ลูกสาวแทบขาดใจ!! แม่รีบกลับบ้านมากินข้าวด้วย ปิกอัพคว่ำกลางทาง ดับสลดพร้อมลูกแมว!

เมื่อวันที่ 29 พ.ย. พ.ต.ท.สันติ ทองเชื้อ สารวัตร(สอบสวน) สภ.ลานสัก จ.อุทัยธานี รับแจ้งอุบัติเหตุรถปิกอัพเสียตกถนนแล้วพลิกคว่ำ มีผู้บาดเจ็บติดอยู่ภายในซากรถ บริเวณริมถนนสายลานสัก-เขาผาแรด หมู่ 11 บ้านประสานสุข ต.ลานสัก อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี จึงประสานหน่วยกู้ภัยอุทัยธานี นำเครื่องมือตัดถ่างรุดไปให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ201611292258346-20041020185849ที่เกิดเหตุพบรถปิกอัพโตโยต้าวีโก้ หมายเลขทะเบียน บค 6479 อุทัยธานี เสียหลักพลิกคว่ำล้อชี้ฟ้าอยู่ในป่าหญ้าริมถนนที่มีความลาดชันกว่า 2 เมตร ภายในรถพบศพนางบุญเตือน คำพุ่ม อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 337 หมู่ 8 ต.ทุ่งทอง อ.หนองบัว จ.นครสวรรค์ พร้อมลูกแมวที่ตายไปด้วยอีก 1 ตัว นอกจากนั้นยังมีลูกสุนัข 2 ตัวบาดเจ็บและอยู่ในอาการตื่นตกใจ201611292258344-20041020185849จากนั้นบุตรสาว ผู้ตาย อายุ 20 ปี เดินทางมาที่เกิดเหตุ พร้อมให้การทั้งน้ำตาว่า แม่เป็นแม่ค้าขายกะทิสดในตลาด อ.ชุมตาบ่ง จ.นครสวรรค์ ช่วงเย็นก่อนเกิดเหตุ แม่โทรมาหาแล้วบอกว่าจะมากินข้าวเย็นด้วยที่บ้าน หลังจากวางหูกับแม่ตนก็เข้าครัวทำกับข้าวรอ จนถึงเวลาค่ำยังไม่เห็นแม่มาถึงบ้านก็โทรหาแต่ก็ไม่รับสาย จนกระทั่งโทรติดปรากฎว่าคนที่รับสายเป็นตำรวจ บอกว่าแม่ประสบอุบัติเหตุรถคว่ำให้รีบมาที่เกิดเหตุ เมื่อตนมาถึงเห็นว่าแม่เสียชีวิตแล้วก็แทบขาดใจ201611292258341-20041020185849ขณะที่พ.ต.ท.สันติ เปิดเผยว่า เบื้องต้นคาดว่าผู้ตายน่าจะขับรถมาด้วยความเร็ว ประกอบกับถนนช่วงบริเวณนี้ไม่ดี เป็นหลุมเป็นบ่อ หรืออาจจะหักหลบอะไรบางอย่างจนรถเสียหลักตนถนนที่ลาดชันแล้วรถพลิกคว่ำจนตัวเองเสียชีวิต ซึ่งจะได้ประสานตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุและซากรถเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

กระบะชนเด็ก ร่างกระเด็นไปไกล! แต่โกหกว่าคันอื่นชน ก่อนถูกภาพจากกล้องวงจรปิดแฉ (มีคลิป)

เด็กชายถูกรถชนอย่างรุนแรงจนร่างกระเด็นไปไกล ได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่สิ่งซ้ำเติมให้แม่ของเด็กเจ็บช้ำยิ่งขึ้น ก็คือพฤติกรรมของผู้ขับรถที่โกหกเธอว่า คันอื่นชนและขับหนีไปแล้ว ก่อนจะถูกภาพจากกล้องวงจรปิดแฉworkpointวันที่ 14 พ.ย. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แฟนเพจ ‘อยากดังเดี๋ยวจัดให้ V4.’ ได้เผยแพร่ข้อความและคลิปวิดีโอ ที่คุณแม่ท่านหนึ่งช่วยให้เป็นสื่อกลาง เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม จากเหตุการณ์ที่ลูกชายของเธอถูกรถกระบะชนจนได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยมีข้อความดังนี้

