Kaidee เปิดข้อมูลการซื้อ-ขายของมือสองของคนไทยปี 2559

Kaidee เปิดข้อมูลการซื้อ-ขายของมือสองของคนไทยปี 2559Kaidee (ขายดี) แหล่งซื้อ-ขายของมือสองออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เผยผลการดำเนินงานในปี 2559 มีของขายได้ที่ Kaidee ในปี 2559 มากกว่า 2,000,000 ชิ้น รวมมูลค่ากว่า 80,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ถึง 54% พร้อมคาดการณ์การเติบโตของตลาดซื้อ-ขายของมือสองปีนี้เป็นเท่าตัว เพราะคนไทยตื่นตัวเห็นคุณค่าของการส่งต่อของไม่ได้ใช้มากขึ้นเป็นประวัติการณ์ นายทิวา ยอร์ค ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร/เฮดโค้ช แห่ง Kaidee เผยถึงผลการดำเนินงานในปี 2559 ที่ผ่านมาว่า “Kaidee เติบโตมากขึ้นในปีที่ผ่าน คนไทยหันมาให้ความสนใจตลาดซื้อ-ขายของมือสองมากขึ้น มีของขายได้กว่า 2,000,000 ชิ้น รวมมูลค่ากว่า 8 หมื่นล้านบาท โดยที่ 40% ของสินค้าที่ลงขายนี้ขายได้ภายใน 3 วัน เฉลี่ยแล้วในทุกๆ 17 วินาทีมีของขายได้ที่ Kaidee 1 ชิ้น และ 5 หมวดที่ตลาดคึกคักมากที่สุดคือ รถยนต์ โทรศัพท์มือถือ เสื้อผ้าผู้หญิง มอเตอร์ไซค์ และพระเหรียญ ตามลำดับ” 

“ตลาดที่คึกคักที่สุดใน Kaidee นั้นคือ ตลาดซื้อ-ขายรถยนต์มือสอง โดยเฉลี่ยแต่ละเดือนนั้นมีรถมือสองขายได้ที่ Kaidee กว่า 14,000 คัน มูลค่าเดือนละกว่า 4,000 ล้านบาท ราคาเฉลี่ยของรถยนต์ที่ขายได้นั้นอยู่ที่คันละ 260,000 บาท และเฉลี่ยทุกๆ 3 นาทีมีรถมือสองขายได้ที่นี่ 1 คัน” นายทิวา เผยถึงสถิติตลาดซื้อ-ขายรถมือสองของ Kaidee ในปีที่ผ่านมา “ดังนั้น จะเห็นได้ว่าตลาดรถมือสองของเรานั้นคึกคักมาก เป็นแหล่งที่มีรถมือสองให้คุณเลือกมากที่สุดในประเทศไทย โดยในแต่ละวันนั้นจะมีประกาศรถมือสองออนไลน์อยู่ในแพลตฟอร์มของเรามากกว่า 80,000 คัน มีผู้ใช้งานหมวดรถมือสองโดยเฉพาะกว่า 210,000 ครั้งต่อวัน”


“สำหรับชาวหนองบัวลำภู ” สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ หนองบัวลำภู ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO หนองบัวลำภู ด้วยทีมงานมืออาชีพ‎

หนุ่มสาวเขียนจม.ลาตาย ก่อนโดดทะเล แต่แม่ไม่เชื่อฆ่าตัว ชี้เพิ่งถูกขู่ฆ่า

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 22.30 น.วันที่ 1 กุมภาพันธ์  ตำรวจได้รับแจ้งจากชาวประมงบ้านสามเสียบ ม.5 ต.นาชะอัง อ.เมือง จ.ชุมพร ว่า มีรถยนต์เก๋งถูกจอดทิ้งไว้บนสะพานปลา ตั้งแต่เมื่อคืน จนมาถึงขนาดนี้ ยังไม่พบเจ้าของมาขยับแต่อย่างใด จึงรุดไปตรวจสอบ

พบรถยนต์คันดังกล่าว ยี่ห้อโตโยต้า สีดำ รุ่นวีออส ทะเบียน กง 6533 ชุมพร จอดอยู่บนสะพานปลาในสภาพด้านหน้าหันลงทะเล จอดจนเกือบตกสะพาน

