ผู้เป็นเบาหวานใช้ชีวิตง่ายขึ้นด้วย “แอปพลิเคชันแสดงผลค่าน้ำตาล”

ผู้เป็นเบาหวานใช้ชีวิตง่ายขึ้นด้วย “แอปพลิเคชันแสดงผลค่าน้ำตาล”เบาหวาน อาจฟังดูเป็นโรคที่คุ้นหู แต่รู้หรือไม่ว่าเบาหวานกลายเป็นโรคร้ายแรงที่ไม่ระบาดแต่กำลังคุกคามคนทั่วโลกอย่างหนัก จากข้อมูลที่รวบรวมโดยสมาพันธ์เบาหวานนานาชาติ (International Diabetes Federation – IDF) เมื่อเดือนธันวาคมปี พ.ศ. 2558 พบว่ามีจำนวนผู้เป็นเบาหวานทั่วโลกกว่า 415 ล้านคน และจะเพิ่มขึ้นไปถึง 600 กว่าล้านคน ในอีก 20 ปีข้างหน้า สำหรับประเทศไทยมีผู้เป็นเบาหวานถึง 4,025,100 ราย มีอัตราผู้เสียชีวิตอันเนื่องมาจากโรคเบาหวานมากถึงปีละเกือบ 76,000 ราย
สำหรับผู้เป็นเบาหวาน ความรู้ในการดูแลตนเองเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง องค์กรระดับโลกต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น สหพันธ์เบาหวานนานาชาติ (International Diabetes Federation, IDF) และสมาคมโรคเบาหวานสหรัฐอเมริกา (American Diabetes Association; ADA) ต่างให้แนวทางในการรักษาว่า ผู้เป็นเบาหวานควรจะทำการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตัวเองอย่างสม่ำเสมอทั้งก่อนและหลังอาหาร เพื่อจะได้ทราบถึงที่มาของค่าน้ำตาลจากอาหารที่รับประทานเข้าไป รู้จักการแปรผลค่าน้ำตาลด้วยตนเอง และใช้เป็นแนวทางในการเลือกรับประทานอาหารในแต่ละมื้อ ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมให้ผู้เป็นเบาหวานมีศักยภาพในการดูแลตนเอง และสามารถคุมเบาหวานได้อย่างมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น เมื่อถึงเวลาตรวจตามนัด ก็จะช่วยให้แพทย์มีข้อมูลเพียงพอในการวิเคราะห์แนวทางการรักษาที่เหมาะกับแต่ละคน

นอกจากข้อมูลอันเป็นประโยชน์ที่ได้จากเครื่องตรวจระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตนเองแล้ว ผู้เป็นเบาหวานยังสามารถส่ง SMS แจ้งผลค่าน้ำตาล ไปยังสมาร์ทโฟนของแพทย์หรือคนในครอบครัวได้ ทำให้ผู้ดูแลสามารถช่วยติดตามและตรวจเช็คผู้เป็นเบาหวานในเรื่องการปฏิบัติตนและรับประทานอาหาร เมื่อเห็นว่าภาวะน้ำตาลในเลือดอยู่ในระดับสูงหรือต่ำเกินไป
ด้วยฟีเจอร์ต่างๆ ที่อยู่ในแอปพลิเคชันแสดงผลค่าน้ำตาล ช่วยลดความยุ่งยากให้แก่ผู้เป็นเบาหวานได้อย่างมาก ทั้งยังรวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์ให้แก่แพทย์ ทำให้แพทย์จ่ายยาและรักษาโรคได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคแทรกซ้อนตามมา ส่งผลให้ผู้เป็นเบาหวานมีคุณภาพชีวิตที่ดีและใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับโรคเบาหวานได้อย่างมีความสุขและรู้เท่าทัน


“สำหรับชาวอ่างทอง ” สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ อ่างทอง ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO อ่างทอง ด้วยทีมงานมืออาชีพ‎