“แอดมินคะ ตอนนี้ยังตามตัวคนขับรถไม่ได้เลยคะ ทุกคนรู้ว่าเป็นอุบัติเหตุ น้องผิดที่วิ่งออกไป แต่ทุกคนเสียใจที่คุณป้าแกลงมาดูแล้วโกหกทุกคนว่าคนชนหนีไปแล้ว จำอะไรไม่ได้เช่นกันแล้วแกก็ขึ้นรถขับไปเลย แกน่าจะมีน้ำใจสักหน่อย ทางครอบครัวไม่ได้ให้แกมารับผิดชอบ แต่ทำไมแกต้องโกหกด้วย”

เมื่อพิจารณาภาพเหตุการณ์จากกล้องวงจรปิด ก็เห็นได้ว่ามันเป็นอุบัติเหตุ ซึ่งประเด็นตรงนี้ทางแม่เด็กก็เข้าใจ แต่ที่ติดใจก็คือ ทำไมผู้ขับรถคันดังกล่าวต้องโกหกว่า รถคันที่ชนขับหนีไปแล้ว (ทั้งๆ ที่ตัวเองเป็นคนขับรถชนเด็ก) ก่อนจะรีบขับรถออกไป ซึ่งถือว่าเป็นพฤติกรรมที่แสดงความใจจืดใจดำเป็นอย่างยิ่ง

ที่มา>>>ข่าวสด

 

เจอเพิ่มอีก สาวท้อง 9 เดือน และดญ.8 ขวบ เหยื่อเรือล่มลำน้ำเมย เร่งค้นหาอีกศพ

วันที่ 12 ต.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่เมย จ.ตาก, ปลัดอำเภอท่าสองยาง, ทหารพรานกองร้อย 3501, และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิเพชรเกษม ได้ร่วมกันออกค้นหาผู้สูญหายจากอุบัติเหตุเรือหางยาวพลิกคว่ำในแม่น้ำเมย (ชายแดนไทย-พม่า) จนมีผู้สูญหาย 4 ราย เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้าวันที่ 10 ต.ค.ที่ผ่านมา ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะพบศพนางมึปลอ สันติวงสกุล อายุ 31 ปี ชาวปกาเกอะญอ โดยจุดที่พบศพอยู่ห่างจากจุดที่เกิดเหตุ ประมาณ 7 กิโลเมตร เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 11 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยวันนี้ทำการค้นหาเป็นวันที่ 3 ซึ่งผลการค้นหาห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 1 กิโลเมตร พบศพผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 2 ราย คือ นางแคะจ่า ครองกฎ อายุ 30 ปี ซึ่งตั้งครรภ์ได้ 9 เดือน และด.ญ.ณิชาภัทร ครองกฎ อายุ 8 ปี จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงนำศพกลับเข้าฝั่ง201610122135102-20050615160605ต่อมานพ.ธวัชชัย ยิ่งทวีศักดิ์ ผอ.ร.พ.ท่าสองยาง ทำการชันสูตรพลิกศพ ก่อนมอบศพให้ญาติดำเนินการตามประเพณี ซึ่งขณะนี้ได้พบศพผู้สูญหายแล้ว 3 ราย ยังขาดอีก 1 ราย คือ ด.ญ.น่อเดเด อายุ 9 ปี ที่ยังไม่พบ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ดำเนินการค้นหาต่อไป201610122135103-20050615160605วันเดียวกันเมื่อเวลา 14.30 น. นายสืบพงษ์ นิ่มพูลสวัสดิ์ นายอำเภอท่าสองยาง เป็นประธานในพิธีฌาปนกิจศพนางมึปลอ สืบเนื่องจากวิถีชีวิตความเชื่อของชาวปกาเกอะญอ เชื่อว่าหากมีการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ แล้วนำศพกลับไปประกอบพิธีในหมู่บ้านจะนำสิ่งไม่เป็นมงคลเข้าหมู่บ้าน จึงได้ร่วมกันจัดงานฌาปนกิจศพนางมึปลอ ขึ้น ณ สุสานบ้านแม่ต้าน หมู่ 1 ต.แม่ต้าน อ.ท่าสองยาง จ.ตาก โดยมีผู้แทนฝ่ายทหาร หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนในพื้นที่มาร่วมงาน โดยทุกภาคส่วนได้ร่วมแรงร่วมใจกันและบริจาคเงินเพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้เสียชีวิตในครั้งนี้201610122135105-20050615160605

