เปิดคลิปนาทีระทึก! รถบัสนักเรียนเบรกแตกพุ่งชนปิกอัพก่อนพุ่งตกเขา

เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นวันที่ 16 ธ.ค. ร.ต.อ.ประภาส เพลครบุรี ร้อยเวรสภ.วังม่วง อ.วังม่วง จ.สระบุรี รับแจ้งเหตุรถบัสโดยสารไม่ประจำทาง เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนกับรถกระบะแล้วพุ่งตกเขา บริเวณถนนสายวังม่วง-มวกเหล็ก จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรีบรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ในจุดเกิดเหตุพบเป็นเนินเขาช่วงอุโมงค์ต้นไม้ หมู่1 ต.แสลงพัน อ.วังม่วง จ.สระบุรี พบรถบัสขนาดใหญ่ ทะเบียน 30-0044 สระบุรี เสียหลักพลิกตะแคงตกลงไปข้างทาง ซึ่งเป็นทางลาดชัน ภายในรถบัสมีนักเรียน ลูกเสือ เนตรนารี ร้องขอความช่วยเหลือ บางรายร้องไห้อย่างเสียขวัญ ตรวจสอบทั้งหมดมีจำนวน 59 คน เป็นชาย 27 คน หญิง 32 คน นอกจากนี้ ยังมีครูผู้ดูแลอีก 5 คน รวมเป็น 65 คน มีผู้บาดเจ็บเล็กน้อย 51 คน บาดเจ็บสาหัส 2 คน จึงรีบนำตัวส่งต่อโรงพยาบาลพระพุทธบาท

ใกล้กันยังพบรถกระบะมิตซูบิซิ สีบรอนซ์ ทะเบียน ตข 8003 กรุงเทพมหานคร มีนายจักรกฤช พัตตราสิงห์ อายุ 27 ปี เป็นคนนั่งคู่มากับภรรยา ชื่อนางสุวลักษณ์ พัตตราสิงห์ ได้รับบาดเจ็บ ถูกอัดติดอยู่ภายในรถ เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งใช้เครื่องตัดถ่างช่วยออกมา ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาล

จากการสอบสวนนายสุรชาติ อาจศิริ อายุ 38 ปี คนขับรถบัส และได้รับบาดเจ็บ ที่ขาให้การว่า ขับรถมารับลูกเสือและเนตรนารีออกจากค่ายลูกเสือ-เนตรนารีแห่งหนึ่ง ใน อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี หลังจากมาเข้าค่ายตั้งแต่เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. เป็นนักเรียนมาจาก 3 โรงเรียน มีโรงเรียนวัดไก่จ้น(ชลประทานอุปถัมภ์) โรงเรียนวัดจำปา และโรงเรียน วัดจงกลณี ทั้งหมดอยู่ในเขต อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อเดินทางกลับ โดยมาด้วยกันจำนวน 7 คันรถบัส

สำหรับคันที่เกิดเหตุเป็นรถคันสุดท้าย ขณะรถบัสกำลังวิ่งลงเป็นทางลงเนินเขา และโค้งคดเคี้ยว รถเกิดเบรกแตก ไม่สามารถ หยุดหรือชะลอรถได้ ทำให้รถเสียหลักไปชนกับรถกระบะมิตซูบิชิของนายจักรกฤช ก่อนเสียหลักพลิกคว่ำลงข้างถนน

ที่มา>>>ข่าวสด

กระบะชนเด็ก ร่างกระเด็นไปไกล! แต่โกหกว่าคันอื่นชน ก่อนถูกภาพจากกล้องวงจรปิดแฉ (มีคลิป)

