วิจารณ์ยับ! สาวนะยะแต่งตัววาบหวิว ให้นักท่องเที่ยวหนุ่มๆ จับหน้าอกแลกกับเงิน

เป็นอีกคลิปที่กำลังวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยเป็นคลิปเหตุการณ์ที่สาวประเภทสองคนหนึ่ง แต่งตัวในชุดเซ็กซี่ พร้อมให้นักท่องเที่ยวหนุ่มมาจับหน้าอก เพื่อแลกกับเงิน

โดยถือเป็นการทำลายวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงามของไทย

หลังคลิปดังกล่าวเผยแพร่ออกไปมีผู้เข้ามาวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก โดยส่วนใหญ่มองว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม

 

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

จับแม่เล้ากะเทยจิ๋ววัย 15 พาสาววัย 16-20 ปีเร่ขายตัว ตะลึงเปิดขายบริการในเฟซบุ๊ค

วันที่ 19 ก.ย. พ.ต.อ.วิธ มุทธสินธุ์ ผกก.สส.ภ.จว.อุดรธานี สั่งการให้พ.ต.ท.รุ่งศักดิ์ มหาปัญญาวงษ์ รอง ผกก.สส., พ.ต.ท.สุชัย นันแก้ว สว.สส., ร.ต.อ.ภาคภูมิ มุสิกา รอง สว.สส., ร.ต.อ.ชูชาติ นนนภา รอง สว.สส. และกำลังชุดสืบสวน ฉก.อบายมุข ภ.จว.อุดรธานี เข้าวางแผนล่อซื้อขายบริการทางเพศ หลังสืบทราบมาว่ามีกลุ่มเด็กวัยรุ่นทั้งเด็กสาวและสาวประเภทสอง รวมกลุ่มกันตั้งเฟซบุ๊กเพื่อค้าประเวณี โดยอ้างว่ามีหญิงสาวรุ่นเอ๊าะๆ อายุตั้งแต่ 15 – 20 ปี ไว้คอยบริการ ราคาย่อมเยา ตั้งแต่ 1,200 – 1,300 บาท หากสาวสวยหน่อยราคาสูงขึ้น 2,000 บาท สนใจก็เข้าไปคุยในเฟซบุ๊กได้ โดยมีเฟซบุ๊กหญิงสาวที่อ้างว่าชื่อ “ฝน” เป็นคนคอยแนะนำหญิงสาวให้รู้จัก เพื่อติดต่อหญิงสาวในสังกัดไปหลับนอน14384079_300741743629020_359769781_nจากนั้นพ.ต.ท.สุชัย จึงติดต่อกับเจ้าของเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อ “ฝน” ซึ่งทราบภายหลังว่าเป็นสาวประเภทสอง อายุเพียง 15 ปี ชาวจ.อุดรธานี และเป็นเจ้าของเฟซบุ๊กดังกล่าว โดยนายฝน อ้างว่ามีเด็กสาวหน้าตาดี รับงานไปนอนค้างเที่ยวเล่น พูดคุยด้วย ราคาต่อคืนไม่แพง 1,200 – 1,300 บาท ส่วนหญิงสาวระดับนักศึกษา ราคา 2,000 บาท ช่วงนี้ไม่มีใครว่าง

 จากนั้น นายฝน ได้ให้เบอร์ติดต่อกับ น.ส.ต้า (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี เป็นสาวหน้าตาดี พ.ต.ท.สุชัย จึงได้ให้ทีมงานติดต่อพูดคุย จนตกลงกันได้ ต่อมาน.ส.ฝน ได้แจ้งว่าให้ไปรอที่โรงแรมแห่งหนึ่ง หลังตลาดบ้านหนองบุ ต.สามพร้าว อ.เมือง จ.อุดรธานี จากนั้นจึงให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปลอมตัวเป็นนักท่องเที่ยว พร้อมนำเงินไปจ่ายเป็นค่าตัว

เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงที่โรงแรมพบนายฝน นั่งรอในห้องหมายเลข 4 จึงได้มอบเงินจำนวน 1,300 บาทให้ น.ส.ฝน โดยมี น.ส.ต้า เดินมาจากห้องข้างๆ เพื่อไปรอหลับนอนกับสายลับ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะแสดงตัวจับกุมทั้ง 2 คนไว้ ขณะเดียวกันน.ส.ฝน ยังยอมรับสารภาพว่า ยังมีหญิงสาวอีก 2 คน นอนรอที่ห้องหมายเลข 3 เจ้าหน้าที่จึงเข้าไปค้นก็พบ น.ส.นก (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี และ น.ส.ซี (นามสมมุติ) อายุ 20 ปี พร้อมอุปกรณ์เสพยาบ้า ไฟแช็ค ผงยาบ้าจำนวนหนึ่ง จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน และควบคุมตัวทั้ง 4 คนไปสอบปากคำ

