ด่วน!!! เจอแล้วหนุ่มยุ่นหายลึกลับ พบเป็นศพจมแม่น้ำเจ้าพระยา แม่อยู่ที่ปาย-รู้ข่าวแทบช็อก

จากกรณที่นางอาซาโกะ ซึโบอิ มารดาของนายโซนัม ซึโบอิ อายุ 21 ปี นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น รวมทั้งพี่ชายและแฟนสาว เดินทางมาประเทศไทย เพื่อติดตามหาตัวนายโซนัม หลังจากหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2559 โดยทั้งครอบครัวมีความเป็นห่วงในสวัสดิภาพของนายโซนัมมาก เพราะไม่เคยหายตัวไปแบบนี้มาก่อน โดยเดินทางไปประสานตำนวจสภ.ปายให้ช่วยติดตามหาตัว เนื่องจากนายโซนัมเคยไปเที่ยวปายเมื่อ 2 ปีก่อนและช่วยธรรมชาติที่ปายมากๆล่าสุดเวลา 10.30 น. วันที่ 22 ม.ค. นางอาซาโกะ ซึโบอิ อายุ 57 ปี พร้อมกับสามีมาพบ พ.ต.อ.วรพล พลมณี ผกก. และ พงส.สภ.ปาย แจ้งว่าบุตรชายคือนายโซนัม ซึโบอิ อายุ 21 ปี ซึ่งเดินทางเข้ามาประเทศไทยเมื่อวันที่ 21 ธ.ค.59 และขาดการติดต่อไปตั้งแต่วันที่ 27 ธ.ค.59 โดยพบครั้งสุดท้ายที่โรงแรมย่านถนนข้าวสาร กทม.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ผู้แจ้งอยู่ที่สถานี พ.ต.อ.วรพล พลมณี ผกก.สภ.ปาย ได้รับโทรศัพท์จาก ผบก.ศูนย์สืบสวนสอบสวน บช.น. ว่าพบร่างนายโซนัมแล้วที่กรุงเทพ โดยศพนายโซนัมอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช จึงได้แจ้งให้นาวอาซาโกะทราบและจัดรถนำนางอาซาโกะพร้อมครอบครัวส่งสนามบินเชียงใหม่ต่อไป เพื่อเดินทางไปดูศพที่กรุงเทพต่อทันที โดยนางอาซาโกะ และสามีถึงกับร่ำไห้เมื่อทราบว่าพบศพลูกชายรายงานข่าวเปิดเผยว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่พบศพนายโซนัมตั้งแต่วันที่ 30 ธ.ค. โดยพบศพขึ้นอืดอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยา ช่วงท่าเรือรพ.ศิริราช เบื้องต้นไม่มีบาดแผล โดยเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบกล้องวงจรปิดในละแวกดังกล่าวว่าเป็นการถูกฆาตกรรม อุบัติเหตุ หรือฆ่าตัวตาย

ที่มา>>>ข่าวสด

ชาวประมงเกาะช้างพลิกวิกฤตช่วงมรสุม นำเรือหางยาวจับกุ้งแชบ๊วยได้วันละ100ก.ก.

 เมื่อวันที่ 26 ส.ค. ชาวประมงพื้นบ้านคลองสนหมู่ 3 ต.เกาะช้าง อ.เกาะช้าง จ.ตราด อาศัยโอกาสช่วงมรสุมที่มีคลื่นลมแรง นำเรือหางยาวออกจับกุ้งแชบ๊วยและกุ้งขาว บริเวณปากอ่าวคลองสน หลังพบกุ้งแชบ๊วยและกุ้งขาวมาเป็นฝูงขนาดใหญ่ที่บริเวณดังกล่าวจำนวนมาก โดยชาวประมงพื้นบ้านจะนำอวนพร้อมเรือหางยาว ไปวางในทะเลช่วงที่เห็นว่ามีฝูงกุ้งจับกลุ่มกันบริเวณผิวน้ำ โดยมีทั้งวางในช่วงกลางคืนและในช่วงเช้า เมื่อดึงอวนขึ้นมาจะมีกุ้งแชบ๊วยและกุ้งขาวติดอวนขึ้นมาจำนวนมาก ก่อนจะนำอวนขึ้นเรือเข้าฝั่ง ซึ่งพบว่าชาวบ้านสามารถจับกุ้งได้ลำละประมาณ 30-100 ก.ก. ซึ่งเป็นกุ้งแชบ๊วยขนาดใหญ่และกุ้งขาวจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีปลาหลายชนิดติดอวนมาด้วย ทำให้ชาวบ้านมีรายได้เฉลี่ย 1,000-2,000 บาทต่อวัน นายวรวัฒน์ สนนิวาสสรดี อายุ 50 ปี ชาวประมงพื้นบ้านคลองสน กล่าวว่า ช่วงประมาณปลายเดือนส.ค.-พ.ย.ของทุกปี จะมีกุ้งทะเล เช่น กุ้งขาว กุ้งแชบ๊วย ว่ายมากับกระแสคลื่นมาบริเวณอ่าวคลองสน และย่านหาดทรายขาวของเกาะช้างจำนวนมาก ซึ่งในปีนี้ฝูงกุ้งดังกล่าวมาเร็วกว่าทุกปี ตั้งแต่เริ่มเข้าสู่มรสุมเป็นต้นมา ช่วงที่มีคลื่นลมแรงและน้ำในทะเลขุ่น ก็จะพบฝูงกุ้งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยชาวประมงพื้นบ้านที่มีเรือไฟเบอร์ขนาดกว้าง 1 เมตร ยาวประมาณ 3-4 เมตร ติดตั้งเครื่องหางยาว จะนำอวนออกไปวางในทะเลเพื่อจับกุ้ง ซึ่งวันนี้ตนเองจับได้กุ้งแชบ๊วยและกุ้งขาวได้ประมาณ 40-50 ก.ก. โดยจะมีพ่อค้า-แม่ค้า และเจ้าของโรงแรม-รีสอร์ท-ร้านอาหาร มารับซื้อถึงบ้านในราคาก.ก.ละ 250 บาท

