ด่วน!!! เจอแล้วหนุ่มยุ่นหายลึกลับ พบเป็นศพจมแม่น้ำเจ้าพระยา แม่อยู่ที่ปาย-รู้ข่าวแทบช็อก

จากกรณที่นางอาซาโกะ ซึโบอิ มารดาของนายโซนัม ซึโบอิ อายุ 21 ปี นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น รวมทั้งพี่ชายและแฟนสาว เดินทางมาประเทศไทย เพื่อติดตามหาตัวนายโซนัม หลังจากหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2559 โดยทั้งครอบครัวมีความเป็นห่วงในสวัสดิภาพของนายโซนัมมาก เพราะไม่เคยหายตัวไปแบบนี้มาก่อน โดยเดินทางไปประสานตำนวจสภ.ปายให้ช่วยติดตามหาตัว เนื่องจากนายโซนัมเคยไปเที่ยวปายเมื่อ 2 ปีก่อนและช่วยธรรมชาติที่ปายมากๆล่าสุดเวลา 10.30 น. วันที่ 22 ม.ค. นางอาซาโกะ ซึโบอิ อายุ 57 ปี พร้อมกับสามีมาพบ พ.ต.อ.วรพล พลมณี ผกก. และ พงส.สภ.ปาย แจ้งว่าบุตรชายคือนายโซนัม ซึโบอิ อายุ 21 ปี ซึ่งเดินทางเข้ามาประเทศไทยเมื่อวันที่ 21 ธ.ค.59 และขาดการติดต่อไปตั้งแต่วันที่ 27 ธ.ค.59 โดยพบครั้งสุดท้ายที่โรงแรมย่านถนนข้าวสาร กทม.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ผู้แจ้งอยู่ที่สถานี พ.ต.อ.วรพล พลมณี ผกก.สภ.ปาย ได้รับโทรศัพท์จาก ผบก.ศูนย์สืบสวนสอบสวน บช.น. ว่าพบร่างนายโซนัมแล้วที่กรุงเทพ โดยศพนายโซนัมอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช จึงได้แจ้งให้นาวอาซาโกะทราบและจัดรถนำนางอาซาโกะพร้อมครอบครัวส่งสนามบินเชียงใหม่ต่อไป เพื่อเดินทางไปดูศพที่กรุงเทพต่อทันที โดยนางอาซาโกะ และสามีถึงกับร่ำไห้เมื่อทราบว่าพบศพลูกชายรายงานข่าวเปิดเผยว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่พบศพนายโซนัมตั้งแต่วันที่ 30 ธ.ค. โดยพบศพขึ้นอืดอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยา ช่วงท่าเรือรพ.ศิริราช เบื้องต้นไม่มีบาดแผล โดยเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบกล้องวงจรปิดในละแวกดังกล่าวว่าเป็นการถูกฆาตกรรม อุบัติเหตุ หรือฆ่าตัวตาย

ที่มา>>>ข่าวสด

สาวแค้นจัด คว้ารองเท้าปรี่เข้าตบหน้าหนุ่มพม่าที่ขโมยรถจยย. กลางวงทำแผนฯ ตร.ห้ามวุ่น

วันที่ 18 ม.ค. พ.ต.อ.เรืองเดช สุวรรณพิกุล ผกก.สภ.ปากน้ำระนอง ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีคนร้ายขโมยรถจยย.ที่จอดอยู่ในลานจอดรถหน้าท่าเทียบเรือเทศบาลตำบลปากน้ำ อ.เมือง จ.ระนอง จึงสั่งการให้พ.ต.ท.ศักดิ์ชาย ผะอบเพ็ชร รอง ผกก.สส.นำกำลังฝ่านสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบ จากนั้นได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพคนร้ายเป็นชาย 2 คน กำลังลักรถจยย.ฮอนด้า คลิ๊ก 110 สีขาวแดง และรถจยย.ฮอนด้า ซูมเมอร์เอ็กซ์ สีเหลือง โดยคนร้ายจะใช้กุญแจผีเข้ามาไขกุญแจ ก่อนจะขับหลบหนี หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบพบว่าคนร้ายได้นำรถจยย.ลงเรือหางยาว ข้ามชายแดนไทย-เมียนมา ที่บริเวณชายฝั่งทะเล บ้านหินช้าง ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.ระนอง ไปยังจังหวัดเกาะสอง ทันที