ภายในรถพบบริเวณที่ดึงเบรกมือใกล้เกียร์กระเป๋าสตางค์ สีดำ แบบพับครึ่ง เปิดอ้าออกพอเห็นเอกสารเป็นบัตรประชาชน ระบุชื่อคือนายวุฒิชัย เนียมมาลา อายุ 32 ปี ส่วนบริเวณเบาะหลังพบกางเกงยีนส์ กระเป๋าหนังแบบสะพาย 2 ใบ กระเป๋าผู้หญิง 1 ใบ กระดาษสลิปเงินธนาคาร สมุด ใบมีดโกน กระดาษกาวสีน้ำดาษ รองเท้าผ้าใบสีขาว และสิ่งของอื่นๆอีกจำนวนหนึ่งนอกจากนี้ยังพบจดหมายลาตาย เขียนตัดพ้อเรื่อวความรักไม่สมหวัง และขอโทษญาติพี่น้องทุกคน และขอให้ทำศพเผาด้วยกัน ลงชื่อ กรและน้ำ

 อย่างไรก็ตาม จากการสอบสวนนางธรรมนูญ เนียมมาลา แม่ของนายวุฒิชัย หรือกร ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุลูกชายขับรถออกไปกับ น.ส.จริญา หรือน้ำ รอดสาย อายุ 26 ปี ซึ่งเพิ่งหย่ากับสามีเมื่อวันที่ 30 ม.ค.ที่ผ่านมา

ต่อมาวันที่ 31 ม.ค.  มีผู้ชายได้โทรศัพท์มาหาตน ขู่ว่าหากพบนายวุฒิชัยและน.ส.จริญาที่ไหนจะฆ่ให้ตายทั้ง 2 คน กระทั่งมีชาวประมงไปพบรถจอดทิ้งไว้ที่สะพานท่าเทียบเรือประมง

นางธรรมนูญกล่าวว่า ส่วนจดหมายลาตายที่พบในรถนั้น ไม่เชื่อว่าเป็นลายมือลูกชาย และไม่คิดว่าลูกชายกับน.ส.จริญาจะคิดสั้นอย่างนั้น เรื่องนี้น่าจะมีเงื่อนงำ หรือไม่ก็อาจถูกอุ้มไปฆ่าที่อื่น

ขณะที่ตำรวจยกรถเก๋งคันดังกล่าวไปเก็บรักษาไว้ที่ สภ.เมืองชุมพร เพื่อรอให้ฝ่ายพิสูจน์หลักฐานไปเก็บลายนิ้วมือแฝง รวมทั้งประสานเจ้าหน้าที่ออกค้นหาในทะเลว่ามีศพจริงหรือไม่

ขอบคุณคลิปจาก หลักเมือง ฉันรักชุมพร#CharmingChumphon

ปลื้มปีติ รถของ ‘ในหลวง’ หนึ่งเดียวในเชียงใหม่ทะเบียน ก-9999 ระบุพระนามเป็นผู้ถือครองสิทธิ์

ชาวเชียงใหม่ปลื้มปีติ พระราชพาหนะในหลวงรัชกาลที่ 9 จดทะเบียนที่จังหวัดเชียงใหม่ ก-9999 เมื่อ 5 ก.พ.2525 เทียบปัจจุบันเป็น กก-9999 ระบุพระนามเป็นผู้ถือครองสิทธิ์ ยังคงชำระภาษีปกติจนถึง 5 ก.พ.60 ขณะนี้รถจอดโครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี201611191021008-20021028190509เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 19 พ.ย. นายชาญชัย กีฬาแปง ขนส่งเชียงใหม่ เปิดเผยว่า หลังจากการสืบค้นของเจ้าหน้าที่ขนส่งเชียงใหม่ และทราบว่าพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้นำรถยนต์พระราชพาหนะ จดทะเบียนที่จังหวัดเชียงใหม่เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2525 หมวด ก-9999 เชียงใหม่ เป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่ง (รย 1) เป็นรถสองตอน ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ซึ่งปัจจุบันได้เทียบหมวดอักษรใหม่ เป็น กก-9999 ซึ่งรถยนต์คนดังกล่าวได้ชำภาษีเรื่อยมาจนถึงล่าสุดจะสิ้นสุดในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 นี้ เป็นระยะเวลา 34 ปี201611191021003-20021028190509-copyนายชาญชัย กล่าวต่อว่า ที่นำความปลาบปลื้มใจมาให้กับชาวขนส่งเชียงใหม่ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ เพราะรถยนต์คันดังกล่าวเป็นพระราชพาหนะเพียงคันเดียว ที่ระบุพระนามชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์รถ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ที่อยู่พระตำหนักสวนจิตรลดา ถ.พระราม 5 แขวงสวนจิตรลดา เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นพระราชพาหนะเพียงคันเดียวที่ได้จดทะเบียนไว้ที่จังหวัดเชียงใหม่ ใช้ในพระราชกรณียกิจเสด็จพระราชดำเนินในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่201611191021009-20021028190509แต่ล่าสุดทราบว่า พระราชพาหนะคันนี้ถูกนำไปอยู่ที่โครงการชั่งหัวมัน ตามพระราชดำริ อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง และนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้เป็นอย่างมากของชาวขนส่งเชียงใหม่ ที่พระองค์ท่านจดทะเบียนรถที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งขณะนี้ต้นขั้วรายชื่อเจ้าของรถได้ถูกจัดเก็บไว้เป็นอย่างดี ซึ่งจากใบแรกเต็มพื้นที่ก็ได้เพิ่มเป็นใบที่สอง ซึ่งทางสำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ ได้จัดทำนิทรรศการเพื่อเทิดพระเกียรติในหลวงรัชกาล9 ไว้ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับโครงการต่างๆ ในจังหวัดเชียงใหม่201611191021005-20021028190509201611191021002-20021028190509201611191021006-20021028190509