เด็กชายถูกรถชนอย่างรุนแรงจนร่างกระเด็นไปไกล ได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่สิ่งซ้ำเติมให้แม่ของเด็กเจ็บช้ำยิ่งขึ้น ก็คือพฤติกรรมของผู้ขับรถที่โกหกเธอว่า คันอื่นชนและขับหนีไปแล้ว ก่อนจะถูกภาพจากกล้องวงจรปิดแฉworkpointวันที่ 14 พ.ย. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แฟนเพจ ‘อยากดังเดี๋ยวจัดให้ V4.’ ได้เผยแพร่ข้อความและคลิปวิดีโอ ที่คุณแม่ท่านหนึ่งช่วยให้เป็นสื่อกลาง เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม จากเหตุการณ์ที่ลูกชายของเธอถูกรถกระบะชนจนได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยมีข้อความดังนี้

“แอดมินคะ ตอนนี้ยังตามตัวคนขับรถไม่ได้เลยคะ ทุกคนรู้ว่าเป็นอุบัติเหตุ น้องผิดที่วิ่งออกไป แต่ทุกคนเสียใจที่คุณป้าแกลงมาดูแล้วโกหกทุกคนว่าคนชนหนีไปแล้ว จำอะไรไม่ได้เช่นกันแล้วแกก็ขึ้นรถขับไปเลย แกน่าจะมีน้ำใจสักหน่อย ทางครอบครัวไม่ได้ให้แกมารับผิดชอบ แต่ทำไมแกต้องโกหกด้วย”

เมื่อพิจารณาภาพเหตุการณ์จากกล้องวงจรปิด ก็เห็นได้ว่ามันเป็นอุบัติเหตุ ซึ่งประเด็นตรงนี้ทางแม่เด็กก็เข้าใจ แต่ที่ติดใจก็คือ ทำไมผู้ขับรถคันดังกล่าวต้องโกหกว่า รถคันที่ชนขับหนีไปแล้ว (ทั้งๆ ที่ตัวเองเป็นคนขับรถชนเด็ก) ก่อนจะรีบขับรถออกไป ซึ่งถือว่าเป็นพฤติกรรมที่แสดงความใจจืดใจดำเป็นอย่างยิ่ง

ที่มา>>>ข่าวสด

 