จากนั้นเจ้าหน้าที่สืบทราบว่าคนร้ายคือนายอ่าว อายุ 33 ปี สัญชาติเมียนมา อดีตคนขับเรือหางยาวข้ามฝาก จ.ระนอง และ จ.เกาะสอง ประเทศเมียนมา จึงเข้าจับกุมตัวไว้ได้ ก่อนจะนำตัวนายอ่าว มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่ลานจอดรถจักรยานยนต์หน้าท่าเทียบเรือเทศบาลตำบลปากน้ำ โดยนายอ่าว รับสารภาพว่าตนและเพื่อนเป็นคนลงมือก่อเหตุจริง โดยจะเลือกคืนที่ฝนตกเพราะปลอดคน จากนั้นตนจะเป็นคนใช้กุญแจผีแทงบริเวณเบ้ากุญแจและบิดก่อนสตาร์ทรถจักรยานยนต์หลบหนีไป จนมาถูกจับกุมดังกล่าว ส่วนเพื่อนตนยังหลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะที่กำลังทำแผนอยู่นั้น ได้มีน.ส.นุศรา เย็นวงค์ อายุ 29 ปี หนึ่งในผู้เสียหาย ทราบข่าวว่ามีการจับกุมตัวคนร้ายได้ จึงเดินทางมาดูการทำแผน เมื่อเห็นคนร้ายนั่งอยู่บนท้ายรถกระบะ ก็ปรี่เข้าไปแล้วถอดรองเท้าตบหน้าไป 1 ที จนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องห้ามปราม พร้อมบอกให้ใจเย็นๆ

ที่มา>>>ข่าวสด

ชาวพุทธสลด! เปิดคลิปนาทีพระคว้าหม้อใบใหญ่ฟาดหัวสามเณร

คลิปนี้กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ถึงพฤติกรรมของพระรูปหนึ่งที่ระเบิดอารมณ์ฉุนเฉียวทำร้ายสามเณรในวัด โดยคลิปนี้โพสต์โดยคุณเซ เซ และYouLike (คลิปเด็ด) เป็นเหตุการณ์ที่บันทึกโดยกล้องวงจรปิดภายในวัดแห่งหนึ่ง คาดว่าเป็นโรงครัวของวัด ปรากฏว่าพระภิกษุรูปหนึ่งคว้าหม้อใบใหญ่ฟาดใหญ่ใส่สามเณรที่อยู่ข้างๆ จนลูกศิษย์วัดที่เห็นเหตุการณ์ต้องเข้าไปห้าม ซึ่งคาดว่าสาเหตุมาจากมีการโต้เถียงกันก่อน ถึงลงมือลงไม้กันขนาดนี้

ที่มา>>>ข่าวสด

กระบะชนเด็ก ร่างกระเด็นไปไกล! แต่โกหกว่าคันอื่นชน ก่อนถูกภาพจากกล้องวงจรปิดแฉ (มีคลิป)

เด็กชายถูกรถชนอย่างรุนแรงจนร่างกระเด็นไปไกล ได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่สิ่งซ้ำเติมให้แม่ของเด็กเจ็บช้ำยิ่งขึ้น ก็คือพฤติกรรมของผู้ขับรถที่โกหกเธอว่า คันอื่นชนและขับหนีไปแล้ว ก่อนจะถูกภาพจากกล้องวงจรปิดแฉworkpointวันที่ 14 พ.ย. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แฟนเพจ ‘อยากดังเดี๋ยวจัดให้ V4.’ ได้เผยแพร่ข้อความและคลิปวิดีโอ ที่คุณแม่ท่านหนึ่งช่วยให้เป็นสื่อกลาง เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม จากเหตุการณ์ที่ลูกชายของเธอถูกรถกระบะชนจนได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยมีข้อความดังนี้

