ชาวบ้านตื่น!เห็ดปลาหมึกหายากติดอันดับโลก โผล่ในกระถางต้นกุหลาบ

 เมื่อวันที่ 12 ก.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากนางสาวทวีวัฒนา ทุนคุ้มทอง อายุ 46 ปี เจ้าของบ้านเลขที่ 213 หมู่ที่ 10 ต.แคราย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ว่าเจอเห็ดลักษณะแปลกคล้ายมือคน โผล่ขึ้นมาในกระถางต้นกุหลาบ ซึ่งจากการเปิดอินเตอร์เน็ตค้นหาชนิดของเห็ดที่มีลักษณะดังกล่าว ระบุว่าน่าจะเป็นเห็ดปลาหมึก โดยเป็นเห็ดที่หายากติดอันดับ 2 ของโลก จึงเดินทางไปตรวจสอบ น.ส.ทวีวัฒนา ทุนคุ้มทอง หรือพี่ยุ้ย กล่าวว่า ซื้อต้นกุหลาบมานานเกือบครึ่งปีแล้ว โดยเมื่อประมาณ 2 เดือนที่แล้ว เปลี่ยนดินในกระถางให้ใหม่ เป็นดินเกษตรผสมขี้วัว ทั้งนี้ตนก็รดน้ำต้นไม้ทุกวันแต่ก็ไม่เห็นมีอะไรผิดปกติ จนกระทั่งเมื่อประมาณสัปดาห์ที่ผ่านมา สังเกตเห็นมีก้อนเห็ดโผล่ขึ้นมาจากดินเป็นก้อนกลมๆ สีขาว ซึ่งก็คิดว่าเป็นเห็ดธรรมดาทั่วไป และเมื่อช่วงเช้านี้รดน้ำก็เห็นดอกเห็ดใหญ่ขึ้นแต่ยังไม่แตกออกมา จนช่วงเย็นได้กลิ่นเหม็นลอยมากับลม คิดว่าเป็นซากหนูตาย จึงเข้าไปดูตรงต้นกุหลาบ ก็เห็นเห็ดแตกออกมาแล้ว มีลักษณะคล้ายกับมือคนและมีกลิ่นเหม็น แมลงวันเริ่มมาตอม ตนจึงได้ไปค้นหาในอินเตอร์เน็ต ก็พบว่าน่าจะเป็นเห็ดปลาหมึก ซึ่งเป็นเห็ดหายาก ติดอันดับ 2 ของโลก และในกระถางเดียวกันยังมีเห็ดกลมอีก 1 ก้อน ที่กำลังโตขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งก็คาดว่าน่าจะเป็นเห็ดปลาหมึกเหมือนกัน น.ส.ทวีวัฒนา กล่าวอีกว่า ตนชื่อว่าสปอร์ของเห็ดน่าจะมากับดินผสมขี้วัวที่ซื้อมาใส่กระถางต้นไม้ ส่วนเรื่องความเชื่อทางไสยศาสตร์นั้น ตนเองไม่ค่อยเชื่อในเรื่องดังกล่าวสักเท่าไหร่ และไม่ประสงค์ที่จะให้ใครมาขอเลขเด็ดอะไรทั้งนั้น แต่ต้องการให้ทางนักวิชาการด้านการเกษตร นำไปวิเคราะห์วิจัย เพื่อเป็นประโยชน์ทางด้านการเกษตรหรือการศึกษาต่อไป

สำหรับเห็ดปลาหมึก เป็นเห็ดพื้นเมืองพบในที่ชื้นในทุ่งหญ้า หรือป่าผสมผลัดใบระหว่างเดือนกรกฎาคม ถึงเดือนกันยายน พบมากในประเทศออสเตเลียและทัสมาเนีย และมีบ้างในยุโรปและอเมริกาเหนือ จุดเด่นคือมันมีรูปร่างเหมือนมือหรือหนวดแยกออกมา 4-7 อัน หนวดมีลักษณะเรียวยาว และกลิ่นเหมือนเนื้อเน่าเหม็น ด้วยเหตุนี้มันจึงสามารถเรียกแมลงวันมาตอม เพื่อการแพร่พันธุ์ได้ เห็ดชนิดนี้สามารถกินได้ แม้จะเหม็นมากก็ตาม โดยรสชาติจะเหมือนหัวไชเท้า