ที่มา>>>ข่าวสด

กระบะซิ่งเห็นเงาไกลๆ นึกว่าสุนัข เบรกไม่อยู่ชนเปรี้ยงชายร่างแหลก-ทะเบียนกระเด็น!!

เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 16 ส.ค. ร.ต.ท.จตุพล เทสินทโชติ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองอ่างทอง จ.อ่างทอง รับแจ้งเหตุ พบศพผู้เสียชีวิต บนถนนสายเอเชีย (ขาขึ้นนครสวรรค์) ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 55-56 หมู่ที่ 6 ต.ตลาดกรวด อ.เมืองอ่างทอง จ.อ่างทอง หลังรับแจ้ง จึงรุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลอ่างทอง และเจ้าหน้าที่สมาคมนักวิทยุสมัครเล่นกู้ภัยจังหวัดอ่างทอง เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบศพผู้เสียชีวิตเป็นชาย ไม่ทราบชื่อ ที่อยู่ และอายุ อยู่บริเวณเลนขวาสุดของถนน ในสภาพร่างกายถูกทับจนแหลกเหลว ชิ้นส่วนกระจัดกระจายเต็มถนน ตรวจสอบไม่มีหลักฐานระบุว่าผู้เสียชีวิตเป็นใครมาจากไหน และมาเสียชีวิตอยู่บนถนนได้อย่างไร แต่ในที่เกิดเหตุพบป้ายทะเบียนรถยนต์ระบุหมายเลขทะเบียน บน-5255 พระนครศรีอยุธยา ตกอยู่ใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุ 1 แผ่น จึงได้ทำการเก็บไว้ตรวจสอบ ซึ่งในเวลาต่อมา นายสำเริง ภาสดา อายุ 43 ปี อยู่หมู่ 8 ต.ม่วงงาม อ.เสาไห้ จ.สระบุรี ได้ขับรถกระบะยี่ห้อนิสสัน ฟรอนเทียร์ สีเทา หมายเลขทะเบียน บน-5255 พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเลขทะเบียนตรงกับที่พบในที่เกิดเหตุ ไปแจ้งความยัง สภ.ไชโย จ.อ่างทอง ว่าตนเองได้เป็นคนขับรถชนชายคนดังกล่าวเสียชีวิตโดยไม่ตั้งใจ จากการสอบถามนายสำเริง กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้ขับรถออกจากบ้านมา พร้อมกับภรรยา เพื่อจะไปขายของที่ตลาดแห่งหนึ่งใน อ.ไชโย เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นจุดที่มืด ตนขับรถมาแล้วต้องตกใจเมื่อข้างหน้าเห็นชายคนดังกล่าวนั่งทำท่าเหมือนเก็บของอยู่ตรงจุดเกิดเหตุ ซึ่งตอนแรกนั้น เห็นไกลๆ เข้าใจว่าเป็นสุนัข แต่ตนขับรถมาด้วยความเร็วประกอบกับมาเห็นในระยะกระชั้นชิดแล้ว จึงทำให้เบรกไม่ทัน พุ่งชนชายคนดังกล่าวจนเสียชีวิต ซึ่งหลังเกิดเหตุ ตนก็ไดขับรถมายัง สภ.ไชโย เพื่อแจ้งให้ตำรวจทราบ