“แอดมินคะ ตอนนี้ยังตามตัวคนขับรถไม่ได้เลยคะ ทุกคนรู้ว่าเป็นอุบัติเหตุ น้องผิดที่วิ่งออกไป แต่ทุกคนเสียใจที่คุณป้าแกลงมาดูแล้วโกหกทุกคนว่าคนชนหนีไปแล้ว จำอะไรไม่ได้เช่นกันแล้วแกก็ขึ้นรถขับไปเลย แกน่าจะมีน้ำใจสักหน่อย ทางครอบครัวไม่ได้ให้แกมารับผิดชอบ แต่ทำไมแกต้องโกหกด้วย”

เมื่อพิจารณาภาพเหตุการณ์จากกล้องวงจรปิด ก็เห็นได้ว่ามันเป็นอุบัติเหตุ ซึ่งประเด็นตรงนี้ทางแม่เด็กก็เข้าใจ แต่ที่ติดใจก็คือ ทำไมผู้ขับรถคันดังกล่าวต้องโกหกว่า รถคันที่ชนขับหนีไปแล้ว (ทั้งๆ ที่ตัวเองเป็นคนขับรถชนเด็ก) ก่อนจะรีบขับรถออกไป ซึ่งถือว่าเป็นพฤติกรรมที่แสดงความใจจืดใจดำเป็นอย่างยิ่ง

ที่มา>>>ข่าวสด

 

นับว่าใจถึงมาก!! โจรแสบย่องลักถังแก๊ส ทั้งที่เจ้าของนั่งอยู่ในบ้าน

วันที่ 14 ก.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายอุดม งามดี อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 570/300 หมู่ 6 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งเปิดเป็นร้านรับเลี่ยมกรอบพระพลาสติก ว่าเมื่อช่วงค่ำวันที่ 13 ก.ย.ที่ผ่านมาขณะที่ตนเองกำลังนั่งเล่นคอมพิวเตอร์อยู่ในบ้าน ส่วนน้องสาวกับน้องเขยนอนอยู่ในห้อง ได้ถูกคนร้ายย่องเข้ามาขโมยถังแก๊สปิกนิกในบ้านไปหลังทราบว่าของหายจึงได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดก็พบว่าเมื่อเวลา 19.38 น.วันที่ 13 ก.ย.ที่ผ่านมา ได้มีคนร้ายเป็นชาววันรุ่น รูปร่างผอมสูง สวมเสื้อบอลกางเกงบอลขี่รถ จยย.ยามาฮ่าฟีโน่ สีครีม ทะเบียนมองไม่ชัด มาจอดด้านข้างบ้าน โดยประตูเหล็กม้วนยังไม่ได้ปิดลงมา คนร้ายมาเดินดูภายในบ้านประมาณ 2 นาที ก่อนขี่รถจยย. ออกไปจากนั้นเวลาประมาณ 20.57 น. คนร้ายขี่รถ จยย.คันเดิม กลับมาแต่บรรทุกถังแก๊สใบใหญ่มาด้วย แล้ววนกลับมาจอดหน้าบ้าน แต่ตอนนี้ประตูเหล็กม้วนได้ถูกปิดลงมา คนร้ายได้นำผ้าหรือเสื้อมาพันปิดใบหน้า ก่อนพยามยามมุดเข้าไปแต่หลังไปโดยประตูเหล้กม้วน ด้วยความตกใจคนร้ายจึงรีบออกมาเดินข้างบ้าน ก่อนตัดสินใจมุดเข้าไปอีกครั้งและลักถังถังแก๊สปิกนิกออกมา แล้วขี่รถ จยย.ออกไปเวลาประมาณ 20.54 น.ตนวอนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีให้เร็ว เพราะเกรงว่าชีวิตชาวบ้านทั่วไปจะไม่ได้รับความปลอดภัย  และอาจจะไม่โชคดีแบบตนแค่ถูกลักถังแก๊สเท่านั้น เบื้องต้นได้เดินทางไปแจ้งความที่ สภ.เมืองพัทยา ไว้เป็นหลักฐานแล้ว