ที่มา>>>ข่าวสด

ฝนตกถนนลื่นรถบรรทุกน้ำมัน 4 หมื่นลิตรยางแตกน้ำมันทะลักนองพื้น ฉีดน้ำหล่อผวาไฟลุก

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 26 ก.ย. นายสุรศักดิ์ อินทรประเสริฐ นายก อบต.ไม้รูด ต.คลองใหญ่ จ.ตราด ได้รับแจ้งจากอาสาสมัครกู้ภัยบุญช่วยเหลือเขต ต.ไม้รูด ว่ามีเหตุรถบรรทุกนํ้ามันเสียหลักลงข้างทางถนนสาย 3 ตรงหลักกิโลเมตรที่ 459 บ้านหนองม่วงหมู่ที่ 5 ต.ไม้รูด อ.คลองใหญ่ จ.ตราด โดยขอให้ทาง อบต.ไม้รูด ช่วยน้ำรถบรรทุกน้ำมาฉีดน้ำป้องกันไม่ให้เกิดประกายไฟ201609261157404-20041020151344หลังได้รับแจ้งจึงได้ออกไปตรวจสอบ พร้อมประสานไปยังอาสาสมัครสมาคมกู้ภัยบุญช่วยเหลือตราด เขตอําเภอคลองใหญ่ เพื่อร่วมกันตรวจสอบและดูแลพื้นที่201609261157405-20041020151344ที่เกิดเหตุพบรถบรรทุกพ่วงบรรทุกนํ้ามันหมายเลขทะเบียนด้านหลัง 70-4121 จ.นนทบุรี ส่วนด้านหน้าหมายเลขทะเบียน 70-4120 จ.นนทบุรี ที่บรรทุกนํ้ามันเบนซินความบรรจุ 40,000 ลิตร ข้างรถประตูเขียนเป็นรถของบริษัท Pitcha Oil 2003 จํากัด ใบอนุญาตเลขที่ นบ.10/07/2554 อยู่ในลักษณะพลิกตะแคงอยู่ข้างถนน มีน้ำมันไหลออกมาเล็กน้อย ส่วนคนขับชื่อนายวิชาญ หมีทอง อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 23 หมู่ 1 ต.บ้านแก่ง อ.เมือง จ.นครสวรรค์

นายสุรศักดิ์ จึงให้เจ้าหน้าที่นำรถบรรทุกน้ำมาฉีดหล่อเลี้ยงพื้นที่ใกล้เคียงและถังน้ำมัน เพื่อป้องกันมิให้เกิดประกายไฟ พร้อมกันนี้ได้แจ้งประสานให้บริษัทฯ รีบดำเนินการเคลื่อนย้ายรถบรรทุกน้ำมันออกจากพื้นที่ เนื่องจากเกรงจะเกิดอันตราย

