สลด!ป้าเก็บของเก่าหาขวดแต่ดันไปเจอศพเด็กสายรกยังคาอยู่ ใส่ถุงซุกถังขยะทิ้งย่านบางปู

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 4 ก.ค. ร.ต.อ.นิพนธ์ คงพูล ร้อยเวร สภ.บางปู สมุทรปราการ รับแจ้งว่ามีชาวบ้านพบศพทารกวัย 8 เดือน ใส่ถุงพลาสติกห่อด้วยผ้าขนหนูทับสองชั้น ถูกนำมาทิ้งในถังขยะ ข้างชุมชนเจริญสุข หมู่ 9 ซอยวังปลา ต.บางปูใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนอาสามูลนิธิร่วมกุศลสมุทรปราการเดินทางไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุบริเวณริมถนน พบถังขยะตั้งอยู่หลายใบซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามตึกเช่า 5 ชั้นกลางซอยวังปลา ภายในถังขยะดังกล่าวพบถุงพลาสติกหูหิ้วสีแดงวางอยู่ในถังขยะใบดังกล่าว ภายในมีซากทารกเพศหญิงที่ถูกห่อด้วยผ้าขนหนูสีแดงและสีเขียวห่อทับอีก 2 ชั้นบรรจุอยู่ในถุงใบดังกล่าว จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเป็นทารกเพศหญิง น่าจะมีอายุในครรภ์ประมาณ 7-8 เดือน ที่สะดือยังมีสายรกติดอยู่ จากการสอบสวนป้าตุ๊ก (นามสมมุติ) อายุ 50 ปี ซึ่งเก็บของเก่าขาย เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนตระเวนหาเก็บขวดและเศษพลาสติกอื่นๆ ตามถังขยะ ในระหว่างที่ตนกำลังค้นเก็บขวดพลาสติกในถังขยะใบดังกล่าว พบถุงพลาสติกสีแดงเลือดหมูทิ้งอยู่ในถังขยะ จึงยกขึ้นมาเปิดดู พบว่าภายในถุงใบดังกล่าวมีผ้าขนหนูสีแดงและสีเขียวห่อวัตถุบางอย่างอยู่ภายใน ตนจึงเปิดออกดูพบมีศพทารก ที่มีสายรกติดอยู่ ด้วยความตกใจจึงเรียกชาวบ้านมาช่วยกันดู ก่อนโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะได้ประสานไปตามสถานพยาบาลในละแวกใกล้เคียง เพื่อสอบถามว่ามีหญิงตกเลือดหรือคลอดลูกมาเข้ารักษาบ้างหรือไม่ เพื่อเป็นแนวทางในการสืบสวนติดตามจับกุมแม่ใจร้ายรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

รู้เท่าทัน “โรคไส้ติ่งอักเสบ” ก่อนสัญญาณอันตรายมาถึง!

พูดถึงเรื่องโรคไส้ติ่งอักเสบ หลายคนอาจจะเคยคุ้นหูกับชื่อโรคชนิดนี้กันมาบ้างแล้ว วันนี้เราขอนำเกร็ดความรู้ดีๆ เกี่ยวกับโรคไส้ติ่งอักเสบมาฝากกันค่ะ จะเป็นอย่างไรบ้างนั้นต้องไปติดตามอ่านพร้อมๆ กันเลย

สาเหตุของการเกิดไส้ติ่งอักเสบ

โรคไส้ติ่งอักเสบเกิดจากการอุดตันของไส้ติ่งจากอุจจาระที่แข็งตัว โดยมีสิ่งแปลกปลอม พยาธิ หรือก้อนเนื้องอก ไปทำให้เกิดการอุดตัน จนเกิดการอักเสบขึ้นมา

รู้เท่าทัน "โรคไส้ติ่งอักเสบ" ก่อนสัญญาณอันตรายมาถึง!