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มปวช. ขี่จยย.ย้อนศร ชนประสานงาอีกคันเต็มแรง ดับ 2 รถกระเด็นไปโดนคันที่สาม เจ็บอีก 2

เมื่อเวลา 01.20 น. วันที่  5 ก.ย. ร.ต.อ.ณรงค์ พงษ์สมบูรณ์ รอง สว.(สอบสวน)สน.บางเสาธง รับแจ้งเหตุรถ จยย.พุ่งชนกันหลายคันจนมีผู้บาดเจ็บ 2 ราย และผู้เสียชีวิต 2 ราย เหตุเกิดบนถนนตัดใหม่ แขวงบางเชือกหนัง เขตตลิ่งชัน กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์นิติเวช ร.พ.ศิริราช และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู ที่เกิดเหตุทางฝั่งขาเข้ามุ่งหน้าสี่แยกไฟฉาย บนสะพานข้ามคลองลัดตาเหนียวในช่องทางเลนขวาพบรถ จยย.ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นมีโอ สีแดง หมายเลขทะเบียน ฬนบ 483 กรุงเทพมหานคร สภาพล้มพลิกตะแคงพังยับเยินและเศษชิ้นส่วนรถกระจัดกระจายเกลื่อนพื้นถนน

ใกล้กันพบศพนายณัฐวุฒิ  เมฆเรือง อายุ 18 ปีนักเรียน ปวช.3 วิทยาลัยพาณิชย์ราชดําเนิน สภาพสวมเสื้อยืดสีแดง กางเกงยีนส์ขาสั้น ซึ่งเป็นผู้ขับขี่จยย.คันดังกล่าว ตามร่างกายพบมีบาดแผล ทั้งแขนและขาหักผิดรูป นอนเสียชีวิตอยู่ในที่เกิดเหตุ ห่างออกไปประมาณ 50 เมตร พบศพนายสามารถ  ศรีสวัสดิ์ อายุ 18 ปี ซึ่งขับขี่รถจยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีขาว หมายเลขทะเบียน 2กฬ 1163 กรุงเทพมหานคร สวมเสื้อเชิ้ตสีเทา กางเกงยีนส์ขายาว สภาพศพมีบาดแผล แขนและขาหักผิดรูปเช่นกัน

นอกจากนี้ในที่เกิดเหตุยังมีผู้บาดเจ็บอีก 2 ราย ซึ่งเป็นผู้ขับขี่และซ้อนท้าย รถจยย.ยี่ห้อฮอนด้ารุ่นเวฟ สีน้ำเงินคาดดำ หมายเลขทะเบียน 4กส 7746 กรุงเทพมหานคร  เจ้าหน้าที่จึงนำผู้บาดเจ็บนำส่งร.พ.ศิริราช เพื่อรักษาต่อไป จากการสอบสวนพยานให้การว่า  นายณัฐวุฒิ ผู้ตายซึ่งขี่รถจยย.ยี่ห้อยามาฮ่า ขับขี่ย้อนศรด้วยความเร็วสูงในเลนขวาสุด กระทั่งมาถึงช่วงขึ้นสะพานก็ชนเข้ากับรถจยย.ฮอนด้ารุ่นเวฟ สีขาว ที่มีนายสามารถ ผู้ตายอีกคนซึ่งขับมาในทิศทางปกติช่องเลนขวา จึงทำให้รถทั้ง 2 คันพุ่งชนกันเข้าอย่างเต็มแรงเสียงดังสนั่น ก่อนที่รถจยย.ของนายสามารถจะพุ่งไถลไปชนเข้ากับรถจยย.อีกคันสีน้ำเงิน จนมีผู้บาดเจ็บอีก 2 ราย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ต้องรอดูอาการของผู้บาดเจ็บทั้ง 2 คนก่อนที่จะเดินทางเข้าสอบปากคำอย่างละเอียดและตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง พร้อมส่งศพผู้เสียชีวิตทั้ง 2 รายไปผ่าพิสูจน์ที่นิติเวช ร,พ.ศิริราช เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ระดมทีมค้นหานักท่องเที่ยวหลงถ้ำแม่สาย เจอแค่รอยเท้ายังไม่รู้ชะตากรรม!

จากกรณีมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเป็นคนเอเซีย คาดเป็นชาวจีนหรือชาวญี่ปุ่น เดินเข้าไปเที่ยวภายในถ้ำทรายทอง ในเขตวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ตั้งแต่วันที่ 12 สค. เป็นต้นมา แล้วหายตัวไปอย่างลึกลับ ทิ้งไว้เพียงจักรยานที่จอดฝากข้างร้านค้า คาดว่าหลงทางในถ้ำ จนทางเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายออกทำการค้นหาตั้งแต่เมื่อวันที่ 18 ส.ค. แต่ยังไร้วี่แวว ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 19 ส.ค. น.ส.ภาวิณี มาเยอะ อายุ 22 ปี แม่ค้าขายของ คนที่รับฝากจักรยานจากนักท่องเที่ยว กล่าวว่า พบชายที่สูญหายในวันที่ 12 สค. ช่วงบ่ายๆ ลักษณะคล้ายคนจีน หรือญี่ปุ่นพูดไทยได้นิดหน่อย มาฝากจักรยานไว้ มีสัมภาระเป็นถุงโลตัสและเป้ บอกกับตนว่า จะเข้าไปนั่งสมาธิในถ้ำ ขอฝากจักรยานใว้ 2-3 วัน จากนั้นก็ล่ามโซ่ล็อคกุญแจไว้อย่างเรียบร้อย ตนก็ไม่ได้สังเกตอะไรมาก จนวันที่ 13-15 ส.ค. ฝนตกอย่างหนัก ตนไม่ได้มาเปิดร้านขายของ มาเปิดร้านวันที่ 17 สค. สังเกตว่าจักรยานยังอยู่ จึงสงสัยและมาสอบถามเจ้าหน้าที่ของวนอุทยาน ว่าเห็นผู้ชายลักษณะดังกล่าวหรือไม่ แต่ก็ไม่มีใครเห็นเลย จึงได้ติดต่อตำรวจสภ.แม่สาย ขอส่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาช่วยค้นหา โดยเริ่มค้นหาอย่างจริงจังก็เช้าวันที่ 18 ส.ค. จนถึงวันนี้ยังคงไร้วี่แวว นางนี เตปินใจ 62 ปี แม่ค้าขายอีกราย เล่าว่า ตนขายของมานานหลายสิบปี ไม่เคยมีคนหายในถ้ำ ถ้ำแห่งนี้มีชื่อว่า “ถ้ำทรายทอง” สมัยเด็กๆ เคยเข้าไปในถ้ำที่มีความลึก และยาว 2-3 กิโลเมตร มีห้องโถงหลายจุด และมีช่องแคบมาก ช่วงฤดูฝน ไม่มีใครเข้าไปในถ้ำ เพราะมีตาน้ำ ซึ่งน้ำจะไหลออกมาแรงมาก หินก็ลื่นอันตราย

ด้านนายสวัสดิ์ ทวีรัตน์ ผอ.ส่วนอุทธยานแห่งชาติ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 (เชียงราย) ได้เดินทางมายังวนอุทยานและสอบถามข้อมูล พร้อมให้เจ้าหน้าที่ของป่าไม้ทราบว่า นักท่องเที่ยวคนนี้ เข้ามาในวนอุทยานด้านประตูข้าง ไม่ได้ผ่านประตูหน้า เจ้าหน้าที่จึงไม่ได้เห็น มีพยานเป็นแม่ค้าคนเดียวเท่านั้น