แพทย์เตือน!! ผู้ติดสุรา ระวัง “หักดิบ” กระทันหันร่างกายปรับสภาพไม่ทัน

สุราเมื่อวันที่  24 ก.ค.  พญ.พันธุ์นภา กิตติรัตนไพบูลย์ ผู้จัดการแผนงานการพัฒนาระบบการดูแลผู้มีปัญหาการดื่มสุรา(ผรส.) และนักจิตแพทย์ กรมสุขภาพจิต กล่าวถึงกรณีข่าวชายวัย60ปี ชาวจังหวัดนครราชสีมา ตัดสินใจหักดิบเพื่อเลิกเหล้าเข้าพรรษา จนเกิดอาการช็อกเสียชีวิต ว่า จากข่าวที่ปรากฎการเสียชีวิตยังไม่สามารถสรุปได้ว่ามาจากสาเหตุการหยุดดื่มสุรา แต่อาจเกิดจากโรคแทรกซ้อนทางกายและปัญหาสุขภาพอื่นๆ บวกกับสภาพแวดล้อมการดูแลตัวเองด้วย ทั้งนี้จากข้อมูลศูนย์วิจัยปัญหาสุรา พบผู้มีปัญหาจากการดื่มสุราในไทย1.8ล้านราย ในจำนวนนี้ หากต้องการหยุดดื่มสามารถทำได้โดยไม่มีผลกระทบอะไร ขณะที่จำนวนผู้ติดสุรามีกว่า9แสนราย และต่ำกว่า50%หากหยุดดื่มถึงจะมีอาการขาดสุราและในจำนวนนี้มีเพียง2%เท่านั้นที่จะมีอาการขาดสุราในขั้นรุนแรง เช่น คนที่ดื่ม10แก้วต่อวัน ดื่มสุราขาวครึ่งขวดต่อวัน หรือดื่มได้ต่อเนื่องไม่รู้สึกมึนเมาสุราพญ.พันธุ์นภา กล่าวว่า อาการของผู้ที่ติดสุรา หากเข้ารับการบำบัด ช่วง3-5วันแรกอาการจะหนัก แต่เมื่อได้รับยาเพื่อทดแทนการขาดสุรา ยาคลายเครียดและวิตามินบีซึ่งแพทย์จะลดปริมาณลงเรื่อยๆ ประมาณ6-7วันจะดีขึ้น ส่วนผู้ที่ดื่มสุราที่มีอาการลงแดงที่รุนแรง จะเกิดขึ้นภายใน72ชั่วโมงหลังจากหยุดหรือลดปริมาณการดื่ม ถือเป็นอาการฉุกเฉินที่ต้องไปพบแพทย์ทันที เพราะร่างกายปรับสภาพไม่ทัน มีความเสี่ยงถึงขั้นเสียชีวิต อาการที่พบคือ จะหูแว่ว หลงผิด เกิดอาการชัก สับสนเพ้อคลั่ง สูญเสียความทรงจำระยะสั้น ประสาทหลอนคิดว่าจะมีใครมาทำร้าย อาจรุนแรงถึงขั้นทำร้ายตัวเองและคนอื่นได้ ซึ่งแพทย์ควรตรวจหาโรคที่เกิดจากสุรา เช่น โรคตับ และโรคหัวใจ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าการหยุดดื่มสุราทั้งช่วงเข้าพรรษา หรืองดดื่มทุกเทศกาลเป็นผลดีต่อสุขภาพ และการพบแพทย์เป็นวิธีป้องกันที่ดีที่สุด ซึ่งช่วงเข้าพรรษาทุกๆปีจะมีคนเริ่มเข้ารับการบำบัดเพิ่มขึ้น จึงขอให้ผู้ที่จะงดดื่มเอาชนะใจตัวเอง ครอบครัวควรส่งเสริมให้กำลังใจเฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด หากมีปัญหาจากการดื่มสุราสามารถปรึกษาสายด่วน กรมสุขภาพจิต1413หรือโรงพยาบาลทุกแห่งทั่วประเทศ

ที่มา>>>ข่าวสด