กินยาคุมแล้ว ทำไมยังท้องได้?

กินยาคุมแล้ว ทำไมยังท้องได้?

ยาคุม” ตัวช่วยสำหรับการวางแผนครอบครัวของใครหลายๆ คนที่ยังไม่พร้อมที่จะมีบุตร คู่รักหลายคู่เลือกใช้วิธีนี้เพราะเมื่อมีเพศสัมพันธ์ ฝ่ายชายจะสามารถหลั่งใน หรือไม่ใช้ถุงยางอนามัยได้ แต่จริงๆ แล้วหากฝ่ายหญิงทานยาคุมไม่ถูกวิธี โอกาสในการตั้งครรภ์ก็ยังมีเช่นกัน จึงเป็นเหตุให้หลายคู่ประสบปัญหา “กินยาคุมแล้ว ยังท้องได้” ข้อผิดพลาดที่มักเกิดขึ้นเมื่อเลือกทานยาคุมมีอะไรบ้าง Sanook! Health นำข้อมูลจาก อย. หรือสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา มาฝากกันค่ะ

brithcontrolpills

กินยาคุมแล้ว ทำไมยังท้องได้?

สาเหตุหลักที่บางคนรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดแล้ว แต่กลับตั้งครรภ์ เนื่องจาก………

1. ลืมรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิด ยิ่งหากลืมรับประทานในเม็ดที่มีฮอร์โมนอยู่แล้ว อาจทำให้ระดับฮอร์โมนในร่างกายเหวี่ยงหรือไม่สม่ำเสมอได้

2. รับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดไม่ตรงเวลา ปกติให้รับประทานยาเวลาเดียวกันทุกวัน โดยแนะนำให้รับประทานช่วงก่อนนอนเพื่อลดผลข้างเคียง หากทานไม่ตรงเวลาอาจทำให้ระดับฮอร์โมนในร่างกายเหวี่ยงได้เช่นกัน

3. รับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดร่วมกับยาปฏิชีวนะ จะไปลดการดูดซึมของยาเม็ดคุมกำเนิด (บางชนิด) หากรับประทานร่วมกัน จะทำให้ประสิทธิภาพของยาคุมกำเนิดลดลงและอาจทำให้ท้องได้

4. รับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดร่วมกับยาวัณโรคบางตัว หากรับประทานร่วมกันจะทำให้ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดของยาเม็ดคุมกำเนิดลดลง อาจทำให้ท้องได้

5. ยาเม็ดคุมกำเนิดมีประสิทธิภาพไม่ถึง 100% ดังนั้นหากมีเพศสัมพันธ์และหลั่งใน โอกาสที่พลาดท้องก็มีได้ ถึงมีน้อยก็ใช่ว่าไม่มีเลย

*วิธีที่ปลอดภัยที่สุด คือ รับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดพร้อมกับป้องกันด้วยวิธีอื่นร่วมด้วย เช่น ใส่ห่วงอนามัย หรือถุงยางอนามัย เป็นต้น

____________________

ขอบคุณเนื้อหาจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

ที่มา>>>Sanook

รู้หรือไม่ “กรดอะมิโนจำเป็น” จำเป็นกว่าที่คิด

เมื่อพูดถึง “กรดอะมิโน” หลายคนอาจไม่รู้จัก ส่วนใหญ่จะรู้จักโปรตีนซึ่งเป็นสารอาหารที่มีความจำเป็นต่อร่างกายในเรื่องของการเจริญเติบโตและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ทั้งที่ความจริงแล้ว กรดอะมิโน ก็คือ โปรตีนที่ถูกย่อยให้มีขนาดเล็กที่สุด เพื่อให้ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้งานได้ โดยร่างกายจะดึงกรดอะมิโนมาสร้างเนื้อเยื่อ ฮอร์โมน หรือเอนไซม์ ขึ้นอยู่กับความต้องการของร่างกายแต่ละคน

กรดอะมิโน แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ “กรดอะมิโนจำเป็น” มี 8 ชนิด ซึ่งร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ จึงต้องได้รับจากการรับประทานอาหารเท่านั้น และ “กรดอะมิโนไม่จำเป็น” มี 12 ชนิด ร่างกายสามารถสร้างขึ้นเองได้ หากได้รับกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วนผศ.ดร.วันทนีย์ เกรียงสินยศ