ที่มา>>>ข่าวสด

สาวแสบจัดฉากโดนอุ้ม ถ่ายคลิปตัวเองมัดมือปิดปากหลอกแม่ตัวเอง (คลิป)

เว็บไซต์ มิร์เรอร์ ของอังกฤษเผยแพร่คลิปของ น.ส.เจสซิกา จอห์นสัน อายุ 21 ปี หลังถูกลักพาตัวไปขังในห้องพักโรงแรม โดยมัดมือกับเตียงนอนและปิดปากด้วยเทปกาว ข่าวระบุว่า น.ส.เจสซิกา ถ่ายคลิปสภาพตัวเองแล้วส่งให้นางคริสตี ผู้เป็นแม่ หลังจากนั้น นางคริสตีรีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจ ซึ่งสามารถติดตามกระทั่งพบ น.ส.เจสซิกา ทรุดตัวหมดสติอยู่บนเตียงนอน จากการสอบสวน น.ส.เจสซิกา ให้การรับสารภาพภายหลังว่า คลิปดังกล่าวเป็นการจัดฉากขึ้นมา เพราะมีปัญหาส่วนตัวบางอย่าง จึงถูบจับกุมและตั้งข้อหาหลอกลวงเจ้าพนักงาน โดยวงเงินประกันตัวอยู่ที่ 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1,045,000 บาท)

   นางคริสตีโพสต์คลิปวิดีโอฝีมือลูกสาวทางเฟซบุ๊กว่า “ลูกช่างชั่วร้ายที่ส่งคลิปหลอกแม่และคนที่เป็นห่วงได้อย่างไรกัน”

ที่มา>>>ข่าวสด

อดีตเชฟสาวขนมหวานโรงแรมดังหันเปิดร้านขายโรตีแฟนซี รสชาติหลากหลายลูกค้าติดใจ

 เมื่อวันที่ 26 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีอดีตเชฟขนมหวานโรงแรมชื่อดังในกรุงเทพฯ หันมาเปิดร้านขายโรตีแฟนซีด้วยการดัดแปลงนำหน้าต่างๆ ทั้งคาวหวานมาทำขาย ลูกค้าต่างติดใจในรสชาติที่แปลกใหม่และอร่อย ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ร้านดังกล่าว พบกับนางรัชภรณ์ สินทวีสุข เจ้าของร้านขายโรตีดังกล่าว นางรัชภรณ์ กล่าวว่า ตนเบื่อความวุ่นวายและการจราจรที่ติดขัด จึงชวนสามีกลับมาอยู่บ้านที่จังหวัดราชบุรี ใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย อย่างชาวชนบทวิถีพอเพียง พร้อมกับเปิดร้านค้าเล็กๆ ในพื้นที่หมู่ที่ 11 ต.คุ้งพะยอม อ.บ้านโป่ง แต่ยังไม่ทิ้งฝีมือการทำขนม ด้วยการดัดแปลงหน้าร้านมาขายโรตีที่ไม่เหมือนใคร ทิ้งรูปลักษณ์โรตีแบบเดิมๆ ที่เราเคยรับประทาน ให้มีทั้งคาวและหวาน อาทิ โรตีหน้าพิซซ่า หน้าหมูแดง หน้าเบคอนมายองเนส หน้าช็อคโกแลตและครีม จนเป็นที่ติดอกติดใจของลูกค้า โดยโรตี เป็นอาหารที่ทำจากแป้ง มักนำไปทอด หรือปิ้งเป็นแผ่นบางๆ นิยมกินทั้งในแบบของหวาน และอาหารคาว อย่างแกงเขียวหวานหรือแกงมัสมั่น ซึ่งคนไทยเรามักคุ้นเคยกับโรตีทอด แล้วราดด้วยนมข้นและน้ำตาลทราย ขั้นตอนการทำแป้งโรตี จะมีส่วนผสมของแป้งอเนกประสงค์ ไข่แดง นมข้นหวาน เกลือ และน้ำเปล่า นวดให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วแบ่งปั้นเป็นลูกกลมๆ เคลือบหน้ากันแห้งด้วยเนยและน้ำมัน จากนั้นเมื่อลูกค้าสั่ง ก็จะนำมาตีให้เป็นแผ่นบางๆ ลงทอดกับน้ำมันและเนยด้วยไฟอ่อน รอจนกระทั่งเหลืองกรอบ ก็นำขึ้นมาหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ และปิดท้ายตกแต่งหน้าโรตีตามใจลูกค้า ซึ่งโรตีแฟนซีของพี่ต้อยจะขายด้วยราคาที่ย่อมเยา เด็กๆ ซื้อทานได้ในราคาแผ่นละ 10 บาท แต่หากใส่ไข่เพิ่มราคาเป็น 15 บาท ปัจจุบัน ลูกค้าของที่นี่จะเป็นเด็กและผู้สูงอายุในหมู่บ้าน โดยเฉพาะช่วงวันหยุด เสาร์ อาทิตย์ จะมีเด็กๆ นั่งออกกันอยู่หน้าร้าน เพื่อชมการโชว์ลีลาตีแป้ง และรอรับประทานโรตีหน้าต่างๆ กันอย่างเอร็ดอร่อย หรือจะขอซื้อแป้งโรตีสดไปทำเองที่บ้าน เป็นกิจกรรมครอบครัวในวันว่างก็สนุกไปอีกแบบ

