินโรงงานเก่าพร้อมสิ่งปลูกสร้าง มูลค่า 55,000,000 บาท บ้านพักที่เขาใหญ่ มูลค่า 10,000,000 ล้านบาท ที่ดินในจังหวัดขอนแก่น มูลค่าประมาณ 3,000,000 บาท หุ้นของนางประนอม ยังไม่ระบุจำนวนหุ้นชัดเจน และเงินเดือน เดือนละ 1,000,000 บาท คิดเป็นเงินเพียง 25-30 เปอร์เซ็นต์ ของทรัพย์สินทั้งหมดที่นางประนอมควรได้ตามจริง

ที่มา>>>Thairath

ชมลีลา “ตะวัน” ขนไก่หนุ่มหวานใจ “น้องเมย์” การันตีฝีมือไม่ธรรมดา (คลิป+ภาพ)

ชมลีลา "ตะวัน" ขนไก่หนุ่มหวานใจ "น้องเมย์" การันตีฝีมือไม่ธรรมดา (คลิป+ภาพ)

เกาะติดกระแสความหวานของ “น้องเมย์รัชนก อินทนนท์ นักแบดมินตันหญิงเดี่ยวมือ 1 ของไทย และมืออันกับ 5 ของโลก หลังได้รับแรงใจจาก “ตะวันปัณณวิชญ์ ทองน่วม หนุ่มคนสนิท จนส่งผลให้โชว์ผลงานยอดเยี่ยม โค่น หลี่ เสี่ยวเร่ย มือ 2 ของโลกจากจีน คว้าแชมป์แบดมินตันอินเดีย โอเพ่น ซูเปอร์ซีรี่ส์ 2016 มาครองได้สำเร็จ และกำลังเป็นที่สนใจจากโลกออนไลน์และแฟนคลับจำนวนมาก
มติชน ทีวี ได้นำเสนอเรื่องราวความน่ารักของ ปัณณวิชญ์ ทองน่วม นักแบดมินตันวัย 20 ปี จากสโมสรแบดมินตันเอสซีจี อคาเดมี่ จากนักวิ่งกลายมาเป็นนักแบดมินตัน รวมถึงลีลาการตีลูกขนไก่ของ ปัณณวิชญ์ ทองน่วม นักแบดมินตันวัย 20 ปี จากสโมสรแบดมินตันเอสซีจี อคาเดมี่ มาฝากแฟนกีฬาแบดมินตัน มาชมกันว่าฝีมือจะสูสี “น้องเมย์” รัชนก หรือไม่?

เครดิตภาพ : IG pannawit_t

ที่มา>>>Sanook