ด้าน พ.ต.ท.รุ่งศักดิ์ เปิดเผยว่า หลังจับกุมได้จึงสอบสวนนายฝน ซึ่งยอมรับว่าเรียนจบแค่ชั้น ม.1 เนื่องจากทางบ้านยากจนมีปัญหาในครอบครัว มีเพื่อนเป็นหญิงสาวที่มักจะมีเพื่อนชายเป็นพวกเด็กแว้นบังคับให้หลับนอนด้วย แถมติดยาบ้าจากพวกเด็กแว้น จึงคิดหาทางหาเงินด้วยการหลับนอนกับผู้ชาย แรกๆ ก็ติดต่อกันทางมือถือ พอมีหญิงสาวเพื่อนๆ ในสังกัดเพิ่มมากขึ้นยินยอมที่จะขายตัวหาเงินมาใช้เที่ยวเตร่และซื้อยาบ้ามาเสพ จึงตัดสินใจพูดคุยผ่านทางเฟซบุ๊ก เป็นการเสนอตัวว่ามีหญิงสาวหน้าตาดี อายุเพียง 15-20 ปี ต้องการค่าเล่าเรียนและค่าเครื่องสำอาง กระทั่งมีลูกค้าเข้ามาเรื่อยๆ แทบทุกวัน โดยการนำหญิงสาวในสังกัดไปส่งให้ถึงโรงแรม แบะจะหักค่าตัว จากส่วนที่เหลือเกิน 1 พันบาท หรือหากค่าตัว 1,200 บาทก็จะหัก 200 บาท

พ.ต.ท.รุ่งศักดิ์ กล่าวต่อไปอีกว่า ในส่วนของน.ส.ต้า นั้นยอมรับสารภาพว่า บ้านมีปัญหา พ่อแม่แยกทางกันอาศัยอยู่กับยาย และหนีออกจากบ้านมาอยู่กับเพื่อน ถูกเด็กแว้นบังคับหลับนอนจนตัดสินใจมาขายตัวได้ประมาณ 1 ปีกว่าแล้วโดยยอมรับว่า 1 เดือน มีลูกค้ามาหลับนอนด้วยประมาณ 7 – 10 ราย ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนอายุประมาณ 40- 50 ปี จากนั้นจึงคุมตัวทั้ง 4 คน ไปตรวจหาสารเสพติดพร้อมดำเนินคดีตามกฎหมาย รวมทั้งขยายผลเพื่อจับกุมเครือข่ายที่ยังเหลืออยู่อีกจำนวนหนึ่งต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

รวบ 2 กะเทยแสบตีซี้หนุ่มจีนขายบริการริมหาดพัทยา ก่อนรูดทรัพย์สูญเกือบแสน

 เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 31 ส.ค. พ.ต.ท.ชิตเดชา สองห้อง รอง ผกก.สภ.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ ช่วยราชการหัวหน้าชุดปฏิบัติการ ศูนย์ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี หรือ ศปอช.ภ.จว.ชลบรี พร้อมกำลังตำรวจใต้บังคับบัญชา ร่วมกันจับกุม 2 คู่หู สาวประเภทสองคือ นายชยารัตน์ มัตติโก หรือแพท อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 181 หมู่ 6 ต.ทุ่งโฮ้ง อ.เมือง จ.แพร่ กับ นายอิทธิพล ศรีจุมพล หรือมอส อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 46 หมู่ 4 ต.ตูมใต้ อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยาข้อหา ร่วมกันลักทรัพย์นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ พร้อมของกลางภาพจากกล้องวงจรปิด เสื้อผ้า และรองเท้าแตะที่สวมใส่ในวันก่อเหตุ พ.ต.ท.ชิตเดชา เปิดเผยว่า เมื่อกลางดึกวันที่ 25 ก.ค. ที่ผ่านมา มีผู้เสียหายซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีนรายหนึ่ง เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา ว่าถูก 2 สาวประเภทสองที่รวมตัวอยู่บริเวณชายหาดพัทยา ตรงข้ามซอย 13 ถนนเลียบชายหาดพัทยาใต้ ทำทีเข้ามารุมโอบกอด แล้วชวนพูดคุยตีสนิท เพื่อชักชวนไปร่วมหลับนอน จนกระทั่งผู้เสียหายเริ่มเคลิ้ม แต่จู่ๆ 2 สาวประเภทสองดังกล่าวกลับผละหนีไปดื้อๆ เมื่อตรวจสอบทรัพย์สินปรากฏว่าสร้อยคอทองคำหนัก 3 บาท พร้อมพระเลี่ยมทองหนัก 50 สตางค์ หายไปจากคอตัวเอง และสงสัยว่าจะเป็นฝีมือของทั้งคู่ ต่อมาตำรวจออกตรวจสอบภาพวงจรปิดที่อยู่ใกล้เคียง และตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายน่าจะใช้ จนได้ภาพหลักฐานค่อนข้างชัดเจน ทั้งรูปพรรณคนร้าย เสื้อผ้า รวมถึงรองเท้าแตะที่สวมใส่ในวันก่อเหตุ จึงขออำนาจศาลจังหวัดพัทยาออกหมายจับ (ตามภาพถ่าย) ที่ 263-264/2559 ลงวันที่ 29 ก.ค.59 จากนั้นจึงตระเวนหาหลักฐานและสอบปากคำพยานเพิ่มเติม จนมั่นว่าผู้ก่อเหตุคือ นายชยารัตน์ หรือแพท กับนายอิทธิพล หรือมอส เลยออกแกะรอยตามหาทั้งในเมืองพัทยา และจังหวัดภูเก็ต สถานที่ที่ทั้งคู่เคยไปบ่อยๆ โดยใช้เวลาอยู่นานนับเดือน จนกระทั่งความพยายามก็ประสบความสำเร็จ เมื่อสามารถตามไปรวบตัว นายชยารัตน์ ได้ที่บ้านเลขที่ 14/140 ซอยทุ่งกลม-ตาลหมัน 5/1 ในเขตเทศบาลเมืองหนองปรือ อ.บางละมุง ส่วนนายอิทธิพล กะเทยรุ่นน้อง ถูกจับได้ที่บ้านพักเลขที่ 55/31 ซอยเขาตาโล 9 ในเขตเทศบาลเมืองหนองปรือเช่นกัน ก่อนคุมตัวมาสอบสวนเบื้องต้นทั้งสองคนยังให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