จากนั้นรถบรรทุกน้ำมันของบริษัทฯ ได้เดินทางมาขนถ่ายน้ำมันออก โดยใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง โดยอุบัติเหตุครั้งนี้ ส่งผลให้การสัญจรไปมาบนถนนสายหลักเกิดความไม่คล่องตัวตลอดทั้งวัน หลายหน่วยงาน เช่น อาสาสมัครกู้ภัยบูญช่วยเหลือตราดเขตอำเภอคลองใหญ่ เจ้าหน้าที่ อบต.ไม้รูด เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลหาดเล็ก และฝ่ายเจ้าหน้าทหารพรานฐานบ้านหนองม่วง ร่วมกันออกมาให้บริการด้านจราจร

นายวิชาญ กล่าวว่า ได้บรรทุกนํ้ามันมาจากเพรชบุรี เพื่อจะนำไปส่งยังท่าเทียบเรือขนส่งสินค้า ท่าส.กฤตรวัน โดยมีภรรยานั่งมาด้วย เมื่อมาถึงที่บริเวณดังกล่าวเป็นทางโค้ง ขณะกำลังเข้าโค้งยางรถด้านซ้ายระเบิดขึ้นประกอบด้วยมีฝนตกลงมาเล็กน้อย จึงทำให้รถเสียหลักลงข้างทาง โดยที่อุบัติเหตุครั้งนี้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

ที่มา>>>ข่าวสด

ช็อก! ขับรถอยู่ดีๆ สะพานข้ามแม่น้ำพังครืนที่จีน บาดเจ็บ 5 สูญหาย 3

เมื่อวันที่ 11 ก.ย. เพจ China Xinhua News รายงานว่า ที่อำเภอไท่เหอมณฑลเจียงซีของประเทศจีน เกิดเหตุสะพานเก่าที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการรื้อถอนพังทลายลงมา  จากรายงานเมื่อเวลาเที่ยง ตามเวลาท้องถิ่น ผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุดังกล่าวมีจำนวน 5 ราย และยังมีผู้สูญหายอีก 3 ราย ซึ่งผู้บาดเจ็บทั้งหมดถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลประจำอำเภอแล้วเรียบร้อย ส่วนสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้กำลังอยู่ภายใต้การตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ที่มา>>>ข่าวสด

 

เพิ่งเปลี่ยนรูปโปรไฟล์ก่อนตาย!! หนุ่มเบญจเพสกับจยย.คู่ใจ-รถพ่วงชนดับสยอง

 วันที่ 10 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 23.15 น. วันที่ 9 ก.ย. ที่ผ่านมา ร.ต.อ.บัญชา สุขกรง รองสารวัตรสอบสวน สภ.กุยบุรี รับแจ้งว่า มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์โดนเฉี่ยวชนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ บนถนนเพชรเกษมฝั่งล่องใต้ บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 281/900 บ้านหนองตาเสือ ต.กุยบุรี อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วยกู้ภัยมูลนิธิหลวงพ่อในกุฏิ วัดกุยบุรี ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่น PCX สีแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน มีชาวบ้านช่วยกันยกขึ้นจากร่องกลางถนนไปจอดหน้าบ้านหลังหนึ่ง สภาพด้านหน้าและข้างซ้ายพังไปทั้งแถบ มีร่องรอยของรถคันที่เฉี่ยวชนเป็นสีฟ้าติดอยู่ที่ตัวรถ ส่วนคนขับขี่เป็นชายอาการสาหัส มีเจ้าหน้าที่กู้ชีพโรงพยาบาลกุยบุรีได้นำตัวไปโรงพยาบาลก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งต่อมาทราบว่าเสียชีวิต โดยทราบชื่อ คือ นายพิษณุ หอมฟุ้ง อายุ 25 ปี อยู่ ม.10 ต.บ่อนอก อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่า นายพิษณุ พร้อมกับพวกได้ขับขี่จักรยานยนต์บนถนนเพชรเกษม ถึงที่เกิดเหตุ นายพิษณุกำลังเร่งเครื่องแซงรถพ่วงคันหนึ่ง ซึ่งไม่ทราบยี่ห้อและทะเบียน โดยด้านหลังบรรทุกท่อน้ำขนาดใหญ่มาเต็มคัน โยกแซงรถที่อยู่ด้านหน้าในเวลาเดียวกับนายพิษณุกำลังแซงพอดี ทำให้รถของนายพิษณุที่ขี่มาด้วยความเร็วกระแทกชนเข้ากับด้านท้ายรถพ่วง และเสียหลักล้มลง ไถลตกลงไปในร่องกลางถนน จนเสียชีวิตดังกล่าว  ส่วนรถพ่วงคันดังกล่าวไม่ได้จอดลงมาดูเลย โดยขับรถหายไปกับความมืด ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนสอบสวน เพื่อติดตามรถคันคู่กรณีมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

