ปลื้มปีติ รถของ ‘ในหลวง’ หนึ่งเดียวในเชียงใหม่ทะเบียน ก-9999 ระบุพระนามเป็นผู้ถือครองสิทธิ์

ชาวเชียงใหม่ปลื้มปีติ พระราชพาหนะในหลวงรัชกาลที่ 9 จดทะเบียนที่จังหวัดเชียงใหม่ ก-9999 เมื่อ 5 ก.พ.2525 เทียบปัจจุบันเป็น กก-9999 ระบุพระนามเป็นผู้ถือครองสิทธิ์ ยังคงชำระภาษีปกติจนถึง 5 ก.พ.60 ขณะนี้รถจอดโครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี201611191021008-20021028190509เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 19 พ.ย. นายชาญชัย กีฬาแปง ขนส่งเชียงใหม่ เปิดเผยว่า หลังจากการสืบค้นของเจ้าหน้าที่ขนส่งเชียงใหม่ และทราบว่าพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้นำรถยนต์พระราชพาหนะ จดทะเบียนที่จังหวัดเชียงใหม่เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2525 หมวด ก-9999 เชียงใหม่ เป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่ง (รย 1) เป็นรถสองตอน ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ซึ่งปัจจุบันได้เทียบหมวดอักษรใหม่ เป็น กก-9999 ซึ่งรถยนต์คนดังกล่าวได้ชำภาษีเรื่อยมาจนถึงล่าสุดจะสิ้นสุดในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 นี้ เป็นระยะเวลา 34 ปี201611191021003-20021028190509-copyนายชาญชัย กล่าวต่อว่า ที่นำความปลาบปลื้มใจมาให้กับชาวขนส่งเชียงใหม่ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ เพราะรถยนต์คันดังกล่าวเป็นพระราชพาหนะเพียงคันเดียว ที่ระบุพระนามชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์รถ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ที่อยู่พระตำหนักสวนจิตรลดา ถ.พระราม 5 แขวงสวนจิตรลดา เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นพระราชพาหนะเพียงคันเดียวที่ได้จดทะเบียนไว้ที่จังหวัดเชียงใหม่ ใช้ในพระราชกรณียกิจเสด็จพระราชดำเนินในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่201611191021009-20021028190509แต่ล่าสุดทราบว่า พระราชพาหนะคันนี้ถูกนำไปอยู่ที่โครงการชั่งหัวมัน ตามพระราชดำริ อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง และนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้เป็นอย่างมากของชาวขนส่งเชียงใหม่ ที่พระองค์ท่านจดทะเบียนรถที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งขณะนี้ต้นขั้วรายชื่อเจ้าของรถได้ถูกจัดเก็บไว้เป็นอย่างดี ซึ่งจากใบแรกเต็มพื้นที่ก็ได้เพิ่มเป็นใบที่สอง ซึ่งทางสำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ ได้จัดทำนิทรรศการเพื่อเทิดพระเกียรติในหลวงรัชกาล9 ไว้ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับโครงการต่างๆ ในจังหวัดเชียงใหม่201611191021005-20021028190509201611191021002-20021028190509201611191021006-20021028190509

ที่มา>>>ข่าวสด

ทีเอ็มบี เปิดแลกบัตรธนาคารทรงเจริญพระชนมพรรษา 60 และธนบัตรที่ระลึกครบรอบ 100 ปี ธนบัตรไทย

ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทีเอ็มบี เปิดแลกบัตรธนาคารและธนบัตรที่ระลึก 2 วาระ คือ บัตรธนาคารเนื่องในมหามงคลสมัยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษาหกสิบบริบูรณ์ 5 ธันวาคม 2530 ชนิดราคา 60 บาท แลกในราคา 60 บาท และธนบัตรที่ระลึกเนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปี ธนบัตรไทย ชนิดราคา 100 บาท (ปี 2545) แลกในราคา 100 บาท ประชาชนทั่วไปสามารถแลกได้คนละ 1 ฉบับ แบบใดแบบหนึ่ง

ทั้งนี้ เพื่อให้ได้รับธนบัตรอย่างทั่วถึงมากที่สุด แลกได้ที่สาขาทีเอ็มบีที่เปิดรับแลก 353 สาขา ทั่วประเทศ ในเวลาทำการ ตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน นี้ เป็นต้นไปจนกว่าจะหมด

