สลดคุณตาวัย76เครียด เผานั่งยางตัวเองหลังบ้าน ทิ้งจม.สั่งเสียห้ามพระสวด-เก็บกระดูก

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 15 ม.ค. ร.ต.อ.อัม เกตุแก้ว รองสว.(สอบสวน) สภ.กระตีบ อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม รับแจ้งเหตุมีคนจุดไฟเผานั่งยางฆ่าตัวเองเสียชีวิต บริเวณหลังบ้านพัก ต.กระตีบ อ.กำแพงแสน จึงรุดตรวจสอบพร้อมชุดสืบสวน สภ.กระตีบ เจ้าหน้าที่มูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐมที่เกิดเหตุอยู่หลังบ้านห่างจากตัวบ้านเพียง 10 เมตร พบที่เผาขยะสร้างด้วยอิฐบล็อก ลักษณะคล้ายกล่องสี่เหลี่ยม มีขนาดความสูง 1 เมตร กว้าง 1.5 เมตร ยาว 2.5 เมตร สร้างไว้สำหรับเผาขยะโดยเฉพาะ ภายในพบศพนายแก่น อายุ 76 ปี  สภาพศพคล้ายนอนอยู่ แต่ถูกไฟเผาไหม้เกรียมทั้งตัว เหลือเพียงกะโหลกศีรษะและกระดูกขา มีร่องรอยเหลือเพียงยางรถยนต์ 4 เส้น ที่ถูกเผาไหม้ไปแล้วทับอยู่บนศพ ด้านหน้าที่เผาขยะพบก้านธูป 3 ดอกปักอยู่ และไฟฉายตั้งอยู่ 1 กระบอกนอกจากนี้ยังพบจดหมายลาตายที่เขียนบนกระดาษปฏิทิน 2 แผ่น โดยมีข้อคามเขียนไว้ว่า อย่าดับไฟเป็นอันขาด ห้ามเอาพระมาสวดเด็ดขาด ห้ามเก็บกระดูกไปไหนเป็นอันขาด ข้าพเจ้านายแก่น อุทิศร่างกายให้แก่แม่พระเพลิง อุทิศกระดูกให้กับแม่ธรณี ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ว่า ฆ่าตัวตาย ลงชื่อนายแก่น

จากการสอบถามนายทองแดง สอนพันธ์ สารวัตรกำนัน เผยว่า ผู้ตายอาศัยอยู่บ้านเพียงลำพัง ส่วนลูกๆก็อาศัยอยู่ในละแวก แต่ไม่ไกลกันมาก ก่อนหน้านี้เคยบ่นว่าอยากตายหลายครั้งว่าเบื่อกับชีวิต เนื่องจากป่วยมีโรคประจำตัว ทั้งโรคหัวใจ โรคความดัน ต้องรักษาตัวและเข้าออกโรงพยาบาลเป็นประจำ ล่าสุดเมื่อวันที่ 14 ม.ค. ผู้ตายได้ทะเลาะมีปากเสียงกับลูกสาวแล้วก็หายไป ซึ่งญาติไม่ได้เอะใจคิดว่าออกไปถากหญ้า หรือไปตัดผม จนกระทั่งช่วงบ่ายวันนี้ยังไม่พบผู้ตาย จึงช่วยกันเดินออกตามหา กระทั่งพบว่าเป็นศพแล้ว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า ผู้ตายอาจจะน้อยใจลูกสาว ประกอบกับเครียดที่ป่วย จึงตัดสินใจฆ่าตัวตาย โดยการนอนลงไปในบ่อเผาขยะแล้วนำยางรถยนต์วางที่ร่างกาย ก่อนจะจุดไฟเผาตัวเอง เพราะทางญาติผู้ตายยืนยันว่ายางรถยนต์ที่ผู้ตายเก็บไว้ได้หายไปเหลือเพียง 2 เส้นเท่านั้น คาดว่ามีการเตรียมการวางแผนมาอย่างดี เพราะมีการจุดธูปขอขมาและที่เกิดเหตุยังพบไฟฉาย คาดว่าผู้ตายอาจจะเผาตัวเองตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมาแล้ว