สุดอันตรายสายไฟพาดลงถนน สาวขี่ จยย.โดนพันคอเสียหลักล้ม มึนใครต้องรับผิดชอบ

สมาชิกเฟซบุ๊ก Fern A Romdee ได้โพสต์ผ่านกลุ่มเสียงประชาชนคนภูเก็ต โดยได้เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นอุบัติเหตุที่ทำให้ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณต้นคอบาดเป็นแผลลึกจากสายไฟโดยระบุว่า “วันนี้ตอนประมาณหนึ่งทุ่ม ได้รับอุบัติเหตุ เกิดจากสายไฟพาดลงมาตอนขี่มอเตอร์ไซค์ สายไฟพาดพันมาที่คอทำให้รถเสียหลักล้มที่หน้าซุปเปอร์ชิฟ ตลาดนาคา รถและร่างกายได้รับความเสียหาย แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นสายไฟของหน่วยงานไหน ตอนนี้ได้ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สน.วิชิต และไปทำแผลที่ โรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว อยากทราบว่ากรณีนี้ต้องดำเนินการอย่างไรต่อ ตำรวจแนะนำให้ไปแจ้งที่เทศบาลวิชิตเพื่อหาว่าสายนั่นเป็นของหน่วยงานไหนเพื่อมารับผิดชอบ ใครเคยมีประสบการณ์ช่วยแนะนำด้วยค่ะ และอยากเตือนประชาชนที่ใช้ถนนเส้นนั้นให้ระมัดระวัง เพราะสายนั้นเก็บหลบเอาไว้แค่ชั่วคราว อาจเกิดอุบัติขึ้นอีกค่ะ และขอบคุณพี่พลเมืองดี ผ่านมาเจอและให้ความช่วยเหลือทั้งโบกรถและดูแลจนเจ้าหน้าที่ตำรวจมา ขอบคุณมากๆค่ะ”