ที่มา>>>ข่าวสด

โฉนดที่ดิน “ในหลวง” ที่ด่านซ้าย ทรงซื้อไว้เป็นศูนย์พัฒนาปศุสัตว์ตามพระราชดำริ

เมื่อวันที่ 17 ต.ค. พล.ต.ต.วชิระศักดิ์ พุ่มทอง อดีตผบก.ฝึกพิเศษ กองบก.การฝึกพิเศษ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ซึ่งเป็นข้าราชการบำนาญพักอยู่ที่ อ.ด่านช้าย กล่าวถึงโครงการพระราชดำริ ศูนย์พัฒนาปศุสัตว์ตามพระราชดำริ อ.ด่านซ้าย จ.เลย ที่บ้านเดิ่น เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชก่อตั้งขึ้น บนที่ดินที่ทรงซื้อไว้จำนวน 151 ไร่ ด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ณ บริเวณบ้านเดิ่น ต.ด่านซ้าย จ.เลย เมื่อครั้งเสด็จเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ตำบลกกสะทอน อ.ด่านซ้าย เมื่อปีพ.ศ.2516 ซึ่งมีพระนามเต็มของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศปรากฎในใบโฉนดที่ดินอย่างถูกต้องตามกฎหมายกรมที่ดินได้ออกโฉนดที่ดินให้โครงการในพระปรมาภิไธย รวม 4 ฉบับ ดังนี้ 1.โฉนดที่ดิน เลขที่ 11912 เล่มที่ 120 หน้า 12 เนื้อที่ 33 ไร่ 1 งาน 91 ตารางวา 2.โฉนดที่ดิน เลขที่ 11913 เล่มที่ 120 หน้า 13 เนื้อที่ 33 ไร่ 1 งาน 41 ตารางวา 3.โฉนดที่ดิน เลขที่ 11914 เล่มที่ 120 หน้า 14 เนื้อที่ 42 ไร่ 3 งาน 18 ตารางวา 4.โฉนดที่ดิน เลขที่ 11995 เล่มที่ 120 หน้า 95 เนื้อที่ 42 ไร่ 1 งาน 37 ตารางวา รวมพื้นที่ 151 ไร่ 3 งาน 87 ตารางวาต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเห็นว่า บริเวณข้างเคียงเป็นที่ดินสาธารณะสำหรับเลี้ยงสัตว์ที่อำเภอด่านซ้ายสงวนไว้ จำนวนประมาณ 1,200 ไร่ จึงทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้กรมปศุสัตว์เข้าไปดำเนินการสำรวจพื้นที่ เพื่อพัฒนาให้เป็นศูนย์สาธิตด้านปศุสัตว์ และพระราชทานเปลี่ยนชื่อโครงการเป็น “โครงการศูนย์พัฒนาปศุสัตว์ ตามพระราชดำริ อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย” และภายหลังได้เปลี่ยนชื่อเป็นศูนย์พัฒนาปศุสัตว์ ตามพระราชดำริ อำเภอด่านซ้ายscreenshot_71โดยมีภารกิจและวัตถุประสงค์เพื่อเป็นสถานที่ฝึกอบรมและเผยแพร่ความรู้ด้านปศุสัตว์ให้แก่เกษตรกร และสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปประกอบอาชีพ เพื่อสาธิตการเลี้ยงปศุสัตว์ร่วมกับการทำเกษตรแบบผสมผสาน และเกษตรกรสามารถนำไปปฏิบัติใช้พัฒนาอาชีพเป็นการเลี้ยงสัตว์แบบธุรกิจ โดยการฝึกอบรมเกษตรกรให้มีความรู้เรื่องการเลี้ยงและการป้องกันโรคระบาดสัตว์เบื้องต้น ส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์สู่เกษตรกรให้สามารถผลิตอาหารโปรตีนและจำหน่ายเป็นรายได้เสริมแก่ครัวเรือน ตลอดจนพัฒนาสุขภาพและปรับปรุงพันธุ์สัตว์ของเกษตรกรให้มีความสมบูรณ์แข็งแรงอยู่เสมอ ปัจจุบันมีสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเลย เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ มีเกษตรกรร่วมโครงการจำนวน 430 ครัวเรือน201610171030574-20021028190420พล.ต.ต.วชิระศักดิ์ กล่าวว่า โครงการพัฒนาปศุสัตว์พระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ได้พระราชทานให้ชาวชุมชน อ.ด่านซ้าย แต่ก่อนชาวชุมชนด่านซ้ายมีความเป็นอยู่ลำบาก พอมีโครงนี้ทำให้ชาวบ้านที่เคยลำบากมีรายได้จากการมาเรียนรู้ศึกษานำไปประกอบอาชีพตามทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง และเป็นการพัฒนาชีวิตของชาวบ้านให้ดีขึ้น ซึ่งแต่ก่อนชาวบ้านไม่มีรายได้ และมีการตัดไม้ทำลายป่า เมื่อโครงการพระราชดำริเกิดขึ้นที่ อ.ด่านซ้าย ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น การตัดไม้ทำลายป่าก็ไม่มี และยิ่งทำให้ชาวบ้านเกิดรักหวงแหนป่าไม้ ซึ่งเป็นต้นน้ำที่หล่อเลี้ยงชาว อ.ด่านซ้าย

