ช็อกสุดชีวิต!! หนุ่มขับเก๋งจอดติดไฟแดงกลางฝนถล่มหนัก จู่ๆป้ายจราจรบนสะพานลอยหล่นทับรถพังยับ

เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 26 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เกิดลมพายุพัดถล่มอย่างรุนแรง ส่งผลทำให้มีบ้านเรือนประชาชน สถานที่ราชการ ต้นไม้หักโค่น เสาไฟฟ้าล้ม นอกจากนี้ยังพบว่าที่ริมถนนสายโรจนะ ในเขต อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ได้มีเสาไฟฟ้าแรงสูง ล้มอีก 15 ต้น201610261841215-20160711155708ทั้งนี้พบว่าที่สี่เเยกสัญญานไฟตลาดแกรนด์ ถนนโรจนะขาเข้า อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา มีป้ายบอกทางที่ติดอยู่กับสะพานลอยล้มลงมาทับรถเก๋ง มาสด้า สีฟ้า หมายเลขทะเบียน กบ 4119 พระนครศรีอยุธยา จนได้รับความเสียหาย โดยมีนายกรฤต รัตนประทุม อายุ 21 ปี เป็นคนขับ ทำให้การจราจรในเส้นทางติดขัดเป็นอย่างมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจเเละเจ้าหน้าที่เทศบาลได้เร่งเข้าให้การช่วยเหลือเป็นการด่วนกลางสายฝน201610261841211-20160711155708นายกรฤต เล่าว่า ขณะที่ตนขับรถเพื่อกับบ้านพักในเขตอ.บางปะอิน ได้มีฝนตกลงมาอย่างหนักเเละมีลมกระโชกเเรง ทำให้มองไม่เห็นทาง พอมาจอดติดสัญญาณไฟแดงบริเวณสี่แยกดังกล่าว จู่ๆ ป้ายจราจรก็ล้มลงมาใส่ที่รถของตนจนหน้ารถได้รับความเสียหาย ตนรู้สึกตกใจมาก โชคดีไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด จึงรีบโทรเเจ้งขอความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

วิจารณ์กระหึ่ม ภาพ”เงาปริศนา”ปรากฏตรงศพคนขี่จยย.หลังพุ่งชนปิกอัพ

กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กรณีคลิปรถจักรยานยนต์พุ่งชนรถปิกอัพที่เลี้ยวตัดหน้าอย่างจัง จนคนขี่รถจักรยานยนต์กระเด็นไปกระแทกเสาไฟฟ้าจนเสียชีวิตคาที่ แต่ปรากฏว่ามีการแชร์คลิปวิดีโอนี้แล้วพบว่ามีเงาคล้ายคนปรากฏขึ้นตรงจุดที่ศพคนขี่จักรยานยนต์นอนอยู่ จนเกิดวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง บ้างก็เชื่อว่าเป็นวิญญาณของผู้ตาย แต่มีคนส่วนใหญ่เชื่อว่าน่าจะเป็นการตัดต่อมากกว่า

ที่มา>>>ข่าวสด

พิษพายุพัดถล่มอ่างทอง ซัดต้นโพธิ์อายุนับ100ปีหักโค่นเกลื่อนวัด ศาลาพักริมทางพังทั้งหลัง

 เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 27 ก.ค. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบยังวัดพายทอง ในพื้นที่หมู่ที่ 1 ต.สายทอง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง หลังทราบวัดดังกล่าวได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากมีต้นไม้หักโค่นล้มอยู่ภายในวัดเป็นจำนวนมาก นอกจากนั้นเสาไฟฟ้า ศาลาพักริมถนนยังได้รับความเสียหาย หลังเกิดพายุพัดถล่มเขต อ.ป่าโมก เมื่อคืนที่ผ่านมานานหลายชั่วโมง เมื่อไปถึงพบว่าต้นโพธิ์ขนาดใหญ่อายุนับ 100 ปี จำนวนหลายต้นได้หักโค่นล้ม บางต้นถูกพายุพัดถอนรากถอนโคนขึ้นมาจากพื้นดินที่ทางวัดได้ทำปูนก่อล้อมเอาไว้ เอาเป็นที่นั่งสำหรับนั่งพักผ่อนภายในวัด ส่วนต้นไม้อื่นๆ ไม่ว่าจะขนาดเล็กหรือใหญ่ก็ถูกพายุพัดจนกิ่งไม้หักลงมากองเป็นจำนวนมาก