ผศ.ดร.วันทนีย์ เกรียงสินยศ อาจารย์ประจำสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า “ร่างกายของเราต้องการกรดอะมิโนจำเป็นทั้ง 8 ชนิด เพราะแต่ละชนิดมีหน้าที่แตกต่างกัน บางชนิดถ้ารวมกลุ่มกับชนิดอื่นจะยิ่งทำหน้าที่ได้ดีกว่าเดิม เช่น ไอโซลิวซีน (Isoleucine) ลิวซีน (Leucine) วาลีน (Valine) เป็นต้น โดยแต่ละคนมีความต้องการปริมาณของกรดอะมิโนมากน้อยไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับอายุและร่างกายว่ากำลังจะสร้างอะไร ยกตัวอย่างคนที่เป็นโรคไต ซึ่งจะถูกจำกัดการบริโภคโปรตีน ทำให้ต้องได้รับกรดอะมิโนจำเป็นบางชนิดมากกว่าคนอื่น”

เมื่อกรดอะมิโนจำเป็นมีบทบาทสำคัญต่อร่างกายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นเราจึงควรรับประทานอาหารที่มีกรดอะมิโนจำเป็นเป็นประจำทุกวัน ที่สำคัญเราควรเลือกรับประทานอาหารที่มีความหลากหลาย เนื่องจากอาหารแต่ละอย่างมีกรดอะมิโนจำเป็นแต่ละชนิดมากน้อยแตกต่างกัน อาทิ ข้าวมีไลซีน (Lysine) ต่ำ งามีเมไธโอนีน (Methionine) สูง เป็นต้นเราสามารถได้รับกรดอะมิโนจำเป็นจากอาหารที่มีโปรตีนสูง เช่น เนื้อสัตว์ ไข่ ถั่ว โดยเฉพาะถั่วเหลืองที่มีกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วนทั้ง 8 ชนิด และมีในปริมาณสูงเมื่อเทียบกับถั่วชนิดอื่น นอกจากนี้ยังมีไขมันไม่อิ่มตัวซึ่งช่วยในการลดคอเลสเทอรอลอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม หากจะรับประทานถั่วเหลืองจากเมล็ดเป็นประจำทุกวันคงไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้นเครื่องดื่มในรูป “นมถั่วเหลือง” ที่ผลิตจากถั่วเหลืองคุณภาพดี ผ่านกรรมวิธีการผลิตที่ทันสมัยที่สามารถคงคุณค่าของกรดอะมิโนจำเป็นทั้ง 8 ชนิด จึงเป็นทางเลือกที่ใกล้ตัว สะดวก ประหยัด เหมาะสำหรับผู้รับประทานมังสวิรัติซึ่งไม่สามารถได้รับกรดอะมิโนจากเนื้อสัตว์ได้ และยังตอบโจทย์วิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่และผู้ที่รักสุขภาพได้เป็นอย่างดี

กรดอะมิโนจำเป็น 8 ชนิด

ไอโซลิวซีน (Isoleucine) ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตและการทำงานของระบบประสาท ช่วยพัฒนาการเรียนรู้

ลิวซีน (Leucine) กระตุ้นการทำงานสมอง เพิ่มพลังให้กล้ามเนื้อ เซลล์ประสาทแข็งแรง

ไลซีน (Lysine) ซ่อมแซมกล้ามเนื้อที่สึกหรอ เป็นสารตั้งต้นของแอลคาร์นิทีนที่ช่วยเผาผลาญไขมัน ช่วยให้มีสมาธิ และดูดซึมแคลเซียม จึงช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน

เมไธโอนีน (Methionine) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ กำจัดสารพิษออกจากร่างกาย และช่วยย่อยสลายไขมัน

ฟีนีลอะลานีน (Phenylalanine) เพิ่มความตื่นตัวทำให้รู้สึกกระฉับกระเฉง เสริมความจำ บรรเทาอาการซึมเศร้า และลดความอยากอาหาร

ทรีโอนีน (Threonine) ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน ช่วยเผาผลาญไขมัน มีประโยชน์ต่อระบบย่อยอาหาร และการดูดซึมสารอาหารต่างๆ ในร่างกาย

ทริปโตแฟน (Tryptophan) ลดความเครียดและภาวะซึมเศร้า บรรเทาอาการไมเกรน ช่วยส่งเสริมการนอนหลับอย่างเป็นธรรมชาติ

วาลีน (Valine) ช่วยกระตุ้นสมรรถนะของสมองและการประสานงานกันของกล้ามเนื้อ

ที่มา>>>Thairath