ด้าน ร.ต.ท.จตุพล กล่าวว่า ตนได้รับการประสานจาก สภ.ไชโย ว่ามีเหตุคนถูกรถชนเสียชีวิตในเขต อ.เมือง จ.อ่างทอง ตนจึงได้เดินทางมาตรวจสอบในที่เกิดเหตุ ทราบว่าผู้ตายเป็นผู้ชาย ไม่ทราบอายุ และไม่ทราบว่าเป็นใครมาจากไหน เบื้องต้นคาดว่า ชายคนดังกล่าวอาจะเป็นชายเรร่อน ก่อนเกิดเหตุ อาจเดินไปมาหรือก้มเก็บอะไรบนถนน โดยที่ไม่ได้ทันมองว่ามีรถขับมา จึงทำให้ถูกรถชนดังกล่าว อย่างไรก็ตามจะได้ทำการสอบสวนเพื่อหาว่าผู้ตายเป็นใครมาจากไหน และสอบสวนนายสำเริงเพื่อดำเนินคดีต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

สุรินทร์อ่วม เจอฝนถล่มกว่าชั่วโมง หลายอำเภอจมบาดาล

วันที่ 5 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่เวลาประมาณ 18.00 น. เป็นต้นมา ได้มีฝนตกลงมาอย่างหนัก ต่อเนื่องยาวนานร่วมชั่วโมง ทำให้เกิดน้ำท่วมสูงในหลายพื้นที่ของ จ.สุรินทร์ โดยเฉพาะในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ ปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องและมีน้ำจากพื้นที่อื่นไหลมาสมทบ ทำให้เกิดน้ำท่วมอย่างหนัก บางแห่งระดับน้ำสูงเกือบ 1 เมตร ชาวบ้านต้องเร่งเก็บข้าวของขึ้นที่สูง บางพื้นที่เก็บไม่ทันถูกน้ำไหลเข้าท่วมบ้านทรัพย์สินได้รับความเสียหายขณะที่สภาพการสัญจรในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์เป็นไปด้วยความลำบาก เพราะถนนหลายสายมีปริมาณน้ำท่วมสูง กว่า 50 ซม. โดยเฉพาะย่านบริเวณถนนหลักเมืองตลอดสาย ตั้งแต่บริเวณด้านหน้า สภ.เมืองสุรินทร์ ทำให้รถยนต์ รถจักรยานยนต์ จมน้ำเสียหายไปหลายคัน และย่านตลาดสดเทศบาลเมืองสุรินทร์ถูกน้ำท่วม และศูนย์การค้า ทั้งห้างบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ แม็คโคร เทสโก้ โลตัส ถนนทางเข้าห้างถูกน้ำท่วมสูงกว่า 50 ซม. และหมู่บ้านจัดสรรหลายแห่งกว่า 10 หมู่บ้าน รอบตัวเมืองสุรินทร์ ถูกน้ำไหลเข้าบ้านเรือนประชาชนได้รับความเดือดร้อน และบางพื้นที่ไฟฟ้าดับทั้งหมู่บ้านส่วนที่ อ.สังขะ อ.ศีขรภูมิ และหลายอำเภอ ได้เกิดน้ำท่วมทั่วพื้นที่เขตในตัวอำเภอ ระดับสูงกว่า 50 ซม. ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเช่นกัน และถนนบางสายถูกปิดการจราจรเพื่อเร่งสูบน้ำระบายออก พร้อมประกาศแจ้งเตือนผู้ที่ขับขี่รถต้องใช้ความระมัดเป็นอย่างมากเพราะกระแสน้ำไหลแรง

ที่มา>>>ข่าวสด

ระทึกที่พระประแดง! เฒ่าซิ่งกระบะชนจยย.แล้วหนี พลาดขับรถตกแม่น้ำดับอนาถ

เมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 11 ก.ค. ร.ต.อ.ปุญณวิศวก์ ชัยชาญบุญญะสิริ พนักงานสอบสวน สภ.สำโรงใต้ จ.สมุทรปราการ รับแจ้งเหตุรถยนต์ตกลงไปในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณท่าน้ำปู่เจ้าสมิงพราย อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ รุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ที่เกิดเหตุบริเวณท่าน้ำปู่เจ้าสมิงพราย ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ห่างจากฝั่ง 5 เมตร พบรถกระบะ อีซูซุ ดราก้อน สีเขียว ทะเบียน 3ท-9299 ชลบุรี หัวรถทิ่มลงไปในน้ำ มีเพียงส่วนท้ายกระบะที่โผล่ขึ้นมา โดยคนขับรถยังคงติดอยู่ภายใน เจ้าหน้าที่ต้องขอความช่วยเหลือจากชุดปฏิบัติการใต้น้ำ เพื่อค้นหาร่างผู้เสียชีวิต ใช้เวลา 30 นาที จึงค้นหาร่างผู้เสียชีวิตขึ้นมาได้