ที่มา>>>ข่าวสด

โครงการหลวง ส่งเสริมมะม่วงต่างประเทศ ที่ศูนย์หมอกจ๋าม

มะม่วงเป็นไม้ผลที่สำคัญชนิดหนึ่งที่นิยมปลูกและบริโภคกันอย่างแพร่หลายทั่วโลก เนื่องจากเป็นอาหารสุขภาพ มีคุณค่าทางโภชนาการสูง มูลนิธิโครงการหลวงได้นำเอามะม่วงมาทดลองปลูกและพัฒนาจนเป็นไม้ผลเศรษฐกิจบนพื้นที่สูง ทำการศึกษาวิจัยพัฒนาพันธุ์และเทคโนโลยีการผลิตต่างๆ ให้เหมาะสม สามารถส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกเป็นอาชีพได้ แต่พันธุ์มะม่วงที่ส่งเสริมเกษตรกรนั้น มีความแตกต่างจากมะม่วงที่ปลูกในที่พื้นราบทั่วไป เนื่องจากเกษตรกรส่วนใหญ่อยู่บนพื้นที่สูง สภาพอากาศค่อนข้างหนาวเย็นผศ.ดำเกิง ป้องพาล ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหมอกจ๋าม เล่าว่า มูลนิธิโครงการหลวงดำเนินการศึกษาวิจัยจนได้พันธุ์มะม่วงที่สามารถปลูกได้ดีบนพื้นที่สูง คุณภาพผลผลิตดี ทำการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกในหลายพื้นที่ของมูลนิธิโครงการหลวง และมีข้อได้เปรียบมะม่วงจากแหล่งอื่นๆ คือ การเก็บเกี่ยวล่าช้ากว่ามะม่วงที่ปลูกบนพื้นราบ เป็นสายพันธุ์ที่แปลกใหม่ เนื่องจากเป็นพันธุ์ที่นำเข้าจากต่างประเทศ ได้แก่ พันธุ์นวลคำ พันธุ์ปาล์มเมอร์ พันธุ์อาร์ทูอีทู พันธุ์เออวินส์  พื้นที่ศูนย์ฯ มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ จำนวน 60 ราย รวมพื้นที่ประมาณ 180 ไร่คุณอรรณพ เปรมัฐเสถียร นักวิชาการไม้ผล ให้รายละเอียดว่า มะม่วงนวลคำ เดิมชื่อ จินฮวง เป็นพันธุ์ที่นำมาจากไต้หวัน ปลูกครั้งแรกที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยเสี้ยว อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ลักษณะประจำพันธุ์นวลคำ ลักษณะผลกลมยาว ก้นผลงอนและค่อนข้างแหลม ผลมีขนาดใหญ่ นำหนักผลประมาณ 600-1,300 กรัม อายุการเก็บเกี่ยวหลังดอกบาน 120 วัน ผิวผลสีเหลืองอมเขียว เก็บเกี่ยวได้ประมาณปลายเดือนมิถุนายนถึงเดือนกรกฎาคม สามารถรับประทานได้ทั้งผลดิบและผลสุก เมื่อผลแก่จัดมีรสชาติมัน เมื่อสุกผลสีเหลืองอมส้ม รสชาติหวาน

พันธุ์ปาล์มเมอร์ ผลมีขนาดใหญ่ น้ำหนักประมาณ 700 กรัม อายุการเก็บเกี่ยวหลังดอกบาน 120 วัน ผิวผลมีสีเหลืองส้มแต้มสีแดง มีจุดบนผลจำนวนมาก เก็บเกี่ยวได้ในเดือนกรกฎาคมถึงเดือนสิงหาคม รับประทานได้ทั้งผลดิบและผลสุก เนื้อแน่น มีเสี้ยนเล็กน้อย เมล็ดยาวมีขนาดปานกลาง ทรงต้นสูงโปร่ง แข็งแรงปานกลาง