จากการสอบถามนายสุชิน นพศรี อายุ 59 ปี ชาบ้านในละแวก กล่าวว่า เมื่อคืนที่ผ่านมามีฝนตกหนักและมีลมพายุพัดแรงมาก พายุที่พัดส่งผลให้ต้นไม้ตามถนนหนทางในหมู่บ้านหักล้มลงมาขวางทางจราจรตลอดเส้นทาง เจ้าหน้าที่จากสมาคมวีอาร์กู้ภัยอ่างทอง ต้องระดมกำลังมาตัดให้ตั้งแต่เมื่อคืน จนกระทั่งเช้าวันนี้ได้เดินทางมาตรวจสอบที่วัด ก็ต้องตกใจเมื่อเห็นต้นโพธิ์เก่าแก่ที่ขึ้นอยู่ภายในวัดได้หักโค่นลงมาหลายต้น โดยบางต้นถอนรากถอนโคนออกมากจากวงล้อมปูนที่ทางวัดได้ทำไว้เพื่อนั่งพักผ่อน บางต้นหักโค่นลงมากิ่งก้านสาขาไปฟาดเอากำแพงโบสถ์ที่อยู่ใกล้ๆ โชคดีที่ได้รับความเสียหายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ที่มา>>>ข่าวสด

ไปกินข้าวกับเพื่อน กลับไม่ถึงบ้าน เก๋งเฉี่ยวฟุตปาทฟาดเสาไฟ ตายคาที่

หนุ่มวัย 30 ปี อาชีพซื้อขายรถยนต์มือสองที่กาญจนบุรี ไปเยี่ยมเพื่อนทำกับข้าวกินกันก่อนขับรถเก๋งกลับบ้าน มาประสบอุบัติเหตุเฉี่ยวฟุตปาทรถหมุนไปชนเสาไฟฟ้าริมทาง ตายคาที่ เพื่อนบอกไม่ได้ดื่มเหล้า คาดขับมาด้วยความเร็วแล้วเสียหลัก

วันที่ 24 พ.ค. 59 ร.ต.อ.ศราวุฒิ มาลัย รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่าเกิดอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งพุ่งชนเสาไฟฟ้าริมถนนทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย เหตุเกิดบนถนนแสงชูโต ฝั่งขาเข้า อ.เมืองกาญจนบุรี หลัก กม.ที่ 51 หมู่ 2 ต.ท่าล้อ อ.ท่าม่วง หลังรับแจังจึงประสานแพทย์เวร รพ.สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 19 และมูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์ประจำจังหวัดกาญจนบุรี ไปที่เกิดเหตุจนท.กู้ภัย นำร่างผุ้เสียชีวิตออกจากซากรถ

พบรถยนต์เก๋งโตโยต้า วีออส สีดำ เลขทะเบียน กท.6373 กาญจนบุรี จอดอยู่ในสภาพด้านหน้าชนกับเสาไฟฟ้าริมถนนจนพังเสียหาย ที่บริเวณประตูหน้ารถด้านคนขับพบศพนายรัชชานนท์ ใจกล้า อายุ 30 ปี ชาวบ้านหมู่ 1 ต.ท่าล้อ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี มีอาชีพซื้อขายรถยนต์มือสอง

สอบสวนนางสาวเสาวลักษณ์ คงศรี อายุ 29 ปี ภรรยาผู้ตาย และเพื่อนๆ ทราบว่าก่อนเกิดเหตุ นายรัชชานนท์ ผู้ตายได้ขับรถเก๋งคันดังกล่าวไปที่บ้านเพื่อน และทำกับข้าวกินข้าวกันกับเพื่อน โดยที่ผู้ตายไม่ได้ดื่มสุราแต่อย่างใด หลังกินข้าวเสร็จผู้ตายได้ขอตัวขับรถเดินทางกลับบ้าน จนมาพบว่าประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตดังกล่าว

จากการตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุพบว่า ที่บริเวณฟุตปาทเกาะกลางถนนมีร่องรอยถูกเฉี่ยวชน และมีรอยเบรกยาวไปยังจุดที่พุ่งชนเสาไฟ เบื้องต้นสันนิษฐานว่าขณะที่ผู้ตายขับรถกลับบ้านด้วยความเร็วสูง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นทางโค้ง รถจึงเสียหลักเฉี่ยวฟุตปาทเกาะกลางถนน ก่อนจะเสียหลักหมุนคว้างพุ่งเข้าชนเสาไฟฟ้าอย่างแรงจนเสียชีวิตคาที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้หาสาเหตุที่แท้จริง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

ผงะ! ยาบ้าเกือบแสนเม็ด ซุกโคนเสาไฟฟ้านครนายก คาดรอเครือข่ายมารับ

ตำรวจสายตรวจ ออกดูแลความเรียบร้อยในพื้นที่ เจอกระเป๋าวางโคนเสาไฟฟ้า อ.บ้านนา จ.นครนายก เปิดดูพบยาบ้า 8 หมื่นเม็ด คาด เอเยนต์วางไว้รอเครือข่ายมารับ เร่งสืบหาผู้เกี่ยวข้อง

เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 59 พ.ต.ท.นิพนธ์ มหินทรเทพ รอง ผกก.ป.สภ.บ้านนา จ.นครนายก ได้รับแจ้งจาก ด.ต.กฤษณา นาหล่อง สายตรวจตำบลเขาเพิ่ม ว่า พบกระเป๋าต้องสงสัยถูกนำมาทิ้งไว้ ข้างเสาไฟฟ้าถนนซอยยางคู่ หมู่ 13 ต.ป่าขะ อ.บ้านนา จึงรีบไปตรวจสอบพร้อมด้วย กำลังเจ้าหน้าที่และชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบกล่องกระดาษเปล่าสีเขียววางอยู่ 5 กล่อง ห่างกันเล็กน้อยพบกระเป๋าสะพายวางอยู่ที่โคนเสาไฟฟ้า เมื่อเปิดกระเป๋าออกดูพบยาบ้า 40 มัด ห่อหุ้มด้วยพลาสติกใส เขียนอักษร TB ไว้ทุกมัด นับได้ 80,800 เม็ดจากการสอบสวน ด.ต.กฤษนา ให้การว่า ขณะขี่รถจักรยานยนต์ออกตรวจรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ พร้อมด้วย นายทวาย ศรีจันทร์ อายุ 53 ปี อส. ต.ป่าขะ พบกระเป๋าวางอยู่ไม่พบเจ้าของ จึงแจ้งให้มาตรวจสอบ

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่คาดว่าเป็นขบวนการขนยาบ้ารายใหญ่ โดยร่วมกับคนในพื้นที่นำยาบ้ามาส่งตามจุดนัดหมาย แล้วโทรศัพท์ให้มารับ โดยมีกล่องกระดาษว่างไว้เป็นสัญลักษณ์ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจพบเสียก่อน จึงนำของกลางส่ง ร.ต.ท.อาทิตย์ คะอังกุ รอง สว.สส.สภ.บ้านนา เก็บรักษาไว้ และจะสืบหาตัวผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดี.

ที่มา>>>Thairath

อ้างขับปาดหน้า โจ๋ห้าวปาหินใส่เก๋งพ่อแม่ลูกที่ภูเก็ต ชนเสาไฟหวิดดับ (ชมคลิป)

เครดิตภาพ-คลิป : หมวดเสริม-ภจว.ภูเก็ต

สังคมเริ่มอยู่ยาก พ่อแม่ลูกที่ภูเก็ตนั่งเก๋งมาสด้า2 จะไปหาเพื่อน มี 2 ชายฉกรรจ์ขี่ จยย.ตามด่าหาว่าปาดหน้า พยายามชี้แจ้งว่าเป็นการเข้าใจผิด แต่สุดท้ายยังถูกปาหินใส่ จนรถตกข้างทางชนเสาไฟฟ้า พ่อแม่ได้รับบาดเจ็บ…เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 3 พ.ค. พ.ต.ท.รัฐเขตต์ มั่นเมือง สวป.สภ.เมืองภูเก็ต ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุเมืองภูเก็ตว่า มีรถเก๋งถูกคนร้ายใช้หินขว้างใส่กระจก ทำให้รถเสียหลักพุ่งข้างทางบริเวณใกล้โค้งควนดินแดง ถ.เทพกระษัตรี ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต มีผู้บาดเจ็บติดอยู่ภายในรถ จึงประสานหน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ตรุดไปให้การช่วยเหลือ ต่อมาได้รับแจ้งจากหน่วยกู้ชีพเทศบาลตำบลเชิงทะเล อ.ถลาง ว่าได้ให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บภายในรถ พร้อมกับนำส่ง รพ.วชิระภูเก็ต เป็นที่เรียบร้อย