ทราบชื่อภายหลังคือนายวุฒิชัย วิปุลพงษ์ อายุ 76 ปี บ้านเลขที่ 60/1 ม.5 ต.เหมือง อ.เมือง จ.ชลบุรี สวมเสื้อคอปกสีแดงลายสก๊อต กางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน จากการสอบสวนทราบว่า รถกระบะดังกล่าวขับมาบนถนนปู่เจ้าสมิงพรายมุ่งหน้าท่าน้ำ แล้วเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟ 125 สีน้ำเงิน ทะเบียน 1กฎ 4027 กทม. จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ บริเวณแยกวัดสวนส้ม ต.สำโรงใต้ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ  ก่อนพยายามขับรถหลบหนีมุ่งหน้ามาทางท่าน้ำ คาดว่าผู้ตายคงไม่ชำนาญเส้นทาง กระทั่งมาตกลงไปในแม่น้ำเจ้าพะยาดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้น้ำผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรที่สถาบันนิติเวช ก่อนแจ้งญาติให้ทราบเพื่อดำเนินการต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

รวบรองผอ.แบงค์ขับรถส่งยาไอซ์ครึ่งก.ก. ตร.รวบคาเก๋งขณะรับของกลางริมโขง

 เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. เจ้าหน้าที่ทหารพราน อำนวยการโดย พ.อ.นิสิต สมานมิตร ผบ.ฉก.กรม ทพ.21 จังหวัดเลย สั่งการให้ ร.อ.สำรวย สร้อยจักร ผบ.ร้อย ทพ.2106 อ.ปากชม จ.เลย พร้อมด้วย พ.ต.ต.วิบูลย์ นนทะแสง สว.สส.สภ.ปากชม ตชด.2412 นำกำลังออกตรวจพื้นที่บริเวณถนนสาย อ.ปากชม อ.สังคม จ.หนองคาย พื้นที่บ้านโนนสวรรค์ หมู่ 8 ต.ห้วยพิชัย อ.ปากชม ขณะที่ตรวจไปพื้นที่บ้านโนนสวรรค์ หมู่ 8 ต.ห้วยพิชัย พบรถยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า ซีวิค สีน้ำตาลทะเบียน 3 กฬ2860 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ริมถนนสายริมโขงลักษณะต้องสงสัย คนขับรถยนต์เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ขึ้นรถพยายามขับหลบหนี ทางเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวไว้ได้ ทราบชื่อนายกมล หงษ์สุวงค์ อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 100/370 หมู่1 ต.คลองหลวงแพ่ง อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา  จากการตรวจค้นภายในรถ พบห่อพลาสติกสีดำวางอยู่บนเบาะหลังรถ เมื่อเปิดออกดูพบเป็นยาไอซ์หนักครึ่งกิโลกรัม และพบบัตรพนักงานของนายกมล หงษ์สุวงค์ ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการแผนกไอที ธนาคารยูโอบี สำนักงานใหญ่ ชุดจับกุมจึงควบคุมตัวพร้อมของกลางมาสอบสวนที่กองร้อยทหารพรานที่ 2106 อ.ปากชม จากการสอบสวนนายกมล รับสารภาพว่า ตนเองทำงานอยู่ที่ธนาคารยูโอบี เป็นรองผอ.แผนกไอที ไปทำธุระที่จังหวัดหนองคาย ขากลับคนรู้จักวานให้มารับยาไอซ์ที่อ.ปากชมไปส่งที่กรุงเทพ โดยไม่ได้ค่าจ้าง ทำเป็นครั้งแรก แต่ทางทางเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่านายกมลมีภรรยาเป็นคนลาว เข้าออกประเทศลาวทางด่าน จ.หนองคาย อยู่เป็นประจำ และมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด นำตัวพร้อมของกลางส่ง พงส.สภ.ปากชม ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ต่อมา ร.อ.สำรวย สร้อยจักร ผบ.ร้อย ทพ.2106 นำตัวนายกลม มาสอบสวนและทำการขยายผล โดยนายกมลรับสารภาพว่า ยาไอซ์เป็นของนายสุนันท์ บุตนันท์ อายุ 52 ปี อยู่ที่ 138 หมู่ 3 ต.หาดคัมภียร์ อ.ปาชม จ.เลย ซึ่งรู้จักกับภรรยาชาวลาวของตน แต่ตนเองไม่รู้จักและไม่เคยเห็นหน้า ให้ตนมารับยาไอซ์ไปส่งกรุงเทพ โดยนัดหมายส่งกันที่ริมโขงถนนสาย อ.ปากชม อ.สังคม พื้นที่ บ้านโนนสวรรค์ หมู่ 8 ต.ห้วยพิชัย โดยจะประสานงานกันทางโทรศัพท์เท่านั้น รับยาไอซ์แล้วกำลังเดินทางกลับเส้นทางอ.เชียงคาน มุ่งหน้า จ.เพชรบูรณ์ กลับกรุงเทพ แต่มาโดนจับเสียก่อน