ที่มา>>>ข่าวสด

12 ปีกรือเซะ! สงขลาเข้มความปลอดภัยสูงสุด 7 อำเภอ ป้องป่วน

ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยสูงสุด ในพื้นที่เสี่ยงทั้ง 7 อำเภอสงขลา เนื่องวันครบรอบ 12 ปี เหตุการณ์มัสยิดกรือเซะ เน้นย่านเศรษฐกิจ อ.หาดใหญ่ หลังพบความเคลื่อนไหวของแนวร่วมแฝงเข้าพื้นที่

เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 59 เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทั้งทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยสูงสุดในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ เนื่องวันครบรอบ 12 ปี เหตุการณ์มัสยิดกรือเซะ ซึ่งตรงกับวันที่ 28 เม.ย. เพื่อป้องกันการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์เพื่อก่อเหตุรุนแรง โดยเฉพาะการตรวจความมั่นคงก่อนเข้าตัวเมืองหาดใหญ่ ทั้ง 3 ด่าน ทั้งบนถนนกาญจนวนิช ถนนเพชรเกษม และถนนนิพัทธ์สงเคราะห์ มีการตรวจเข้มทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป้าหมาย บุคคลต้องสงสัยส่วนพื้นที่ชั้นในซึ่งเป็นย่านเศรษฐกิจ การค้าการท่องเที่ยว มีทั้งกำลัง อส. และตำรวจ คอยเฝ้าสังเกตการณ์และตรวจสอบรถต้องสงสัยทุกคันที่จอดบริเวณถนนย่านการค้าเพื่อความปลอดภัย รวมทั้งขอความร่วมมือทางห้างร้านและโรงแรม ให้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบรถต้องสงสัยทุกคันที่ผ่านเข้าออก โดยเฉพาะรถยนต์ที่ติดแก๊สห้ามนำเข้ามาจอดโดยเด็ดขาดเพื่อความปลอดภัยหลังจากที่ก่อนหน้านี้ในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ มีการแจ้งเตือนจากหน่วยข่าวความมั่นคง ให้เฝ้าระวังการแฝงตัวเข้ามาก่อเหตุของกลุ่มแนวร่วม โดยเฉพาะพื้นที่เศรษฐกิจ สถานที่ราชการ รวมทั้งย่านการค้า ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการตกเป็นเป้าหมายการก่อเหตุ เนื่องจากพบความเคลื่อนไหวของแนวร่วมกลุ่มของ นายเสรี แวมามุ เข้ามาในพื้นที่

นอกจากนี้ ในพื้นที่ อ.เมืองสงขลา อ.สะเดา รวมทั้ง 4 อำเภอชายแดนสงขลา ทั้ง อ.จะนะ อ.เทพา อ.นาทวี และ อ.สะบ้าย้อย ก็มีมาตรการคุมเข้มรักษาความปลอดภัยสูงสุดตลอด 24 ชั่วโมง เช่นกัน.

ที่มา>>>Thairath

[wpdevart_like_box profile_id=”504378419709527″ connections=”show” width=”300″ height=”550″ header=”small” cover_photo=”show” locale=”en_US”]