อาการของโรคไส้ติ่งอักเสบ

สำหรับอาการของโรคไส้ติ่งอักเสบโดยส่วนใหญ่นั้นจะมีอาการปวดท้อง แต่ไม่สามารถบอกตำแหน่งที่ปวดได้แบบชัดเจน เนื่องจากบางครั้งอาจปวดรอบสะดือก่อน มีอาการปวดเป็นพักๆ หรือตลอดเวลาก็ได้ แต่โดยส่วนใหญ่แล้วมักปวดตลอดเวลา หลังจากนั้น อาการปวดจะเริ่มย้ายไปในบริเวณท้องน้อยด้านขวา ซึ่งเวลานี้ผู้ป่วยอาจมีไข้ต่ำๆ ร่วมอยู่ด้วย สำหรับผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการไม่เหมือนดังที่เรากล่าวมาข้างต้น เพราะขึ้นอยู่กับตำแหน่งของไส้ติ่ง เช่น ผู้ป่วยอาจมีอาการปวดทางด้านขวาบน หรือตรงกลางก็เป็นไปได้ หากปลายของไส้ติ่งยาวไปถึงบริเวณนั้น

รู้เท่าทัน "โรคไส้ติ่งอักเสบ" ก่อนสัญญาณอันตรายมาถึง!
การรักษาโรคไส้ติ่งอักเสบ

การรักษาโรคไส้ติ่งอักเสบ ไม่ว่าไส้ติ่งจะแตกหรือไม่ก็ตามก็สามารถทำการรักษาได้ด้วยการผ่าตัด สำหรับในผู้ป่วยที่ไส้ติ่งแตก แพทย์จะต้องให้ยาปฏิชีวนะร่วมด้วย ทั้งนี้หากผู้ป่วยไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องอย่างทันท่วงที ก็อาจเกิดโรคแทรกซ้อนได้ เช่น ไส้ติ่งกลายเป็นฝีในท้อง หรือไส้ติ่งแตกมีหนองออกมาภายในช่องท้อง ซึ่งอาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้

รู้เท่าทัน "โรคไส้ติ่งอักเสบ" ก่อนสัญญาณอันตรายมาถึง!
ข้อควรรู้! เกี่ยวกับโรคไส้ติ่งอักเสบ

ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการปวดท้องเริ่มแรก แต่ไม่รู้ถึงสาเหตุของอาการปวดที่แสดงออกมา ไม่ควรทานยาแก้ปวดเข้าไป แต่แนะนำให้รีบไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยโรคเสียก่อน เพราะหากผู้ป่วยกินยาแก้ปวดเข้าไป จะทำให้แพทย์วินิจฉัยโรคได้อย่างยากลำบาก เนื่องจากยาแก้ปวดที่ผู้ป่วยทานเข้าไปนั้นจะไปบดบังอาการของโรค โดยเฉพาะในช่วงที่ผู้ป่วยปวดท้องมากติดต่อกันนานเป็นเวลามากกว่า 6 ชั่วโมง ญาติหรือคนรอบข้างผู้ป่วยควรรีบพาผู้ป่วยไปพบแพทย์แต่โดยเร็ว เพราะโดยส่วนใหญ่แล้ว ถ้ามีอาการปวดดังกล่าวแล้วไม่ได้เป็นโรคไส้ติ่งอักเสบ ก็มักเป็นอาการร้ายแรงของโรคอื่นๆ อยู่เสมอ

การรู้ทันโรคไส้ติ่งอักเสบ นอกจากจะช่วยให้คุณรอดพ้นจากอาการปวดและทรมานของโรคแล้ว ยังช่วยให้คุณรู้ถึงวิธีการดูแลตัวเองที่ถูกต้องในกรณีที่มีอาการปวดท้องที่สงสัยว่าน่าจะเป็นโรคไส้ติ่งอักเสบ รวมทั้งวิธีการรักษาที่ไม่ก่อให้เกิดผลเสียตามมาทีหลังอีกด้วย

ที่มา>>>Sanook