จากนั้น เจ้าหน้าที่ได้ไปยังที่บ้านเลขที่ 138 หมู่ 3 ต.หาดคัมภีร์ อ.ปาชม จ.เลย ซึ่งเป็นบ้านของนายสุนันท์ปรากฏว่าไม่พบตัว พบแต่ภรรยาและลูกสะใภ้ของนายสุนันท์ ให้การว่า นายสุนันท์ไปทำไร่ตั้งแต่เมื่อวานตอนเย็น จนถึงเช้านี้ยังไม่ได้กลับมาบ้านเลย และไม่ทราบเรื่องใดๆ ทั้งสิ้น เจ้าหน้าที่จึงได้ประสานไปยัง พงส.สภ.ปากชม เพื่อขอออกหมายเรียกตัวนายสุนันท์ เพื่อมาสอบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่

ที่มา>>>ข่าวสด

สลด!สองพี่น้องซิ่งจยย.ซ้อน 3 พุ่งอัดก๊อปปี้เก๋งล้อชี้ฟ้า ด.ญ.12 ดับคาที่ สยองบายพาสปักธงชัย

 เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. ร.ต.อ.อนุวัฒน์ รัตนจีนะ ร้อยเวรสอบสวน สถานีตำรวจภูธรโพธิ์กลาง รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เสียหลักพุ่งชนกลางรถยนต์ เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต เหตุเกิดบนถนนบายพาสสามแยกปักธงชัย-จอหอ ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 2 ขาออกนครราชสีมา ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา หลังรับแจ้งจึงรีบรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วยอาสาสมัครหน่วยกู้ภัย ฮุก 31 และรถพยาบาลโรงพยาบาลกรุงเทพราชสีมา ที่เกิดเหตุอยู่ทางคู่ขนาน ซึ่งเป็นเลนที่ให้รถวิ่งสวนทางกันได้ บริเวณกลางถนนพบรถยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า แจ๊ส สีดำ หมายเลขทะเบียน กต1131 นครศรีธรรมราช สภาพจอดขวางอยู่กลางถนน โดยที่ด้านขวาฝั่งคนขับ มีรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีฟ้า เทา หมายเลขทะเบียน ขกง603 ชัยภูมิ พุ่งชนอย่างแรง จนรถจักรยานยนต์เสียบติดคากับรถยนต์ ล้อด้านหลังชี้ฟ้า และยังพบศพด.ญ.วิลาวรรณ น้ำเต้าทอง อายุ 12 ปี ชนติดกับซากรถอย่างแรงจนเสียชีวิตคาที่ ใกล้กันยังพบคนขับและผู้ที่นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 2 ราย เจ้าหน้าที่รีบนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลกรุงเทพราชสีมา จากการสอบถาม นายชัยชาญ ปราบจะบก อายุ 41 ปี คนขับรถยนต์คู่กรณี ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนขับรถยนต์เพื่อที่จะถอยรถเข้าบ้านพัก ขณะกำลังจะถอยรถจู่ๆ มีรถจักรยานยนต์ที่มีด.ช.วรศักดิ์ น้ำเต้าทอง อายุ 14 ปี ขับซ้อน 3 มาด้วยความเร็วสูง พุ่งชนกับด้านข้างรถยนต์ของตนอย่างแรง จนทำให้ด.ญ.วิลาวรรณ น้องสาว ที่นั่งมาด้านหน้าถูกอัดก๊อปปี๊จนเสียชีวิตคาที่ ซึ่งหลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสอบสวนอย่างละเอียด ก่อนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ฝนกระหน่ำตลอดคืนขอนแก่นน้ำท่วมในเมืองอย่างหนัก เร่งระบาย

เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 27 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่เมื่อคืนวันที่  26 มิ.ย. ที่ผ่านมา ได้เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ทำให้มีฝนตกหนักตลอดทั้งคืนจนถึงกระทั่งเช้า ทำให้ถนนแทบทุกสายในเขตเทศบาลนครขอนแก่น และ ถนนมิตรภาพ เกิดน้ำท่วมขังทำให้การจราจรติดขัด รถยนต์ที่วิ่งผ่านไปมาต้องระวัง ทำให้รถยนต์บางคันที่เป็นรถเก๋งเกิดเครื่องยนต์ดับ เนื่องจากไม่สามารถระบายน้ำได้ทัน14669964651466996613lเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร เจ้าหน้าที่เทศบาลนครขอนแก่น ป้องกันจังหวัดขอนแก่น และอาสาสมัครต้องระดมกำลังออกไปช่วยเหลือระบายรถยนต์ให้สามารถวิ่งผ่านไปมาได้ โดยเฉพาะถนนเส้น กสิกรทุ่งสร้าง หน้าตลาดจอมพล  เส้นทางไปค่ายศรีพัชรินทร มทบ.23 น้ำท่วมสูงจนรถเก๋งหลายคันเกิดเครื่องยนต์ดับ ถ.กสิกร หลังศูนย์ราชการ ถ.หน้าเมืองตัด ถ.ด้าน พล.ต.ต.จิตรจรูญ ศรีวนิชย์ ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น และเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ประสานกับเจ้าหน้าที่ดับเพลิงของเทศบาลนครขอนแก่น ออกช่วยเหลือประชาชนและรถยนต์ที่ใช้เส้นทางดังกล่าว ซึ่งต้องทำงานอย่างหนัก นอกจากนี้ยังมี ถนนมิตรภาพ ช่วงระหว่าง หน้าห้างบิ๊กซี ไปจนถึง ถ.มิตรภาพตัด ถ.ศรีจันทร์ ถ.มิตรภาพหน้าตำรวจทางหลวง เส้นทางไป จ.อุดรธานี คาดว่าหากฝนหยุดตกแล้วน้ำที่ท่วมขังคงจะลดลงและรถยนต์สามารถวิ่งผ่านไปมาได้ตามปกติ