นอกจากนี้ ยังได้เช็กประวัติของนายอิทธิพล พบว่ามีหมายจับค้างเก่าในคดีลักษณะเดียวกันนี้เมื่อปีที่แล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อหาเพิ่มเติมก่อนส่งตัว 2 ผู้ต้องหาสาวประเภทสอง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ชนสนั่นห้าแยกศาลปู่ย่า!! กระบะตำรวจ-จยย. กะเทยวัย18ดับคาถนน-สองสาวสาหัส

เวลา 03.30 น. วันที่ 6 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก พ.ต.ท.พุฒิพัฒน์ พนมชัยจิรกุล สว.สส. สภ.เมืองหนองบัวลำภู พร้อมกู้ภัยนเรศวร แพทย์เวร รพ.หนองบัวลำภู   ไปตรวจสอบอุบัติเหตุบริเวณห้าแยกศาลปู่ย่า จังหวัดหนองบัวลำภู ในเขตเทศบาลเมืองหนองบัวลำภู พบรถปิกอัพอีซูซุ สีบรอนซ์ ทะเบียน บฉ 1688 หนองบัวลำภู ประตูรถด้านซ้ายมีรอยชนจนบุบ กระจกแตก มีคนขับ คือ ด.ต.สายชล จันนาวัน ผบ.หมู่ ภ.จว.จังหวัดหนองบัวลำภู รออยู่ในที่เกิดเหตุ  

กลางถนน พบศพ นายภานุพร อายุ 18 ปี อยู่หมู่ 3 ต.โพธิ์ชัย อ.เมือง หนองบัวลำภู เป็นสาวประเภทสอง มีเลือดออกบริเวณใบหน้า คาดว่าคอหัก และรถ จยย.ฮอนด้า สกู๊ปปี้ สีฟ้า ทะเบียน กพก 578 หนองบัวลำภู มีรอยชนที่ล้อหน้าล้มคว่ำอยู่ใกล้ๆ นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บ 2 คน ทราบชื่อ คือ น.ส.สายทิพย์ รัตนลงเมือง อายุ 22 ปี อยู่หมู่ 14 ต.หนองบัว อ.เมือง หนองบัวลำภู ได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะและลำตัว อาการสาหัส น.ส.กุลณัฐ พิมพา อายุ 19 ปี อยู่หมู่ 1 ต.ลำภู อ.เมือง หนองบัวลำภู ได้รับบาดเจ็บ ยังให้การไม่ได้

 

เบื้องต้นทราบว่า รถทั้งสองคันวิ่งสวนทางกัน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ เป็นห้าแยกรถปิกอัพได้เลี้ยวขวา ขณะที่รถ จยย. วิ่งมาทางตรง จึงชนเข้าอย่างจัง ที่ประตูรถด้านซ้ายคนขับ ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว ซึ่งคนขับปิกอัพถูกนำตัวมาดำเนินคดีข้อหาขับรถโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิตและบาดเจ็บเอาไว้ก่อน จะสอบสวนคู่กรณีและดำเนินการกันต่อไป

ขอบคุณภาพกู้ภัย

ที่มา>>>ข่าวสด