“ข้าพเจ้าพร้อมด้วยชาว อ.ด่านซ้าย ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม รำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ และเสียใจอย่างสุดซึ้งที่พระองค์ท่านสวรรคต พระองค์จะสถิตอยู่ในดวงใจของคนอ.ด่านซ้าย ทุกคน และขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป” พล.ต.ต.วชิระศักดิ์ กล่าว

ภาพบางส่วน เฟซบุ๊กศูนย์พัฒนาปศุสัตว์ตามพระราชดำริ อ.ด่านซ้าย จ.เลย

ที่มา>>>ข่าวสด

 

ครูปทุมฯสะสมภาพ “ในหลวง” นับแสนตั้งใจจะสวดมนต์ถวายเป็นพระราชกุศลตลอดชีวิต

เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 13 ต.ค. นางสนอง บำรุงราษฎร์ อายุ 74 ปี ครูวัยเกษียณหนึ่งในพสกนิกรที่รักและเทิดทูนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศยิ่งชีพ ได้สะสมพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศในอิริยาบถต่างๆ ขณะทรงมีพระราชกรณียกิจทั่วทั้งผืนแผ่นดินไทย ดูแลความเป็นอยู่ของปวงชนชาวไทย และเปิดบ้านเลขที่ 7 หมู่ 1 ต.บ่อเงิน อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ภายในชุมชนเป็นห้องสมุด

 หลังจากที่ครูสนองได้เฝ้าชมแถลงการณ์สำนักพระราชวัง โดยมีความรู้สึกโศกเศร้าและน้ำตาไหล โดยนางสนอง บำรุงราษฎร์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาเราได้รับรู้อยู่แล้วว่าพระองค์ทรงประชวร เมื่อรับฟังแถลงการณ์สำนักพระราชวัง แล้วรู้สึกเหมือนสูญสิ้นสิ่งสำคัญในชีวิตไปส่วนหนึ่ง พยายามที่จะทำใจ ทั้งสวดมนต์ ตั้งสติ

“ไม่ใช่แค่ฉันคนเดียวที่รักในหลวง คนทั่วประเทศทุกคนก็รักในหลวงเช่นกัน แม้ว่าพระองค์จะสวรรคตไปแล้วก็ตาม จากนี้จะสวดมนต์เพื่อถวายพระราชกุศลตลอดชีวิต เท่าที่ตัวเองจะมีชีวิตต่อจากนี้ ภาพต่างๆ ที่เก็บไว้ก็เพียงได้แต่ดู เพื่อระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ตลอดไป” นางสนอง กล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

สวดมนต์ถวายพรในหลวง-แน่นศิริราช พสกนิกร หลั่งไหล อธิษฐาน ทรงหาย ประชวร

พสกนิกรหลั่งไหลถวายพระพรในหลวงที่ศิริราช-ศาลาสหทัยสมาคม ให้ทรงหายจากพระอาการประชวร ภายหลังสำนักพระราชวัง ออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 37 โดยตลอดทั้งวันประชาชนทุกหมู่เหล่าเดินทางมาไม่ขาดสาย นอกจากถวายพระพรแล้วยังสวดมนต์ขอพรด้วย โดยทั้งหมดต่างจับจ้องมองขึ้นไปยังชั้น 16 สถานที่ประทับของพระองค์