ที่มา>>>ข่าวสด

31ชีวิตร้องไห้ระงม!! กระบะแซงทางโค้งชนโครมรถนักเรียน เด็กกระเด็นเกลื่อนบาดเจ็บ

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 8 ส.ค. ขณะที่ ร.ต.อ.สมพงษ์ ศรีครินทร์ พนักงานสอบสวนปฏิบัติหน้าที่ร้อยเวร สภ.เมืองเพชรบูรณ์ ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์กระบะชนรถนักเรียนทางหลวงแผ่นดินสาย 113 เพชรบูรณ์-พิจิตร ทางขึ้นเขารัง ห่างจากวัดวังชมพูไปประมาณ 1 กิโลเมตร ในเขตหมู่ที่ 12 ต.วังชมพู อ.เมืองเพชรบูรณ์ มีนักเรียนได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วยอาสาสมัครมูลนิธิร่มโพธิ์และกู้ชีพโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ ที่เกิดเหตุเป็นทางขึ้นเขารังเป็นทางโค้งชัน พบรถยนต์กระบะยี่ห้อ อีซูซุ ดีแม็คซ์ สีขาว หมายเลขทะเบียน บษ 9270 เพชรบูรณ์ และรถยนต์กระบะนิสสัน แค็ป สีน้ำเงิน ทะเบียน บท 6785 เพชรบูรณ์ ซึ่งดัดแปลงเป็นรถรับส่งนักเรียน ประสานงากันด้านหน้าได้รับความเสียหายทั้ง 2 คัน นอกจากนั้น ยังพบนักเรียนหลายสิบคนบาดเจ็บและร้องไห้ระงมด้วยความตกใจ จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ ส่วนคนขับรถทั้ง 2 คันได้รับบาดเจ็บจึงนำตัวส่งโรงพยาบาลเพชรบูรณ์เช่นเดียวกัน จากการสอบสวนนายปรีดา บุตรนอก อายุ 43 ปี อยู่หมู่ 12 ต.วังชมพู อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นคนขับรถนักเรียนคันดังกล่าว ให้การว่า ตนได้รับนักเรียนจากหมู่บ้านซึ่งอยู่บนเขารัง โดยเป็นนักเรียนระดับชั้นอนุบาล – ประถมฯ 6 จำนวน 31 คน เพื่อที่จะนำมาส่งที่โรงเรียนบ้านวังชมพู เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นทางโค้งขึ้น-ลงเขา โดยขณะที่ตนขับลงเนินมา ได้มีกระบะอีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน บษ 9270 เพชรบูรณ์ ขับขึ้นเขามา และแซงรถอีกคัน ทั้งๆ ที่เป็นทางโค้งชัน จึงทำให้แซงไม่พ้น ตนพยายามหักหลบ แต่ก็ไม่พ้นประสานงากันอย่างจัง ทำให้นักเรียนที่ตนรับมาได้รับบาดเจ็บหลายราย ซึ่งก็ยังโชคดีที่รถไม่พลิกคว่ำ ไม่เช่นนั้นอาจจะทำให้ตกเขาและเกิดความสูญเสียมากกว่านี้ ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ กล่าวว่า จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่าขณะที่รถรับ-ส่ง นักเรียนซึ่งขับโดยนายปรีดา บุตรนอก อายุ 43 ปี กำลังลงเนิน มีรถกระบะอีซูซุ ขับโดยนายสุรีย์ สีสังข์ อายุ 43 ปี  วิ่งแซงขึ้นเนินมา แต่แซงไม่พ้น เนื่องจากเป็นทางโค้งและมีความชัน จึงชนกันอย่างจัง ส่งผลให้มีนักเรียนได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก ส่วนคนขับรถกระบะอีซูซุ สีขาว ได้รับบาดเจ็บสาหัส แพทย์กำลังให้การรักษาอยู่ ยังไม่สามารถให้การได้ ส่วนคนขับรถรับส่งนักเรียนได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย อย่างไรก็ตามจะได้ทำการสอบสวนเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ชนสนั่นห้าแยกศาลปู่ย่า!! กระบะตำรวจ-จยย. กะเทยวัย18ดับคาถนน-สองสาวสาหัส

เวลา 03.30 น. วันที่ 6 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก พ.ต.ท.พุฒิพัฒน์ พนมชัยจิรกุล สว.สส. สภ.เมืองหนองบัวลำภู พร้อมกู้ภัยนเรศวร แพทย์เวร รพ.หนองบัวลำภู   ไปตรวจสอบอุบัติเหตุบริเวณห้าแยกศาลปู่ย่า จังหวัดหนองบัวลำภู ในเขตเทศบาลเมืองหนองบัวลำภู พบรถปิกอัพอีซูซุ สีบรอนซ์ ทะเบียน บฉ 1688 หนองบัวลำภู ประตูรถด้านซ้ายมีรอยชนจนบุบ กระจกแตก มีคนขับ คือ ด.ต.สายชล จันนาวัน ผบ.หมู่ ภ.จว.จังหวัดหนองบัวลำภู รออยู่ในที่เกิดเหตุ  

