วิจารณ์ยับ! สาวนะยะแต่งตัววาบหวิว ให้นักท่องเที่ยวหนุ่มๆ จับหน้าอกแลกกับเงิน

เป็นอีกคลิปที่กำลังวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยเป็นคลิปเหตุการณ์ที่สาวประเภทสองคนหนึ่ง แต่งตัวในชุดเซ็กซี่ พร้อมให้นักท่องเที่ยวหนุ่มมาจับหน้าอก เพื่อแลกกับเงิน

โดยถือเป็นการทำลายวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงามของไทย

หลังคลิปดังกล่าวเผยแพร่ออกไปมีผู้เข้ามาวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก โดยส่วนใหญ่มองว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม

 

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

คลิปแฉบรรดาแขกผู้ชายลวนลามจับ “นม” เจ้าสาวกลางงานวิวาห์

คลิปนี้เผยแพร่โดยเว็บไซต์เซี่ยงไฮ้อิสต์ เป็นเหตุการณ์ที่เจ้าสาวชาวจีนโดนแขกในงานทำอนาจารด้วยการให้ดื่มสุราจนมีอาการมึนเมา ก่อนที่แขกผู้ชายจะเอาซองแดง (เงินช่วยงานแต่งงาน) ไปยัดไว้ตรงหน้าอกของเจ้าสาว แถมยังลูบไล้หน้าอกซ้ำด้วย โดยแขกเหรื่อคนอื่นๆส่งเสียงเชียร์กันลั่น โดยระบุว่า นี่เป็นประเพณีดั้งเดิมในการให้ของขวัญเจ้าสาวในวันวิวาห์

ที่มา>>>ข่าวสด

ช่างทำบั้งไฟโอด ยอดสั่งตกวูบ! ทางการคุมไม่ให้จุด เข้มเกรงอันตราย

ช่างทำบั้งไฟ จ.หนองคาย เร่งทำบั้งไฟให้ลูกค้าไทย-ลาว ระบุปีนี้ทางการเข้มงวดห้ามจุดบั้งไฟแสน-ล้าน เนื่องจากเกรงเหตุอันตราย ทำให้ยอดสั่งผลิตน้อยลงมาก ทั้งนี้ช่างทำบั้งไฟอาศัยความเชี่ยวชาญระวังทุกขั้นตอนการผลิต เพื่อคุณภาพ

วันที่ 12 พ.ค.59 นายนรสิงห์ ชุดทอง เจ้าของค่ายบั้งไฟล้าน นรสิงห์ อ.เมืองหนองคาย ได้นำทีมงานเร่งผลิตบั้งไฟให้ทันเวลากำหนดส่งให้กับลูกค้า ซึ่งมียอดสั่งบั้งไฟแสนจากฝั่งลาว เนื่องจากช่วงเดือน พ.ค. – มิ.ย. เป็นช่วงงานประเพณีบั้งไฟหลายพื้นที่ของภาคอีสาน หลายปีที่ผ่านมานิยมจุดบั้งไฟแสน หรือ บั้งไฟที่มีน้ำหนักดินประสิว 120 กิโลกรัม และบั้งไฟล้านซึ่งปริมาณดินประสิวเพิ่มขึ้นมาก ทั้งจุดในงานประเพณีและจุดแข่งขัน

“ซึ่งหลังจากเกิดอุบัติเหตุบั้งไฟแตก บางแห่งตกใส่บ้านจนทำให้มีผู้เสียชีวิต ในปีนี้หลายพื้นที่จึงงดการจุดบั้งไฟขนาดใหญ่ ทั้งบั้งไฟแสนและบั้งไฟล้าน อนุญาตให้จุดได้เพียงบั้งไฟหมื่นเท่านั้น ส่งผลให้ยอดการสั่งผลิตบั้งไฟแสนลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด เดิมในช่วงเวลาเดียวกันจะผลิตบั้งไฟไม่ต่ำกว่าร้อยบั้ง แต่ปีนี้มียอดสั่งผลิตยังไม่ถึง 20 บั้ง ราคาขาย บั้งไฟอยู่ที่ 2,500 – 100,000 บาท ทำให้รายได้ช่างทำบั้งไฟลดน้อยลงไปด้วย” เจ้าของค่ายบั้งไฟล้าน กล่าว ช่างทำบั้งไฟ ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญและระมัดระวังในทุกขั้นตอนการผลิต

นายนรสิงห์ กล่าวต่อว่า ช่างทำบั้งไฟต้องอาศัยความเชี่ยวชาญและระมัดระวังในทุกขั้นตอนการผลิต จึงจะได้บั้งไฟที่มีคุณภาพ นำไปจุดแล้วพุ่งทะยานบนท้องฟ้าได้สูง อยู่บนท้องฟ้าได้นาน หากกระบวนการผลิตไม่ดี อัดดินประสิวไม่แน่น หางไม่ตรง ก็อาจทำให้บั้งไฟแตกกลางอากาศหรือจุดไม่ขึ้นได้ ซึ่งช่างทำบั้งไฟและชาวอีสานเชื่อว่า บั้งไฟถ้าพุ่งขึ้นสูงสวยงาม ตลอดทั้งปีจะโชคดีมีชัย แต่หากบั้งไฟแตกกลางคัน ก็จะเกิดสิ่งไม่เป็นมงคลขึ้นให้ระมัดระวังในการใช้ชีวิตสำหรับบั้งไฟในอดีตใช้ไม้ไผ่

” แต่ปัจจุบันใช้ท่อพีวีซี โดยบั้งไฟหมื่น ใช้ขนาดท่อ 3 นิ้ว บรรจุดินประสิว 12 กิโลกรัม บั้งไฟแสน ใช้ขนาด 5-6 นิ้ว บรรจุดินประสิว 120 กิโลกรัม บั้งไฟล้าน ขนาดท่อ 8 นิ้ว บรรจุดินประสิว 1,200 กิโลกรัม และบั้งไฟ 10 ล้าน ใช้ท่อพีวีซีขนาด 10 นิ้ว ก็จะเพิ่มปริมาณดินประสิวเข้าไปอีกเท่าตัว ทำให้ยิ่งใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆ คนที่ซื้อบั้งไฟขนาดใหญ่จะแสดงให้เห็นถึงอำนาจบารมี เพราะบั้งไฟยิ่งขนาดใหญ่ยิ่งมีราคาแพง ช่างเองก็ต้องการทดสอบฝีมือการทำของตัวเองว่าสามารถทำบั้งไฟได้ดี จึงทำให้ขนาดบั้งไฟใหญ่ขึ้นจากอดีตมา” เจ้าของค่ายบั้งไฟล้านนรสิงห์ กล่าว.

ที่มา>>>Thairath