รวบยกแก๊งผัว-เมีย ใช้แก๊สตัดตู้เอทีเอ็มกวาดเงินล้าน ตร.ล็อกตัวคาบ้านพัก-หมอชิต

จากกรณีคนร้ายไม่ต่ำกว่า 3 คนออกตระเวนเจาะตู้เอทีเอ็ม คืนเดียว 3 ตู้ ได้เงินไป 1.4 ล้านบาท จากเอทีเอ็มกสิกรไทยหน้าร้านพีพีซุปเปอร์มาเก็ต ต.มาบตาพุด ระยอง ส่วนสองตู้ไม่สำเร็จทิ้งร่องรอยตัดที่ใช้เครื่องมือแบบเดียวกัน ตำรวจคาดเป็นฝีมือคนร้ายกลุ่มเดียวกัน จากการตรวจกล้องวงจรปิดพบรถยนตเก๋งโปรตรอน ที่เป็นของคนร้ายใช้ก่อเหตุ เตรียมสอบสวนหาตัวคนร้ายต่อไป ด้านพล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา (สบ.10) เดืนทางมาตรวจสอบคดีถึงระยอง ก่อนจะลั่นจับคนร้ายได้แน่ภายใน 3 วัน ตามข่าวที่เสนอไปแล้ว ความคืบหน้าเรื่องดังกล่าว เมื่อเวลา 10.00 น วันที่ 22 มิ.ย. พ.ต.ท.เจริญ วิฑิตกรกุล รองผกก.สส.สภ.มาบตาพุด ระยอง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายสืบ สภ.มาบตาพุด จับกุมตัวผู้ต้องหาคดีเจาะตู้เอทีเอ็ม กวาดเงินไปกว่าล้าน พร้อมควบคุมตัวมาสอบสวนที่ สภ.มาบตาพุด ทั้งหมด 3 ราย ประกอบด้วย น.ส.ทัศนีย์ ตะพานนาค อายุ 25 ปี พร้อมด้วยรถยนต์ โปรตรอนสีเทาทะเบียน ขว 9567 ชลบุรี ตรงกับภาพกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพไว้ได้หลังก่อเหตุ และเงินสดอีกจำนวน 2 แสนบาท ต่อมายังสามารถจับเพิ่มอีก 2 ราย ซึ่งเป็นสามีภรรยากัน คือน.ส.สโรชา อินบัว อายุ 26 ปี และนายฮอล โดย น.ส.ทัศนีย์ หนึ่งในผู้ต้องหา ให้การสารภาพว่า ตนเองกับนายสุริยา หรือตั๊ม อนุญาต อายุ 27 ปี สามี ที่ถูกตามจับกุมตัวได้ ขณะเตรียมหลบหนีที่สถานีขนส่งหมอชิด เจ้าหน้าที่กำลังควบคุมตัวมาระยองได้ประสบปัญหาทางการเงิน เพราะสามีขาดทุนจากธุรกิจบ่อคตกปลาแล้วขาดทุนจนต้องถอนหุ้น ประกอบกับงานรับเหมาช่างเชื่อมเหล็กไม่มีงานจึงทำให้ไม่มีเงินและยังเป็นหนี้นอกระบบ สามีจึงวางแผนกับตนเองพร้อมทั้งชวนนายฮอล มาร่วมด้วย โดยให้นายฮอลและแฟนสาวเป็นคนดูต้นทาง โดยใช้รถจยย.ตระเวนดูขณะที่สามีกำลังลงมือตัดตู้เอทีเอ็ม แต่พอเริ่มลงมือก็ออกไปหาตู้เอทีเอ็มหลังตลาดมาบตาพุดแต่ไม่เหมาะเพราะคนพลุกพล่าน จึงกลับมาตั้งหลักที่บ้านพักหมู่บ้านสายลมเย็น ต.ทับมาอ.เมือง ระยอง แล้วนายสุริยา สามีก็ออกไปคนเดียวประมาณ 1 ชั่วโมง ก็กลับมาพร้อมรถยนต์โปรตรอน แล้วนำเงินจำนวน 2 แสน ส่งให้บอกให้นำไปใช้หนี้ และผ่อนรถยนต์ที่กำลังจะถูกยึด ส่วนอีกสองคนยังให้การปฎิเสธ ด้าน พ.ต.ท.เจริญ วิฑิตกรกุล รองผกก.สส.สภ.มาบตาพุด กล่าวว่า ขณะนี้กำลังนำตัวผู้ต้องมาจากกทม. สำหรับการจับกุมสืบเนื่องจากการสืบจากรถยนต์จนนำไปสู่การจับกุมแก๊งคนร้ายผัวเมีย 2 คู่ เบื้องต้นยังปฏิเสธแต่ถึงอย่างไรทางเรามีหลักฐานแน่น พร้อมทั้งยังมีพยานอีกสองคนที่มีหลักฐานมัดแน่น คำให้การของ นส.ทัศนีย์ก็ให้การยอมรับว่ามีการวางแผนก่อนลงมือ แต่คงต้องรอสอบสวนทั้งสี่คนอีกครั้ง เพื่อหาเงินที่ได้ไปเพราะคาดว่ายังเหลือเกินครึ่ง

สำหรับรถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุยังเป็นชื่อเจ้าของเดิมที่ขายให้นายสุริยา ผู้ต้องเมื่อ 6 เดือนก่อน แต่ยังไม่ได้โอน โดยผ่อนต่อเดือนละ 1 หมื่นบาทซึ่งทางเจ้าของ คือนายจตุพร จรูญ อายุ 35 ปี บ้านเลขที่ 21/2 ม.5 ต.มาบโป่ง อ.พานทอง จ.ชลบุรี ที่เข้าให้หน้าที่ตำรวจสภ.มาบตาพุด จ.ระยอง ก็ได้เดินทางมาให้การเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องพร้อมหลักฐานการซื้อขาย แต่ถึงอย่างไรต้องตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

นายจตุพร กล่าวว่า สำหรับรถยนต์ยี่ห้อโปรตอน เป็นรุ่นสปอร์ตสีเทา ปี 2008 ที่ประกาศขายในเฟซบุ๊ก มีนายตั้มมาติดต่อซื้อไปบอกว่าจะให้แฟนขับ ก็ขายดาวน์ไปในราคา 1 หมื่นบาท และก็ให้คุยกับไฟแนนกันเองทราบว่าผ่อนเดือนละ 10,260 บาท โดยตนก็ไม่ทราบว่านายตั้มจะเดือดร้อนเงินค่าผ่อนรถหรือไม่จึงมาก่อเหตุ

ที่มา>>>ข่าวสด

คนขับหน้ามืด!! รถโดยสารพุ่งทะลุร้านโชว์รถหรู เสยรถเบนซ์-นร.เต็มคันโดดหนีตาย

 โชเฟอร์รถโดยสารชลบุรี–หนองมน อาการโรคเก่ากำเริบ หน้ามืด รถเสียหลักพุ่งชนร้านเคลือบเงารถ เสียรถหรูเบนซ์ แอคคอร์ด จอดอยู่ ได้รับความเสียหาย นักเรียนนั่งมาในรถโดยสารเต็มคัน โดดหนีตายคนละทิศละทาง เมื่อเวลา 07.50 น. วันที่ 21 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาพกล้องวงจรปิดศูนย์บริการเคลือบเงารถ วอช ยูไนเต็ด ตำบลบ้านสวน อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ได้จับภาพรถโดยสารชลบุรี–หนองมน สีแดง หมายเลขข้างรถ 451 หมายเลขทะเบียนป้ายเหลือง 10-4671 ชลบุรี วิ่งเข้าชนท่อประปาและเสียหลักไปชนตู้โชว์รถหรู จนกระจกแตก และทำให้รถเบนซ์ และ ฮอนด้า แอคคอร์ด ที่จอดอยู่ได้รับความเสียหาย