ทั้งนี้ มีผู้บาดเจ็บเป็นผู้ชาย มีอาการแน่นหน้าอก คาดว่าถูกพวงมาลัยกระแทก ส่วนผู้หญิงที่นั่งมาด้านข้าง ขาซ้ายหักจากการที่รถชนกับเสาไฟฟ้าข้างทาง ส่วนเด็กที่นั่งมาด้านหลังไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ พบรถเก๋งมาสด้า 2 สีขาว ทะเบียน กบ 5271 ภูเก็ต สภาพหัวพุ่งตกลงไปคูระบายน้ำข้างทาง ท้ายชี้ขึ้นเหนือพื้นถนน ด้านซ้ายส่วนหน้าชนติดกับเสาไฟฟ้า กระจกหน้าแตกเป็นรูคล้ายถูกของแข็งขว้างปาใส่ เครื่องยนต์พังเสียหาย โดยมีพนักงานของบริษัทประกันภัย กำลังตรวจสอบความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการสอบสวนทราบว่า คนขับชื่อ นายจตุพร กันภัย อายุ 25 ปี ส่วนคนนั่งข้างชื่อ น.ส.สุนิสา คงคำแก้ว อายุ 25 ปี เป็นภรรยา และยังมีเด็กผู้ชายที่เป็นลูก ไม่ทราบอายุอีก 1 คน นั่งกันมา ขับออกจากตัวเมืองภูเก็ตมุ่งหน้าไปกลับรถที่จุดยูเทิร์นหน้าโรงเรียนบ้านสะปำ ถ.เทพกระษัตรี ต.เกาะแก้ว ย้อนกลับมาทางซอยแหลมหิน ถ.เทพกระษัตรี ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต เพื่อจะไปหาเพื่อนภายในซอยดังกล่าว

จนกระทั่งรถวิ่งมาถึงบริเวณปากซอยแหลมหิน ได้มีรถจักรยานยนต์ขี่เข้ามาด้านข้างรถพร้อมกับโวยวายกล่าวหาว่ารถเก๋งขับปาดหน้า นายจตุพรจึงเปิดกระจกรถเพื่อจะอธิบายเหตุการณ์ ว่าเป็นการเข้าใจผิด รถที่ปาดหน้ารถจักรยานยนต์ไม่ใช่รถของตนเอง แต่ชายฉกรรจ์ 2 คนไม่ยอมฟัง จนเกิดการโต้เถียงกันขึ้น นายจตุพรจึงขับรถเลยทางเข้าซอยไปเล็กน้อยต่อมา เหตุการณ์ดูเหมือนจะคลี่คลาย นายจตุพรจึงได้ขับรถไปยูเทิร์นที่หน้าหมวดการทางภูเก็ต เพื่อจะขับไปที่หน้าโรงเรียนบ้านสะปำอีกครั้ง แต่ขณะที่รถกำลังวิ่งผ่านตรงข้ามปากซอยแหลมหิน ได้มีชายฉกรรจ์ 1 คน วิ่งจากริมถนนใกล้หน้าปากซอยแหลมหิน พร้อมกับวิ่งขึ้นมาบนเกาะกลางถนน และใช้หินขว้างใส่กระจกรถที่นายจตุพรขับทันที ทำให้รถเกิดเสียหลักพุ่งตกข้างทางและชนกับเสาไฟฟ้า จนมีผู้บาดเจ็บดังกล่าว

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำภาพจากกล้องวงจรปิดมาตรวจสอบ พบว่ารถจักรยานยนต์ เป็นรถฮอนด้า เวฟ สีแดง ทะเบียน กษน 944 ภูเก็ต หลังก่อเหตุได้ขี่หลบหนีเข้าตัวเมืองภูเก็ต ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการติดตามตัวผู้ต้องสงสัยที่เป็นผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี.

ที่มา>>>Thairath