“ตอนนี้เราได้กระจายทีมออกค้นหาตลอด จนกว่าจะพบไม่ว่าจะเป็นหรือตายก็ตาม แต่เชื่อว่ายังมีชีวิตอยู่ เพราะผู้ที่สูญหาย มีการเตรียมสเบียงอาหารมาเป็นอย่างดี คาดว่าจะเคยไปนั่งสมาธิในสถานที่ต่างๆมาแล้ว แต่ยังไม่ทราบว่าจะเกิดปัญหาอะไรกับนักท่องเที่ยว รอทีมค้นหาแจ้งมาอีกที” นายสวัสดิ์ กล่าว

นายอนุสรณ์ วัตถุเจริญ อายุ 33 ปี อาสากู้ภัยสยามรวมใจแม่สาย กล่าวว่า ตนเดินเข้าถ้ำไปเมื่อวานช่วงบ่าย ใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง แต่ก็ไม่พบ เจอเพียงรอยเท้า และร่องรอยขีดเขียนตามผนังถ้ำ แต่ไม่สามารถระบุได้ว่า เป็นรอยเก่าหรือรอยใหม่ ในถ้ำเดินไปหาร่วมกับชาวบ้านที่ชินทาง มีจุดเดียวที่เข้าไม่ได้ เพราะมีน้ำท่วมต้องใช้อุปกรณ์ดำน้ำ ถ้าผ่านจุดนี้ไปได้ ก็จะเจอห้องโถงอีกห้อง มีความหวังว่า นักท่องเที่ยวคนนี้ยังคงอยู่ในจุดนั้น หลายคนยังมีความหวังว่าจะเจออยู่ หากฝนทิ้งช่วงสัก 2-3 วันน้ำในถ้ำอาจจะลดลง น่าจะเข้าไปได้

ด้าน พตท.ฉันทฤทธิ์ เหล่าไพโรจน์จารี สารวัตรท่องเที่ยว เชียงราย เดินทางมาสอบถามข้อมูลจากแม่ค้าและเจ้าหน้าที่ เพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติม พร้อมทั้งไปขอภาพจากกล้องวงจรปิดจาก สถานที่ต่างๆ ตรวจสอบร้านค้าจักรยานใกล้เคียง เพื่อหาข้อมูล ตอนนี้ยังไม่มีการแจ้งความคนหายในพื้นที่ จึงไม่ทราบว่า คนที่หายชื่ออะไร เป็นชาวประเทศใด ทางตำรวจท่องเที่ยวไม่นิ่งนอนใจ เพราะเป็นเรื่องที่ต้องเร่งหาข้อมูล เพื่อติดตามญาติให้ได้ก่อน ทั้งนี้ยังหาข้อมูลจากบ้านเช่า เกสเฮาส์ ใกล้เคียง ว่ามีชายลักษณะใกล้เคียงที่หายไปพร้อมจักรยานเข้าพักอาศัยหรือไม่