ประชาชนหลั่งไหลถวายพระพรให้ในหลวงทรงหายประชวรที่ศิริราช-ศาลาสหทัยสมาคม ประชาชน หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ลงนามถวายพระพรต่อเนื่อง เมื่อวันที่ 10 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังสำนักพระราชวัง ออกแถลงการณ์เรื่อง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯมาประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช ฉบับที่ 37 ตลอดทั้งวันที่โรงพยาบาลศิริราช มีพสกนิกรจากทั่วทุกสารทิศ พร้อมใจมาสวดมนต์และตั้งอธิษฐานจิตถวายพระพรให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงหายจากพระอาการประชวร

โดยตั้งแต่ช่วงเช้ามีพสกนิกรทยอยมา สักการะ พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และพระรูปหล่อสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ณ ศาลาศิริราช 100 ปี นอกจากนี้ยังมีประชาชนส่วนหนึ่งสวมเสื้อสีเหลืองมาสวดมนต์ขอพรด้วย เพื่อให้พระองค์ทรงหายจากพระอาการประชวร โดยทุกคนต่างจ้องมองและตั้งจิตอธิษฐานส่งไปยังชั้น 16 อาคารเฉลิมพระเกียรติ ที่พระองค์ประทับอยู่

ม.ล.ดิศดำรง ดิศกุล อายุ 67 ปี นางสุชาดา สิริสังกาส อายุ 56 ปี และประชาชนที่เดินทางมาจาก อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี พร้อมใจสวมเสื้อสีเหลือง เปิดเผยว่า เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา ทราบข่าวแถลงการณ์สำนักพระราชวัง วันนี้จึงตั้งใจมาขอพรให้พระองค์ท่านทรงหายจากพระอาการประชวร เป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยตลอดไป

นางสุชาดากล่าวว่า ครั้งหนึ่งได้มีโอกาสเฝ้าฯรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่โรงพยาบาลศิริราช เป็นความบังเอิญเพราะขณะนั้นคุณพ่อป่วยอยู่ตึกเดียวกับที่พระองค์ประทับ แม้ว่าตอนนั้นจะเป็นระยะที่ไกลจากสายพระเนตร แต่รู้สึกดีใจมากๆ ส่วนตัวได้น้อมนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ ด้วยการปลูกผักกินเองที่บ้าน หากมีเหลือก็นำแจกจ่ายเพื่อนบ้าน เป็นเรื่องที่ดีมากๆ ทำให้เราได้กินผักปลอดสารพิษ และยังมีเหลือให้ผู้อื่นด้วย

นางลิปดา สเตนนิ่ง อายุ 50 ปี ชาวจ.มหาสารคาม ใช้เวลาก่อนเข้าพบแพทย์นั่งสวดมนต์ขอพรถวายแด่พระองค์ กล่าวว่า ทุกครั้งที่มาโรงพยาบาลศิริราช ไม่ว่าจะมาทำอะไร จะมาสวดมนต์ขอพรถวายแด่พระองค์อยู่เสมอ ให้พระองค์มีพระสุขภาพพลานามัยแข็งแรง สมบูรณ์ และหายจากพระอาการประชวรโดยไว ทั้งนี้ รู้สึกชื่นชมและยึดถือพระองค์เป็นแรงบันดาลใจ จากพระราชดำรัสที่สอนให้รู้จักใช้ชีวิตอย่างพอเพียง ตลอดจนพระราชดำรัสเกี่ยวกับการใช้ชีวิต ทำให้ตนเองซึ่งมีอาชีพแม่บ้านสามารถอยู่อย่างมีความสุขกับสิ่งที่มีได้
นางสุวรรณา เคนน้ำเที่ยง อายุ 62 ปี ชาวจ.บุรีรัมย์ แต่อาศัยอยู่เขตหนองแขม กทม. และนางเตือนจิตต์ สิงห์ภา อายุ 73 ปี ชาว อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี กล่าวว่า วันนี้นัดเพื่อนๆ รวมกลุ่มกันมาสวดมนต์ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ ขอให้ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยไว โดยจะสวดบท “โพชฌังคปริตร” ซึ่งเป็นบทสวดให้กับคนป่วยให้หายป่วย พวกเราสวดมนต์บทนี้ถวายพระองค์มาตั้งแต่ปี 2549 และสวดมนต์ถวายพระพรทุกวันที่ 5 ของเดือน ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์เช่นกัน