31ชีวิตร้องไห้ระงม!! กระบะแซงทางโค้งชนโครมรถนักเรียน เด็กกระเด็นเกลื่อนบาดเจ็บ

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 8 ส.ค. ขณะที่ ร.ต.อ.สมพงษ์ ศรีครินทร์ พนักงานสอบสวนปฏิบัติหน้าที่ร้อยเวร สภ.เมืองเพชรบูรณ์ ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์กระบะชนรถนักเรียนทางหลวงแผ่นดินสาย 113 เพชรบูรณ์-พิจิตร ทางขึ้นเขารัง ห่างจากวัดวังชมพูไปประมาณ 1 กิโลเมตร ในเขตหมู่ที่ 12 ต.วังชมพู อ.เมืองเพชรบูรณ์ มีนักเรียนได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วยอาสาสมัครมูลนิธิร่มโพธิ์และกู้ชีพโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ ที่เกิดเหตุเป็นทางขึ้นเขารังเป็นทางโค้งชัน พบรถยนต์กระบะยี่ห้อ อีซูซุ ดีแม็คซ์ สีขาว หมายเลขทะเบียน บษ 9270 เพชรบูรณ์ และรถยนต์กระบะนิสสัน แค็ป สีน้ำเงิน ทะเบียน บท 6785 เพชรบูรณ์ ซึ่งดัดแปลงเป็นรถรับส่งนักเรียน ประสานงากันด้านหน้าได้รับความเสียหายทั้ง 2 คัน นอกจากนั้น ยังพบนักเรียนหลายสิบคนบาดเจ็บและร้องไห้ระงมด้วยความตกใจ จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ ส่วนคนขับรถทั้ง 2 คันได้รับบาดเจ็บจึงนำตัวส่งโรงพยาบาลเพชรบูรณ์เช่นเดียวกัน จากการสอบสวนนายปรีดา บุตรนอก อายุ 43 ปี อยู่หมู่ 12 ต.วังชมพู อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นคนขับรถนักเรียนคันดังกล่าว ให้การว่า ตนได้รับนักเรียนจากหมู่บ้านซึ่งอยู่บนเขารัง โดยเป็นนักเรียนระดับชั้นอนุบาล – ประถมฯ 6 จำนวน 31 คน เพื่อที่จะนำมาส่งที่โรงเรียนบ้านวังชมพู เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นทางโค้งขึ้น-ลงเขา โดยขณะที่ตนขับลงเนินมา ได้มีกระบะอีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน บษ 9270 เพชรบูรณ์ ขับขึ้นเขามา และแซงรถอีกคัน ทั้งๆ ที่เป็นทางโค้งชัน จึงทำให้แซงไม่พ้น ตนพยายามหักหลบ แต่ก็ไม่พ้นประสานงากันอย่างจัง ทำให้นักเรียนที่ตนรับมาได้รับบาดเจ็บหลายราย ซึ่งก็ยังโชคดีที่รถไม่พลิกคว่ำ ไม่เช่นนั้นอาจจะทำให้ตกเขาและเกิดความสูญเสียมากกว่านี้ ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ กล่าวว่า จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่าขณะที่รถรับ-ส่ง นักเรียนซึ่งขับโดยนายปรีดา บุตรนอก อายุ 43 ปี กำลังลงเนิน มีรถกระบะอีซูซุ ขับโดยนายสุรีย์ สีสังข์ อายุ 43 ปี  วิ่งแซงขึ้นเนินมา แต่แซงไม่พ้น เนื่องจากเป็นทางโค้งและมีความชัน จึงชนกันอย่างจัง ส่งผลให้มีนักเรียนได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก ส่วนคนขับรถกระบะอีซูซุ สีขาว ได้รับบาดเจ็บสาหัส แพทย์กำลังให้การรักษาอยู่ ยังไม่สามารถให้การได้ ส่วนคนขับรถรับส่งนักเรียนได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย อย่างไรก็ตามจะได้ทำการสอบสวนเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ระทึกที่พระประแดง! เฒ่าซิ่งกระบะชนจยย.แล้วหนี พลาดขับรถตกแม่น้ำดับอนาถ

เมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 11 ก.ค. ร.ต.อ.ปุญณวิศวก์ ชัยชาญบุญญะสิริ พนักงานสอบสวน สภ.สำโรงใต้ จ.สมุทรปราการ รับแจ้งเหตุรถยนต์ตกลงไปในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณท่าน้ำปู่เจ้าสมิงพราย อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ รุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ที่เกิดเหตุบริเวณท่าน้ำปู่เจ้าสมิงพราย ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ห่างจากฝั่ง 5 เมตร พบรถกระบะ อีซูซุ ดราก้อน สีเขียว ทะเบียน 3ท-9299 ชลบุรี หัวรถทิ่มลงไปในน้ำ มีเพียงส่วนท้ายกระบะที่โผล่ขึ้นมา โดยคนขับรถยังคงติดอยู่ภายใน เจ้าหน้าที่ต้องขอความช่วยเหลือจากชุดปฏิบัติการใต้น้ำ เพื่อค้นหาร่างผู้เสียชีวิต ใช้เวลา 30 นาที จึงค้นหาร่างผู้เสียชีวิตขึ้นมาได้