หลังจากเกิดเหตุ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรเมืองชลบุรี ได้รุดตรวจสอบ พร้อมพบนักเรียนที่โดยสารมา ยังอยู่ในอาการตกใจ บางรายต่างกระโดดหนีไปคนละทิศละทาง ส่วนคนขับ คือ นายวีรศิลป์ ธนศรีชูชัย อยู่ตำบลบางปลาสร้อย อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ได้รับบาดเจ็บ กู้ภัยนำส่งโรงพยาบาลชลบุรี โดยจ่าสิบตำรวจโสฬส กมลสุวรรณ์ ผู้บังคับหมู่งานจราจร สถานีตำรวจภูธรเมืองชลบุรี เผยว่า หลังรับแจ้งได้รุดเข้าตรวจสอบทันที และจากการสอบสวนทราบว่า สาเหตุการชนในครั้งนี้ เกิดจากคนขับมีอาการกำเริบจากลมชัก ทำให้หน้ามืด ทำให้เกิดเหตุดังกล่าว ก่อนหน้านี้ก็เคยเกิดอาการแบบนี้ และรถพุ่งขึ้นเกาะกลางถนนมาแล้ว โชคดีที่ไม่ได้ขับมาเร็วมาก ไม่เช่นนั้นอาจทำให้นักเรียนได้รับบาดเจ็บ และทำให้ที่เกิดเหตุเสียหายมากกว่านี้

ที่มา>>>ข่าวสด

หวิดตายหมู่ คนขับปิกอัพหลับในตกร่องถนน คนงานบาดเจ็บ 6

รถปิกอัพรับคนงานก่อสร้างวิ่งจากสมุทรปราการ มุ่งหน้าประจวบคีรีขันธ์ ถึงกุยบุรีคนขับเกิดหลับใน ตกร่องกลางถนนชนเสาไฟ ทั้งคนงาน อุปกรณ์ก่อสร้างที่บรรทุกมากระเด็นตก มีผู้บาดเจ็บทั้งหมด 6 คน…

เมื่อเวลา 07.40 น. วันที่ 6 มิ.ย. ร.ต.อ.เอนก บุญคงดี พนักงานสอบสวน สภ.สามกระทาย อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุบนถนนเพชรเกษม บริเวณจุดกลับรถบ้านนาวัลเปรียง หลักกิโลเมตรที่ 266+200 ต.สามกระทาย อ.กุยบุรี มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิหลวงพ่อในกุฏิ วัดกุยบุรี และกู้ภัยสว่างเมธีธรรมสถาน สามร้อยยอด

ที่เกิดเหตุพบรถกระบะตอนครึ่ง ยี่ห้ออีซูซุ สีเทา หมายเลขทะเบียน ฒพ 7016 กรุงเทพมหานคร ตกอยู่ในร่องกลาง ในสภาพตะแคงด้านขวา มีร่องรอยชนเสาไฟในร่องกลางจนหักกระเด็น รวมทั้งกล้องวงจรปิดพังเสียหายจำนวน 3 ตัว เครื่องยนต์สำหรับงานก่อสร้างกระเด็นออกมาจากรถกระจัดกระจาย ในรถพบผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนทั้งสิ้น 6 ราย เป็นชาย 5 ราย หญิง 1 ราย เจ้าหน้าที่กู้ภัยทั้งสองหน่วยงานได้เร่งปฐมพยาบาลเบื้องต้น และนำทั้งหมดลำเลียงส่งโรงพยาบาลสามร้อยยอดจากการสอบถาม นายนฤพล ชมภูพันธ์ อายุ 21 ปี ซึ่งเป็นคนขับรถคันดังกล่าว เล่าว่า ตนเองพร้อมกับคนงานทั้งหมดออกมาจากจ.สมุทรปราการ ตั้งแต่กลางดึก กำลังเดินทางไปทำงานเกี่ยวกับซ่อมแซมถนนที่ อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุรู้สึกว่าวูบหลับไป มารู้สึกตัวอีกทีตอนที่รถชนเสาไฟในร่องกลางแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้บันทึกไว้เป็นหลักฐาน และจะได้สอบสวนหาสาเหตุอีกครั้ง

สำหรับผู้บาดเจ็บ ทราบชื่อต่อมามี 1. นายนฤพล ชมภูพันธ์ อายุ 21 ปี 2. นายพลวัตน์ แสงชัย 3. น.ส.ลมัย ยางนามอินทร์ อายุ 27 ปี 4. นายอุดมศักดิ์ สารการ อายุ 17 ปี 5. นายศักดิ์ดา แซ่ตั้ง 6. ด.ช.ทิวัตถ์ แดนกลาง อายุ 13 ปี.