“ไม่ว่าพระองค์จะเสด็จฯ ที่ใด จะที่หัวหินหรือที่ไหน พวกเราจะพยายามตามไปเฝ้าฯรับเสด็จ เพราะรักในหลวงมาก ชีวิตก็ถวายให้ได้ ทุกวันนี้พยายามทำบุญทำทาน ไหว้พระ สอนลูกให้เป็นคนดี อยู่อย่างพอเพียง เพื่อเป็น พสกนิกรที่ดีของพระองค์” พสกนิกรที่ โรงพยาบาลศิริราช กล่าว

ขณะที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง สำนักพระราชวัง เปิดให้ลงนามถวายพระพรระหว่างเวลา 08.30-16.30 น. ตลอดทั้งวันมีคณะบุคคล หน่วยงานภาครัฐ เอกชน ตลอดจนประชาชนทั่วไปเดินทางนำพานพุ่มดอกไม้ แจกันดอกไม้ และสิ่งของต่างๆ มาทูลเกล้าฯถวาย พร้อมลงนามถวายพระพรขอให้พระองค์ทรงหายจากพระอาการประชวรในเร็ววัน อาทิ คณะครูโรงเรียนบ้านโคกกลาง อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์, ชมรมลูกเสือชาวบ้าน จ.เชียงใหม่, โรงเรียนตากพิทยาคม อ.เมือง จ.ตาก, โรงเรียนวัดระเบาะไผ่ อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี, ครู บุคลากร โรงเรียนอนุบาลประณีต อ.เมือง จ.ยะลา

โรงเรียนวรคามินอนุสรณ์ จ.ปัตตานี, นางเบญจวรรณ เปรมประยูร นายกเทศมนตรีเมืองกาญจนบุรี พร้อมด้วยคณะเทศบาลเมืองกาญจนบุรี, ครูนักเรียนโรงเรียนบ้านกุดไผ่ ต.ตลาดแร้ง อ.บ้านเขว้า จ.ชัยภูมิ, ครูโรงเรียนวัดสระข่อย อ.ศรีมโหสถ จ.ปราจีนบุรี, กรมการสัตว์ทหารบก, ค่ายทองฑีฆายุ อ.เมือง จ.นครปฐม, ผู้บริหารและครูโรงเรียนวัดเจ้ามูล กทม., ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อ.ขลุง จ.จันทบุรี, พล.ท.สุรใจ จิตต์แจ้ง ผบ.หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ กองทัพบก พร้อมข้าราชการและชมรมแม่บ้าน

คณะกรรมการและเจ้าหน้าที่สภาวิศวกร, ร.ท.วสันต์ สุขสมบูรณ์ นายอำเภอด่านขุนทด จ.นครราชสีมา พร้อมข้าราชการฝ่ายปกครอง และชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน, นายอบากีรอฟ เอลด้าร์ รมว.กระทรวงเศรษฐกิจ ประเทศคีร์กีซสถาน, ผู้บริหารและครูโรงเรียนบางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา, สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์, องค์การบริหารส่วนตำบลนนทรี อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี, บริษัท เอฟดีไอ กรุ๊ป, พล.อ.ภุชพงศ์ พงษ์ศิริ ผอ.ศูนย์แก้ไขปัญหาความมั่นคงแบบบูรณาการ กระทรวงกลาโหม และ บริษัท ปตท. กรุ๊ป เป็นต้น

เมื่อเวลา 17.00 น.ที่พระวิหารหลวงพ่อเสริม วัดปทุมวนาราม ประชาชนจำนวนมากทยอยเดินทางมาร่วมสวดมนต์ประจำวันจันทร์และวันศุกร์ เพื่อถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

นายสมศักดิ์ ชัยวณิชยา อายุ 56 ปี เปิดเผยว่า ทราบข่าวสำนักพระราชวังออกแถลงการณ์ วันนี้จึงมาร่วมสวดมนต์ถวายแด่พระองค์ท่าน

ที่มา>>>ข่าวสด