ที่มา>>>ข่าวสด

จับสาวร้านเน็ตผลิตแบงค์ปลอมตุ่นซื้อของ ระบาดเกลื่อนย่านปทุมฯยึดของกลางเพียบ

 เมื่อวันที่ 23 ก.ค. ร.ต.ท.พีรพัฒน์ มั่นยา พนักงานสอบสวน สภ.เมืองปทุมธานี พร้อมชุดสืบสวน สภ.เมืองปทุมธานี จับกุมนางจันทร์เพ็ญ สินหนัง อายุ 33 ปี เจ้าของร้านอินเตอร์เน็ต พร้อมขายยางรถยนต์ และนายประกอบ ทัพวงค์ อายุ 35 ปี ลูกจ้างในร้าน ร่วมใช้ธนบัตรปลอมซื้อสินค้าทำให้มีผู้เดือนร้อนหลายราย โดยจับกุมได้ที่บ้านเลขที่ 102/531 หมู่บ้านกฤษณา หมู่ 3 ต.กระแชง อ.สามโคก จ.ปทุมธานี สืบเนื่องจากที่เคยมีข่าว ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ต.กระแชง อ.สามโคก จ.ปทุมธานี เตือนภัยถึงพ่อค้าแม่ค้าที่ขายของในพื้นที่ต่างๆ ให้ระวังผู้ที่จะนำธนบัตรปลอมออกมาใช้ซื้อของ ซึ่งจะเกิดความเสียหายและผิดกฎหมาย ที่ผ่านมาที่หมู่บ้านกฤษณา เคยมีผู้นำธนบัตรปลอมใบละ 100 บาท และ 50 บาท มาซื้อสินค้าแล้ว รวมถึงในพื้นที่อำเภอเมืองปทุมธานี ที่มีคนร้ายนำแบงค์ปลอมมาจ่ายค่าเติมน้ำมัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในปั๊มน้ำมันดังกล่าว พบรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ หมายเลขทะเบียน 9727 ปทุมธานี จึงได้ติดตามไปจับกุมนายประกอบ ทัพวงค์ พร้อมนางจันทร์เพ็ญ สินหนัง ซึ่งยอมรับว่าพิมพ์ธนบัตรปลอมขึ้นมาเอง เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดของกลางประกอบด้วย เครื่องปริ้นเตอร์อิ้งเจ็ท ยี่ห้อเอปสัน แบบมีแท็งค์เติมหมึกเอง หมึกอะคริลิคสีเทา เทียน จำนวน 8 แท่ง มีดคัตเตอร์ ไม้บรรทัด และธนบัตรปลอมชนิด 100 บาทจำนวน 8 ใบ ธนบัตรปลอมชนิด 50 บาท จำนวน 1 ใบ ธนบัตรปลอมชนิด 20 บาท จำนวน 20 ใบ จากการสอบถามนางจันทร์เพ็ญ กล่าวว่า ตนเองยอมรับว่าเป็นคนพิมพ์ธนบัตรปลอมขึ้นมาเอง โดยใช้เครื่องปริ้นเตอร์อิ้งเจ็ท จากนั้นใช้เทียนถูธนบัตรปลอมให้มัน จับแล้วคล้อยธนบัตรจริงหากดูเพียงผิวเผินก็จะไม่รู้ ซึ่งที่ทำลงไปเนื่องจากขัดสนเรื่องเงินและค่าใช้จ่ายภายในบ้าน เพราะว่าที่ผ่านมาต้องจ่ายเงินให้กับค่าทนายความเรื่องที่ลูกสาวของตนเอง ที่ถูกล่อลวงไปข่มขืนจากโรงเรียนกินนอนชื่อดังย่าน จ.ชลบุรี ในขณะเดียวกับที่ตนต้องผ่าตัดมะเร็งเต้านมอยู่ที่โรงพยาบาล หลังจากนั้นคดีก็ไม่มีความคืบหน้าและต้องจ่ายค่าทนายความกว่า 70,000 บาท ขณะนี้ที่บ้านก็ถูกตัดไฟแล้ว จึงนำธนบัตรปลอมไปซื้อกับข้าวมาให้ลูกได้กิน และยอมรับว่าใช้ธนบัตรปลอมไปเพียง 4 ครั้งเท่านั้น ส่วนนายประกอบ ทัพวงค์ อ้างว่าไม่ทราบว่าธนบัตรที่นางจันทร์เพ็ญให้มาใช้นั้นเป็นธนบัตรปลอม จึงนำไปใช้จ่ายเติมน้ำมัน จนเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ตามสืบและจับกุมในที่สุด

ที่มา>>>ข่าวสด