ที่มา>>>Thairath

โทรแจ้งมีโจรงัดเอทีเอ็ม ตร.รุดสอบ ไม่พบผิดปกติ คาดป่วน-ไหวตัวหนี

ตร.สภ.บางปะกง ตรวจสอบตู้เอทีเอ็ม ริมถนนบางนา-ตราด กม.44 หลังได้รับแจ้ง 2 คนร้ายกำลังงัดตู้เอทีเอ็ม แต่เมื่อตรวจสอบกลับไม่พบความผิดปกติ คาดคนร้ายไหวตัวทันจึงหนีไป หรืออาจถูกโทรป่วนโดยผู้ไม่หวังดี

เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 10 พฤษภาคม 2559 สภ.บางปะกง รับแจ้งเหตุมีคนร้าย 2 คนกำลังงัดตู้เอทีเอ็ม หน้าบริษัทบันได นัมโกะ (ประเทศไทย) จำกัด ริมถนนบางนา-ตราด กม.44 ขาเข้าชลบุรี หมู่ 12 ต.บางวัว อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา จึงประสาน ร.ต.อ.ศิลปชัย เจริญนิธิโชติ รอง สวป.สภ.บางปะกง สายตรวจรถยนต์และสายตรวจเขต รุดตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุ พบตู้เอทีเอ็มของธนาคารไทยพาณิชย์ ตรวจสอบทั้งด้านหน้าและหลังก็ไม่พบร่องรอยการงัดแงะ อีกทั้งสัญญาณเตือนภัยก็ไม่ดัง สอบถามเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของบริษัท ก็ไม่พบคนร้ายที่มาลงมือแต่อย่างใด จากนั้นรีบขับรถไปยังฝั่งตรงข้ามซึ่งอยู่ฝั่งขาเข้า กทม. เนื่องจากมีตู้เอทีเอ็มของธนาคารกรุงเทพ ตั้งอยู่ ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติแต่อย่างใด

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ ไม่พบร่องรอยการงัดแงะ 

เบื้องต้น คาดว่าอาจจะถูกโทรแกล้งให้มาตรวจสอบทั้งที่ไม่มีเหตุ หรือคนร้ายกำลังลงมือ แล้วมีคนมาพบแล้วตำรวจมาถึงเร็ว เนื่องจากมาถึงที่เกิดเหตุไม่เกิน 5 นาที ทำให้ต้องเลิกลงมือก่อนจะหลบหนีไป ซึ่งทางตำรวจจะตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าวอีกครั้ง.

ที่มา>>>Thairath

อ้างขับปาดหน้า โจ๋ห้าวปาหินใส่เก๋งพ่อแม่ลูกที่ภูเก็ต ชนเสาไฟหวิดดับ (ชมคลิป)

เครดิตภาพ-คลิป : หมวดเสริม-ภจว.ภูเก็ต

สังคมเริ่มอยู่ยาก พ่อแม่ลูกที่ภูเก็ตนั่งเก๋งมาสด้า2 จะไปหาเพื่อน มี 2 ชายฉกรรจ์ขี่ จยย.ตามด่าหาว่าปาดหน้า พยายามชี้แจ้งว่าเป็นการเข้าใจผิด แต่สุดท้ายยังถูกปาหินใส่ จนรถตกข้างทางชนเสาไฟฟ้า พ่อแม่ได้รับบาดเจ็บ…เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 3 พ.ค. พ.ต.ท.รัฐเขตต์ มั่นเมือง สวป.สภ.เมืองภูเก็ต ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุเมืองภูเก็ตว่า มีรถเก๋งถูกคนร้ายใช้หินขว้างใส่กระจก ทำให้รถเสียหลักพุ่งข้างทางบริเวณใกล้โค้งควนดินแดง ถ.เทพกระษัตรี ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต มีผู้บาดเจ็บติดอยู่ภายในรถ จึงประสานหน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ตรุดไปให้การช่วยเหลือ ต่อมาได้รับแจ้งจากหน่วยกู้ชีพเทศบาลตำบลเชิงทะเล อ.ถลาง ว่าได้ให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บภายในรถ พร้อมกับนำส่ง รพ.วชิระภูเก็ต เป็นที่เรียบร้อย