ที่มา>>>ข่าวสด

อุทธาหรณ์ หนุ่มใหญ่เผาหญ้าแห้ง ไฟลุกพึ่บหนีไม่ทัน สำลักควันเสียชีวิต

วันที่ 1 ก.ย. ร.ต.ท.จเร พูลแก้ว รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งเหตุพบศพคนถูกไฟคลอกเสียชีวิตที่บริเวณข้างสวนยางพาราบ้านประดู่หอม หมู่ 9 ต.ท่าขึ้น อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.เชิดชัย โชติสุทธิ์ ผกก. แพทย์เวรโรงพยาบาลท่าศาลา และเจ้าหน้าที่มูลนิธิประชาร่วมใจที่เกิดเหตุข้างสวนยางดังกล่าวพบศพนายสุวิทย์ ยุติธรรม อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 36 หมู่ 9 ต.ท่าขึ้น อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช นอนหงายเสียชีวิตอยู่ในชุดเสื้อแขนสั้นสีขาว กางเกงยีนขายาวสีน้ำเงิน สภาพศพมีรอยไฟไหม้ตามเนื้อตัวและเสื้อผ้า คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2-3 ชั่วโมง ส่วนรอบๆ บริเวณที่เกิดเหตุพบมีร่องรอยการเผาต้นหญ้าแห้งเป็นวงกว้างจากการสอบสวนทราบว่านายสุวิทย์ มีอาชีพทำสวนยางพารา ก่อนเกิดเหตุได้ออกจากบ้านไปตั้งแต่ช่วงเช้าเพื่อไปเผาหญ้ารอบๆ สวนยางดังกล่าว ซึ่งคาดว่าขณะที่กำลังเผา ไฟได้ลุกไหม้อย่างรวดเร็วทำให้นายสุวิทย์ หนีไม่ทัน เนื่องจากป่วยเป็นโรคหัวใจอยู่ด้วย จึงสำลักควันทำให้เสียชีวิต กระทั่งญาติมาเจอศพในเวลาต่อมา ซึ่งหลังจากนี้จะส่งศพชันสูตร ก่อนมอบให้กับญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีทางศานาต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

แพทย์เตือน!! ผู้ติดสุรา ระวัง “หักดิบ” กระทันหันร่างกายปรับสภาพไม่ทัน

สุราเมื่อวันที่  24 ก.ค.  พญ.พันธุ์นภา กิตติรัตนไพบูลย์ ผู้จัดการแผนงานการพัฒนาระบบการดูแลผู้มีปัญหาการดื่มสุรา(ผรส.) และนักจิตแพทย์ กรมสุขภาพจิต กล่าวถึงกรณีข่าวชายวัย60ปี ชาวจังหวัดนครราชสีมา ตัดสินใจหักดิบเพื่อเลิกเหล้าเข้าพรรษา จนเกิดอาการช็อกเสียชีวิต ว่า จากข่าวที่ปรากฎการเสียชีวิตยังไม่สามารถสรุปได้ว่ามาจากสาเหตุการหยุดดื่มสุรา แต่อาจเกิดจากโรคแทรกซ้อนทางกายและปัญหาสุขภาพอื่นๆ บวกกับสภาพแวดล้อมการดูแลตัวเองด้วย ทั้งนี้จากข้อมูลศูนย์วิจัยปัญหาสุรา พบผู้มีปัญหาจากการดื่มสุราในไทย1.8ล้านราย ในจำนวนนี้ หากต้องการหยุดดื่มสามารถทำได้โดยไม่มีผลกระทบอะไร ขณะที่จำนวนผู้ติดสุรามีกว่า9แสนราย และต่ำกว่า50%หากหยุดดื่มถึงจะมีอาการขาดสุราและในจำนวนนี้มีเพียง2%เท่านั้นที่จะมีอาการขาดสุราในขั้นรุนแรง เช่น คนที่ดื่ม10แก้วต่อวัน ดื่มสุราขาวครึ่งขวดต่อวัน หรือดื่มได้ต่อเนื่องไม่รู้สึกมึนเมาสุราพญ.พันธุ์นภา กล่าวว่า อาการของผู้ที่ติดสุรา หากเข้ารับการบำบัด ช่วง3-5วันแรกอาการจะหนัก แต่เมื่อได้รับยาเพื่อทดแทนการขาดสุรา ยาคลายเครียดและวิตามินบีซึ่งแพทย์จะลดปริมาณลงเรื่อยๆ ประมาณ6-7วันจะดีขึ้น ส่วนผู้ที่ดื่มสุราที่มีอาการลงแดงที่รุนแรง จะเกิดขึ้นภายใน72ชั่วโมงหลังจากหยุดหรือลดปริมาณการดื่ม ถือเป็นอาการฉุกเฉินที่ต้องไปพบแพทย์ทันที เพราะร่างกายปรับสภาพไม่ทัน มีความเสี่ยงถึงขั้นเสียชีวิต อาการที่พบคือ จะหูแว่ว หลงผิด เกิดอาการชัก สับสนเพ้อคลั่ง สูญเสียความทรงจำระยะสั้น ประสาทหลอนคิดว่าจะมีใครมาทำร้าย อาจรุนแรงถึงขั้นทำร้ายตัวเองและคนอื่นได้ ซึ่งแพทย์ควรตรวจหาโรคที่เกิดจากสุรา เช่น โรคตับ และโรคหัวใจ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าการหยุดดื่มสุราทั้งช่วงเข้าพรรษา หรืองดดื่มทุกเทศกาลเป็นผลดีต่อสุขภาพ และการพบแพทย์เป็นวิธีป้องกันที่ดีที่สุด ซึ่งช่วงเข้าพรรษาทุกๆปีจะมีคนเริ่มเข้ารับการบำบัดเพิ่มขึ้น จึงขอให้ผู้ที่จะงดดื่มเอาชนะใจตัวเอง ครอบครัวควรส่งเสริมให้กำลังใจเฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด หากมีปัญหาจากการดื่มสุราสามารถปรึกษาสายด่วน กรมสุขภาพจิต1413หรือโรงพยาบาลทุกแห่งทั่วประเทศ

ที่มา>>>ข่าวสด