ทราบชื่อภายหลังคือนายวุฒิชัย วิปุลพงษ์ อายุ 76 ปี บ้านเลขที่ 60/1 ม.5 ต.เหมือง อ.เมือง จ.ชลบุรี สวมเสื้อคอปกสีแดงลายสก๊อต กางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน จากการสอบสวนทราบว่า รถกระบะดังกล่าวขับมาบนถนนปู่เจ้าสมิงพรายมุ่งหน้าท่าน้ำ แล้วเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟ 125 สีน้ำเงิน ทะเบียน 1กฎ 4027 กทม. จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ บริเวณแยกวัดสวนส้ม ต.สำโรงใต้ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ  ก่อนพยายามขับรถหลบหนีมุ่งหน้ามาทางท่าน้ำ คาดว่าผู้ตายคงไม่ชำนาญเส้นทาง กระทั่งมาตกลงไปในแม่น้ำเจ้าพะยาดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้น้ำผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรที่สถาบันนิติเวช ก่อนแจ้งญาติให้ทราบเพื่อดำเนินการต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

งัดร่างพ่อค้าแตงโมดับสยองคาซาก กระบะหลุดโค้งปราบเซียนชนเสาไฟแรงสูง

 เมื่อเวลา 07.30 น.วันที่ 21 มิ.ย. เจ้าหน้าที่วิทยุ สภ.สว่างอรมณ์ อ.สว่างอารมณ์ จ.อุทัยธานี ได้รับแจ้งทางโทรศัพท์ว่ามีรถกระบะ เสียหลักหลุดโค้งตกข้างทางชนเสาไฟฟ้าแรงสูง มีผู้เสียชีวิตคารถบริเวณถนนสว่างอามรณ์-คลองข่อย หมู่ 9 บ้านบึงคอกช้าง บ.คลองข่อย ต.ไผ่เขียว อ.สว่างอารมณ์ จ.อุทัยธานี หลังจากได้รับแจ้งจึงรายงานให้ ร้อยเวร สภ.สว่างอามรณ์ ไปตรวจสอบพร้อมด้วยกู้ภัยอุทัยธานีจุดสว่างอารมณ์ ที่เกิดเหตุพบ รถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ ทีเอฟอาร์ สีเทา หมายเลขทะเบียน บต 8889 อุทัยธานี ชนเสาไฟฟ้า สภาพด้านหน้ารถพังเสียหายยับเยิน กระจกหน้ารถแตก กระบะรถด้านหลังบรรทุกแตงโมไปจะไปขาย ตกหล่นกระจัดกระจาย พร้อมอุปกรณ์เหล็กที่ตั้งร้าน ร่ม ตกหล่น ส่วนหน้ารถอัดติดอยู่กับเสาไฟฟ้าแรงสูงข้างทาง มีผู้เสียชีวิต 1 รายติดอยู่ภายในรถ ทราบชื่อคือ นายทวีศักดิ์ คล้ายกมล อายุ 62 ปี 100/3 ม.2 ต.ไผ่เขียว อ.สว่างอารมณ์ จ.อุทัยธานี เจ้าหน้าที่กู้ภัยต่างช่วยกันนำศพผู้ตายออกมาจากรถกระบะคันดังกล่าว
จากการสอบถามญาติผู้ตายทราบว่าผู้ตายนั้นมีอาชีพค้าขาย ในช่วงเช้าผู้ตายจะขับรถตระเวนไปขายของตามที่ต่างๆ ในช่วงที่เกิดเหตุนั้นบริเวณนั้นเป็นทางโค้งมาก ซึ่งชาวบ้านจะเรียกว่าโค้งบึงคอกช้าง เป็นโค้งปราบเซียน ซึ่งถนนนั่นแคบและโค้งหักศอก ผู้ตายคงจะมาด้วยความเร็วสูง ทำให้หลุดโค้งชนเสาไฟฟ้าเสียชีวิตดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