ทั้งนี้ มีผู้บาดเจ็บเป็นผู้ชาย มีอาการแน่นหน้าอก คาดว่าถูกพวงมาลัยกระแทก ส่วนผู้หญิงที่นั่งมาด้านข้าง ขาซ้ายหักจากการที่รถชนกับเสาไฟฟ้าข้างทาง ส่วนเด็กที่นั่งมาด้านหลังไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ พบรถเก๋งมาสด้า 2 สีขาว ทะเบียน กบ 5271 ภูเก็ต สภาพหัวพุ่งตกลงไปคูระบายน้ำข้างทาง ท้ายชี้ขึ้นเหนือพื้นถนน ด้านซ้ายส่วนหน้าชนติดกับเสาไฟฟ้า กระจกหน้าแตกเป็นรูคล้ายถูกของแข็งขว้างปาใส่ เครื่องยนต์พังเสียหาย โดยมีพนักงานของบริษัทประกันภัย กำลังตรวจสอบความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการสอบสวนทราบว่า คนขับชื่อ นายจตุพร กันภัย อายุ 25 ปี ส่วนคนนั่งข้างชื่อ น.ส.สุนิสา คงคำแก้ว อายุ 25 ปี เป็นภรรยา และยังมีเด็กผู้ชายที่เป็นลูก ไม่ทราบอายุอีก 1 คน นั่งกันมา ขับออกจากตัวเมืองภูเก็ตมุ่งหน้าไปกลับรถที่จุดยูเทิร์นหน้าโรงเรียนบ้านสะปำ ถ.เทพกระษัตรี ต.เกาะแก้ว ย้อนกลับมาทางซอยแหลมหิน ถ.เทพกระษัตรี ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต เพื่อจะไปหาเพื่อนภายในซอยดังกล่าว

จนกระทั่งรถวิ่งมาถึงบริเวณปากซอยแหลมหิน ได้มีรถจักรยานยนต์ขี่เข้ามาด้านข้างรถพร้อมกับโวยวายกล่าวหาว่ารถเก๋งขับปาดหน้า นายจตุพรจึงเปิดกระจกรถเพื่อจะอธิบายเหตุการณ์ ว่าเป็นการเข้าใจผิด รถที่ปาดหน้ารถจักรยานยนต์ไม่ใช่รถของตนเอง แต่ชายฉกรรจ์ 2 คนไม่ยอมฟัง จนเกิดการโต้เถียงกันขึ้น นายจตุพรจึงขับรถเลยทางเข้าซอยไปเล็กน้อยต่อมา เหตุการณ์ดูเหมือนจะคลี่คลาย นายจตุพรจึงได้ขับรถไปยูเทิร์นที่หน้าหมวดการทางภูเก็ต เพื่อจะขับไปที่หน้าโรงเรียนบ้านสะปำอีกครั้ง แต่ขณะที่รถกำลังวิ่งผ่านตรงข้ามปากซอยแหลมหิน ได้มีชายฉกรรจ์ 1 คน วิ่งจากริมถนนใกล้หน้าปากซอยแหลมหิน พร้อมกับวิ่งขึ้นมาบนเกาะกลางถนน และใช้หินขว้างใส่กระจกรถที่นายจตุพรขับทันที ทำให้รถเกิดเสียหลักพุ่งตกข้างทางและชนกับเสาไฟฟ้า จนมีผู้บาดเจ็บดังกล่าว

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำภาพจากกล้องวงจรปิดมาตรวจสอบ พบว่ารถจักรยานยนต์ เป็นรถฮอนด้า เวฟ สีแดง ทะเบียน กษน 944 ภูเก็ต หลังก่อเหตุได้ขี่หลบหนีเข้าตัวเมืองภูเก็ต ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการติดตามตัวผู้ต้องสงสัยที่เป็นผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี.

ที่มา>>>Thairath