ที่มา>>>ข่าวสด

รวบยกแก๊งผัว-เมีย ใช้แก๊สตัดตู้เอทีเอ็มกวาดเงินล้าน ตร.ล็อกตัวคาบ้านพัก-หมอชิต

จากกรณีคนร้ายไม่ต่ำกว่า 3 คนออกตระเวนเจาะตู้เอทีเอ็ม คืนเดียว 3 ตู้ ได้เงินไป 1.4 ล้านบาท จากเอทีเอ็มกสิกรไทยหน้าร้านพีพีซุปเปอร์มาเก็ต ต.มาบตาพุด ระยอง ส่วนสองตู้ไม่สำเร็จทิ้งร่องรอยตัดที่ใช้เครื่องมือแบบเดียวกัน ตำรวจคาดเป็นฝีมือคนร้ายกลุ่มเดียวกัน จากการตรวจกล้องวงจรปิดพบรถยนตเก๋งโปรตรอน ที่เป็นของคนร้ายใช้ก่อเหตุ เตรียมสอบสวนหาตัวคนร้ายต่อไป ด้านพล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา (สบ.10) เดืนทางมาตรวจสอบคดีถึงระยอง ก่อนจะลั่นจับคนร้ายได้แน่ภายใน 3 วัน ตามข่าวที่เสนอไปแล้ว ความคืบหน้าเรื่องดังกล่าว เมื่อเวลา 10.00 น วันที่ 22 มิ.ย. พ.ต.ท.เจริญ วิฑิตกรกุล รองผกก.สส.สภ.มาบตาพุด ระยอง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายสืบ สภ.มาบตาพุด จับกุมตัวผู้ต้องหาคดีเจาะตู้เอทีเอ็ม กวาดเงินไปกว่าล้าน พร้อมควบคุมตัวมาสอบสวนที่ สภ.มาบตาพุด ทั้งหมด 3 ราย ประกอบด้วย น.ส.ทัศนีย์ ตะพานนาค อายุ 25 ปี พร้อมด้วยรถยนต์ โปรตรอนสีเทาทะเบียน ขว 9567 ชลบุรี ตรงกับภาพกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพไว้ได้หลังก่อเหตุ และเงินสดอีกจำนวน 2 แสนบาท ต่อมายังสามารถจับเพิ่มอีก 2 ราย ซึ่งเป็นสามีภรรยากัน คือน.ส.สโรชา อินบัว อายุ 26 ปี และนายฮอล โดย น.ส.ทัศนีย์ หนึ่งในผู้ต้องหา ให้การสารภาพว่า ตนเองกับนายสุริยา หรือตั๊ม อนุญาต อายุ 27 ปี สามี ที่ถูกตามจับกุมตัวได้ ขณะเตรียมหลบหนีที่สถานีขนส่งหมอชิด เจ้าหน้าที่กำลังควบคุมตัวมาระยองได้ประสบปัญหาทางการเงิน เพราะสามีขาดทุนจากธุรกิจบ่อคตกปลาแล้วขาดทุนจนต้องถอนหุ้น ประกอบกับงานรับเหมาช่างเชื่อมเหล็กไม่มีงานจึงทำให้ไม่มีเงินและยังเป็นหนี้นอกระบบ สามีจึงวางแผนกับตนเองพร้อมทั้งชวนนายฮอล มาร่วมด้วย โดยให้นายฮอลและแฟนสาวเป็นคนดูต้นทาง โดยใช้รถจยย.ตระเวนดูขณะที่สามีกำลังลงมือตัดตู้เอทีเอ็ม แต่พอเริ่มลงมือก็ออกไปหาตู้เอทีเอ็มหลังตลาดมาบตาพุดแต่ไม่เหมาะเพราะคนพลุกพล่าน จึงกลับมาตั้งหลักที่บ้านพักหมู่บ้านสายลมเย็น ต.ทับมาอ.เมือง ระยอง แล้วนายสุริยา สามีก็ออกไปคนเดียวประมาณ 1 ชั่วโมง ก็กลับมาพร้อมรถยนต์โปรตรอน แล้วนำเงินจำนวน 2 แสน ส่งให้บอกให้นำไปใช้หนี้ และผ่อนรถยนต์ที่กำลังจะถูกยึด ส่วนอีกสองคนยังให้การปฎิเสธ ด้าน พ.ต.ท.เจริญ วิฑิตกรกุล รองผกก.สส.สภ.มาบตาพุด กล่าวว่า ขณะนี้กำลังนำตัวผู้ต้องมาจากกทม. สำหรับการจับกุมสืบเนื่องจากการสืบจากรถยนต์จนนำไปสู่การจับกุมแก๊งคนร้ายผัวเมีย 2 คู่ เบื้องต้นยังปฏิเสธแต่ถึงอย่างไรทางเรามีหลักฐานแน่น พร้อมทั้งยังมีพยานอีกสองคนที่มีหลักฐานมัดแน่น คำให้การของ นส.ทัศนีย์ก็ให้การยอมรับว่ามีการวางแผนก่อนลงมือ แต่คงต้องรอสอบสวนทั้งสี่คนอีกครั้ง เพื่อหาเงินที่ได้ไปเพราะคาดว่ายังเหลือเกินครึ่ง

สำหรับรถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุยังเป็นชื่อเจ้าของเดิมที่ขายให้นายสุริยา ผู้ต้องเมื่อ 6 เดือนก่อน แต่ยังไม่ได้โอน โดยผ่อนต่อเดือนละ 1 หมื่นบาทซึ่งทางเจ้าของ คือนายจตุพร จรูญ อายุ 35 ปี บ้านเลขที่ 21/2 ม.5 ต.มาบโป่ง อ.พานทอง จ.ชลบุรี ที่เข้าให้หน้าที่ตำรวจสภ.มาบตาพุด จ.ระยอง ก็ได้เดินทางมาให้การเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องพร้อมหลักฐานการซื้อขาย แต่ถึงอย่างไรต้องตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

นายจตุพร กล่าวว่า สำหรับรถยนต์ยี่ห้อโปรตอน เป็นรุ่นสปอร์ตสีเทา ปี 2008 ที่ประกาศขายในเฟซบุ๊ก มีนายตั้มมาติดต่อซื้อไปบอกว่าจะให้แฟนขับ ก็ขายดาวน์ไปในราคา 1 หมื่นบาท และก็ให้คุยกับไฟแนนกันเองทราบว่าผ่อนเดือนละ 10,260 บาท โดยตนก็ไม่ทราบว่านายตั้มจะเดือดร้อนเงินค่าผ่อนรถหรือไม่จึงมาก่อเหตุ

ที่มา>>>ข่าวสด