พันธุ์อาร์ทูอีทู เป็นพันธุ์การค้าของประเทศออสเตรเลีย พัฒนามาจากมะม่วงพันธุ์เคนท์ ผลกลมมีขนาดค่อนข้างใหญ่ น้ำหนักประมาณ 800 กรัม เมื่อสุกผิวผลจะมีสีเหลืองส้ม เนื้อสีเหลืองมะนาว เนื้อผลแข็ง มีเสี้ยนเล็กน้อย รสชาติหวาน มีกลิ่นขี้ไต้อ่อนๆ  อายุเก็บเกี่ยวหลังดอกบาน 120 วัน เมื่อสุกผิวจะสีเหลืองส้ม เปลือกค่อนข้างหนา ทำให้ทนทานต่อโรค สามารถขนส่งได้ไกล เก็บเกี่ยวได้ในเดือนมิถุนายนถึงเดือนกรกฎาคม เป็นพันธุ์ที่มีอายุการเก็บรักษาหลังการเก็บเกี่ยวนานพันธุ์เออวินส์ ผลขนาดปานกลาง น้ำหนักประมาณ 300 กรัม รูปร่างค่อนข้างยาวรีหรือรูปไข่ยาว ติดผลดก อายุเก็บเกี่ยวหลังดอกบาน 120 วัน ผลดิบมีจุดประสีแดงบริเวณไหล่และแก้มผล ผลสุกจะมีสีแดง สีเลือดนก ผลสุกสีเหลืองทอง ไม่มีเสี้ยน รสชาติหวาน เก็บเกี่ยวได้ในเดือนมิถุนายน

การปลูกมะม่วงบนพื้นที่สูง นอกจากคัดเลือกพันธุ์ที่เหมาะสมแล้ว ความสำคัญอยู่ที่การทำให้ได้มะม่วงที่มีคุณภาพ ได้แก่ การคัดเลือกพื้นที่ การวางผังปลูก การตัดแต่งกิ่ง การให้น้ำ การใส่ปุ๋ย การปลิดผล และปัจจัยอื่นๆ อีกมากมาย ในที่นี้ใคร่ขอแนะนำเรื่องการห่อผล นับว่ามีความสำคัญมากในการผลิตมะม่วงคุณภาพดี นอกจากป้องกันแมลงวันผลไม้แล้ว ยังทำให้มะม่วงมีผิวและสีที่สวยงาม ผลมีน้ำหนักเพิ่มมากขึ้น ผลแก่ช้าลง ผลไม่ค่อยร่วงหล่นเสียหายและปราศจากสารเคมี จำหน่ายได้ราคาอายุของผลมะม่วงที่เหมาะในการห่อผล ประมาณ 50-70 วัน สำหรับชนิดและสีของถุงห่อผลนั้น มีถุงกระดาษที่ผลิตขึ้นมาเฉพาะ จากการศึกษาวิจัยพบว่าพันธุ์มะม่วงที่ไม่ต้องการแสงแดดช่วยในการเปลี่ยนสีผิว หรือมะม่วงพันธุ์ที่สุกแล้วผิวผลสีเหลือง เช่น มะม่วงนวลคำ ควรใช้ถุงชนิดสีน้ำตาล แต่ด้านในสีดำ ส่วนมะม่วงที่ต้องการแสงแดดช่วยในการเปลี่ยนสีผิว เช่น พันธุ์เออวินส์ พันธุ์ปาล์มเมอร์ พันธุ์อาร์ทูอีทู ควรใช้ถุงห่อสีขาว การห่อผลมีอิทธิพลทำให้ความหวานของผลลดลงบ้าง และก็สามารถเพิ่มความหวานและความกรอบของผลมะม่วงได้ โดยการฉีดพ่นปุ๋ยทางใบ สูตร 13-0-46 ฉีดพ่น 1-2 ครั้ง ในระยะเปลือกหุ้มเมล็ดแข็งแล้วสนใจสอบถามข้อมูลการปลูกมะม่วงบนพื้นที่สูงได้ที่ ผศ.ดำเกิง ป้องพาล โทรศัพท์ 08-1595-8768 คุณสานิตย์ นิรพาธ นักวิชาการไม้ผล โทรศัพท์ 08-9951-4153 และขอขอบคุณข้อมูลจากงานพัฒนาและส่งเสริมการผลิตไม้ผล มูลนิธิโครงการหลวง

ที่มา>>>ข่าวสด