พบแล้วคุณยาย-ชาวบ้านเข้าดงเก็บเห็ดถอบ เดินโซเซหลงป่าอุทยานฯแม่วะ

 เมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 13 มิ.ย. เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแม่วะ อ.เถิน จ.ลำปาง นำรถกระบะเข้าไปรับกลุ่มชาวบ้านบริเวณชายป่าบ้านวังหิน ต.เถินบุรี อ.เถิน หลังกลุ่มชาวบ้าน บ้านเชตะวัน  ต.หัวทุ่ง อ.ลอง จ.แพร่ และชาวบ้าน อ.วังชิ้น จ.แพร่ ทั้งหมด 7 คน เป็นชาย 3 คน หญิง 4 คน เข้าไปหาเห็ดถอบแล้วหลงป่า ตั้งแต่วันที่ 12 มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งทั้งหมดมีอายุระหว่าง 60-70 ปี รวมถึงคุณยายวัย 63 ปี ที่ป่วยเป็นลม จนต้องช่วยกันพยุงลงจากภูเขา และด้วยเส้นทางตรงเป็นเนินเขาสูงชัน ไม่สามารถลงมาได้จึงต้องเดินอ้อมภูเขาเป็นระยะทางที่ไกลกว่าเดิม ทำให้เจ้าหน้าที่ที่อยู่ด้านล่างต้องจุดประทัด ยิงปืน เปิดไซเลนท์เพื่อบอกตำแหน่งในการเดินทางลงมาด้านล่าง เนื่องจากสภาพอากาศที่มืดจึงทำให้ต้องเดินเท้าลงมาใช้เวลากว่า 14 ชั่วโมง

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ที่ผ่านมา นายเดชอนันต์ คำสวน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแม่วะ ได้รับแจ้งจากพระสุวิทย์ ปัญญาธโร เจ้าสำนักปฏิบัติธรรมทุ่งดอยธรรม บ้านหนองซาง ม.7 ต.เถินบุรี   อ.เถิน จ.ลำปาง และชาวบ้านว่า มีคนเข้าไปหาเห็ดถอบในอุทยานฯแล้วเดินทางหลงป่า ไม่สามารถเดินทางออกมาจากป่าได้ นายเดชอนันต์จึงประชุมวางแผนจัดกำลังเจ้าหน้าที่ของอุทยาน 15 นาย ก่อนจะให้กำลังเดินเข้าป่าเพื่อเข้าไปช่วยเหลือ


พระสุวิทย์ กล่าวว่า ชาวบ้านดังกล่าว นำรถยนต์มาจอดไว้ที่สำนักปฏิบัติธรรม ก่อนที่พากันเดินทางเข้าป่า เพื่อหาเห็ดถอบหรือเห็ดเผาะจนกระทั่งช่วงเย็นชาวบ้านก็ยังไม่กลับลงมา จึงได้โทร.แจ้งเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแม่วะทราบ

ต่อมานายเดชอนันต์ โทรศัพท์ติดต่อกับกลุ่มชาวบ้านที่เข้าไปในป่าท่ามกลางความมืด ซึ่งยังสามารถติดต่อสื่อสารทางโทรศัพท์ได้ จึงทราบว่าชาวบ้านหลงป่าแต่ยังมีเสบียงอาหารอยู่ แต่ไม่ทราบว่าอยู่จุดไหนของป่า เนื่องจากไม่ใช่คนพื้นที่ ทางเจ้าหน้าที่จึงให้สุมไฟเพื่อให้เกิดควันจะได้สามารถมองเห็นได้ และติดต่อกันทางโทรศัพท์ตลอดทาง โดยเจ้าหน้าที่ 15 นาย นำน้ำพร้อมอาหารเดินเท้าเข้าป่าท่ามกลางความมืด เพื่อเข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านกลุ่มดังกล่าวออกมาจากป่าโดยปลอดภัย ซึ่งแต่ละคนเป็นผู้สูงอายุมีอาการอ่อนเพลีย และบางคนหน้ามืด ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนจะส่งทุกคนกลับบ้านที่ จ.แพร่ อย่างปลอดภัย

กลุ่มชาวบ้านที่หลงป่า เปิดเผยว่า ป่าอุทยานฯแห่งนี้เคยพากันมาหาเห็ดถอบแล้วครั้งหนึ่ง และเพิ่งมาครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 พากันเข้าป่าหาเห็ดถอบ จนกระทั่งตอนบ่ายเก็บเห็ดเสร็จก็พากันเดินออกจากป่า แต่คุณยายอีกคนป่วยนอนอยู่ริมทาง จึงต้องช่วยกันดูแลและพยายามช่วยประคองกันลงมา จนกระทั่งหลงทาง จึงลงมาไม่ได้จึงโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจากพระที่สถานปฏิบัติธรรม และแจ้งเจ้าหน้าที่อุทยานฯเข้ามาช่วยเหลือดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

ตชด.ขับกระบะ เสียหลักพุ่งชนต้นไม้พังยับ-ดับคารถ

วันที่ 11 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 10 มิ.ย. ร.ต.อ.สมชาย ซุ้นซิ่ม รอง สว.(สอบสวน) สภ.สะบ้าย้อย อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุมีรถยนต์กระบะชนต้นไม้ริมถนนสายเทพา-สะบ้าย้อย อ.สะบ้าย้อย มีผู้เสียชีวิตติดอยู่ในซากรถ   รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถยนต์กระบะโตโยต้า ไฮลักซ์ แค็ป สีขาว ทะเบียน บท 5851 อุทัยธานี พุ่งชนกับต้นไม้ริมถนน สภาพด้านหน้ารถพังยับเยิน ภายในรถพบศพ จ.ส.ต.มานะ หมั่นเจียก อายุ 37 ปี ตชด.ประจำกองร้อย 437 อ.สะเดา สภาพนอนฟุบคาพวงมาลัยรถเสียชีวิตคาที่

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ขณะเกิดเหตุผู้ตายกำลังขับรถกระบะมาด้วยความเร็ว จากพื้นที่ ต.ลำไพล เพื่อมุ่งหน้าไป อ.สะบ้าย้อย ถึงที่เกิดเหตุ รถเกิดเสียหลักพุ่งชนต้นไม้ริมถนนอย่างรุนแรง จนเป็นเหตุทำให้ จ.ส.ต.มานะ เสียชีวิตคาที่ ส่วนสาเหตุคาดว่าผู้ตายอาจพักผ่อนไม่พอเป็นเหตุให้ขับรถหลับในพุ่งชนต้นไม้เสียชีวิต

ที่มา>>>ข่าวสด

รถชนซ้อน 4 คันเต็มแรง คนขับกระบะเชื่อ! ปาฏิหาริย์ลูกเทพ ช่วยชีวิต

ปาฏิหาริย์ตุ๊กตาลูกเทพ 10 ตัว! เก๋งชนกระบะเสียหลักก่อนจะมีแท็กซี่อีก 2 คันพุ่งชนซ้ำ บนถนนขาเข้าชลบุรี หมู่ 3 ต.เขาดิน อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ผู้ขับขี่กระบะ เผย โชคดีออกจากรถก่อนโดนชนซ้ำ เชื่อลูกเทพที่เมียอุ้มช่วยชีวิต…

เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 9 พฤษภาคม 2559 พ.ต.ท.พีรพัฒน์ ศิริวรไชยกุล รองผกก.(สอบสวน) ส.ท.ล.1 กก 8 กองบังคับการตำรวจทางหลวงมอเตอร์เวย์ จุดพักรถเขาดิน พร้อมหน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา ตรวจสอบเหตุรถชนกัน บนถนนมอเตอร์เวย์ กม.51+600 ขาเข้าชลบุรี หมู่ 3 ต.เขาดิน อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา พบรถเก๋ง ฮอนด้า ซีวิค สีบรอนซ์ ทะเบียน ชพ 565 กรุงเทพมหานคร สภาพพังเสียหายทั้งคันจอดขวางกลางถนน มีนายธรรมภณ เฉลยธิติกาย อายุ 24 ปี เป็นคนขับ ใกล้กันพบ รถกระบะ โตโยต้า ดีโฟร์ดี สีน้ำเงิน ทะเบียน บธ 5811 พระนครศรีอยุธยา สภาพด้านหน้าพังเสียหาย ภายในรถพบตุ๊กตาลูกเทพจำนวนมาก มีนายจำเนียร สุขเจริญ อายุ 45 ปี เป็นคนขับ ส่วนนางวรพัถสิยา กองนาพา อายุ 46 ปี ภรรยาที่นั่งมาด้วยได้รับบาดเจ็บรถเก๋ง ฮอนด้า ซีวิค สีบรอนซ์ สภาพพังเสียหายทั้งคันจอดขวางกลางถนน

ขณะที่ รถแท็กซี่โตโยต้า อัลติส สีเหลือง-เขียว ทะเบียน มฎ 9716 กรุงเทพมหานคร สภาพด้านหน้าพังเสียหาย มีนายพัชรินทร์ อุปสัย อายุ 33 ปี เป็นคนขับ และมีผู้โดยสารที่นั่งมาในรถอีก 3 คน ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด รถแท็กซี่ โตโยต้า อัสติส สีเหลือง-เขียว ทะเบียน มจ 1828 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ไหล่ทาง ด้านหน้าพังเสียหายมี นายสมาน จันทร์เพ็ญ อายุ 60 ปี เป็นคนขับ เจ้าหน้าที่นำผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 5 คนส่งโรงพยาบาลบางปะกงกระบะ โตโยต้า ดีโฟร์ดี สภาพด้านหน้าพังเสียหาย จอดนิ่งสนิทอยู่ใกล้ๆ กับรถเก๋ง

สอบสวนนายจำเนียร ให้การว่าขณะกำลังเดินทางไปช่วยงานที่จังหวัดระยอง โดยมีภรรยานั่งมาพร้อมตุ๊กตาลูกเทพประมาณ 10 ตัว นั่งมาในรถและบางส่วนภรรยาก็นำมานั่งบนตัก พอถึงจุดเกิดเหตุจู่ๆ ก็มีรถเก๋งของนายธรรมภณ ขับเข้ามาชนด้านหน้าฝั่งขวาเต็มแรงทำให้รถทั้งสองคนเสียหลัก ไปชนแท่งปูนเกาะกลางถนน ซึ่งภรรยาได้รับบาดเจ็บติดอยู่ในรถ ซึ่งมีพลเมืองดีที่ขับรถตามมาช่วยกันนำตัวออกจากรถได้ไม่นานก็มีรถแท็กซี่ของนายพัชรินทร์ขับมาเลนขวาโดยความเร็วชนรถทั้งสองคันซ้ำเต็มแรง และก็มีรถแท็กซี่ของนายสมานมาชนรถเก๋งที่กระเด็นอยู่กลางถนนซ้ำ รวมทั้งหมดสี่คันตุ๊กตาลูกเทพช่วยชีวิตภรรยา โดยมารับแรงกระแทกตอนชนทำให้คนในรถ หนีออกมาจากรถได้

นายจำเนียร เผยว่า โชคดีที่ตุ๊กตาลูกเทพช่วยชีวิตภรรยาไว้เนื่องจากรับแรงกระแทก อีกทั้งเชื่อในความศักดิ์สิทธิ์ของตุ๊กตาลูกเทพ เนื่องจากช่วยให้ทั้งสองคนออกจากรถก่อนที่จะมีรถมาชนซ้ำ ไม่เช่นนั้นอาจจะเสียชีวิตทั้งคู่

ด้านนายธรรมภณ ให้การว่าตนเพิ่งเลิกงานมากำลังจะกลับที่พักที่ชลบุรี ระหว่างทางเกิดหลับในจึงไปชนรถกระบะก่อนจะมีอุบัติเหตุซ้ำซ้อนตามมา

ที่มา>>>Thairath