กลางถนน พบศพ นายภานุพร อายุ 18 ปี อยู่หมู่ 3 ต.โพธิ์ชัย อ.เมือง หนองบัวลำภู เป็นสาวประเภทสอง มีเลือดออกบริเวณใบหน้า คาดว่าคอหัก และรถ จยย.ฮอนด้า สกู๊ปปี้ สีฟ้า ทะเบียน กพก 578 หนองบัวลำภู มีรอยชนที่ล้อหน้าล้มคว่ำอยู่ใกล้ๆ นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บ 2 คน ทราบชื่อ คือ น.ส.สายทิพย์ รัตนลงเมือง อายุ 22 ปี อยู่หมู่ 14 ต.หนองบัว อ.เมือง หนองบัวลำภู ได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะและลำตัว อาการสาหัส น.ส.กุลณัฐ พิมพา อายุ 19 ปี อยู่หมู่ 1 ต.ลำภู อ.เมือง หนองบัวลำภู ได้รับบาดเจ็บ ยังให้การไม่ได้

 

เบื้องต้นทราบว่า รถทั้งสองคันวิ่งสวนทางกัน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ เป็นห้าแยกรถปิกอัพได้เลี้ยวขวา ขณะที่รถ จยย. วิ่งมาทางตรง จึงชนเข้าอย่างจัง ที่ประตูรถด้านซ้ายคนขับ ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว ซึ่งคนขับปิกอัพถูกนำตัวมาดำเนินคดีข้อหาขับรถโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิตและบาดเจ็บเอาไว้ก่อน จะสอบสวนคู่กรณีและดำเนินการกันต่อไป

ขอบคุณภาพกู้ภัย

ที่มา>>>ข่าวสด

สลด!สองพี่น้องซิ่งจยย.ซ้อน 3 พุ่งอัดก๊อปปี้เก๋งล้อชี้ฟ้า ด.ญ.12 ดับคาที่ สยองบายพาสปักธงชัย

 เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. ร.ต.อ.อนุวัฒน์ รัตนจีนะ ร้อยเวรสอบสวน สถานีตำรวจภูธรโพธิ์กลาง รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เสียหลักพุ่งชนกลางรถยนต์ เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต เหตุเกิดบนถนนบายพาสสามแยกปักธงชัย-จอหอ ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 2 ขาออกนครราชสีมา ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา หลังรับแจ้งจึงรีบรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วยอาสาสมัครหน่วยกู้ภัย ฮุก 31 และรถพยาบาลโรงพยาบาลกรุงเทพราชสีมา ที่เกิดเหตุอยู่ทางคู่ขนาน ซึ่งเป็นเลนที่ให้รถวิ่งสวนทางกันได้ บริเวณกลางถนนพบรถยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า แจ๊ส สีดำ หมายเลขทะเบียน กต1131 นครศรีธรรมราช สภาพจอดขวางอยู่กลางถนน โดยที่ด้านขวาฝั่งคนขับ มีรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีฟ้า เทา หมายเลขทะเบียน ขกง603 ชัยภูมิ พุ่งชนอย่างแรง จนรถจักรยานยนต์เสียบติดคากับรถยนต์ ล้อด้านหลังชี้ฟ้า และยังพบศพด.ญ.วิลาวรรณ น้ำเต้าทอง อายุ 12 ปี ชนติดกับซากรถอย่างแรงจนเสียชีวิตคาที่ ใกล้กันยังพบคนขับและผู้ที่นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 2 ราย เจ้าหน้าที่รีบนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลกรุงเทพราชสีมา จากการสอบถาม นายชัยชาญ ปราบจะบก อายุ 41 ปี คนขับรถยนต์คู่กรณี ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนขับรถยนต์เพื่อที่จะถอยรถเข้าบ้านพัก ขณะกำลังจะถอยรถจู่ๆ มีรถจักรยานยนต์ที่มีด.ช.วรศักดิ์ น้ำเต้าทอง อายุ 14 ปี ขับซ้อน 3 มาด้วยความเร็วสูง พุ่งชนกับด้านข้างรถยนต์ของตนอย่างแรง จนทำให้ด.ญ.วิลาวรรณ น้องสาว ที่นั่งมาด้านหน้าถูกอัดก๊อปปี๊จนเสียชีวิตคาที่ ซึ่งหลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสอบสวนอย่างละเอียด ก่อนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด