เพลิงโหมไหม้วอด โรงงานเม็ดพลาสติกสมุทรสาคร หลังคาทรุดถล่ม เสียหายกว่า 5 ล้านบาท

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 29 ก.ย. พ.ต.ท.บุญเอื้อ จันทร์กล้า สารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองสมุทรสาคร รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บริษัทบุญเกื้อพลาสติก เลขที่ 25/25 หมู่ 3 ต.นาดี อ.เมือง จ.สมุทรสาคร จึงประสานรถดับเพลิงจากเทศบาลตำบลนาดีและพื้นที่ใกล้เคียง ก่อนรุดไปตรวจสอบพร้อมพ.ต.ท.สถิตย์ คงเนียม รอง ผกก.ป. และผู้เกี่ยวข้องอีกจำนวนหนึ่งDCIM100MEDIAที่เกิดเหตุเป็นโรงงานผลิตเม็ดพลาสติก ลักษณะอาคารชั้นเดียว อยู่บนเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่เศษ พบกลุ่มควันและแสงเพลิงพวยพุ่งออกจากตัวอาคาร เจ้าหน้าที่จึงเร่งฉีดน้ำสกัดกั้นโดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ ตรวจสอบพบไฟไหม้แผ่นพลาสติกเก่า ซึ่งไว้สำหรับทำเม็ดพลาสติก และเครื่องจักรกล 1 เครื่อง เสียหายทั้งหมด ระหว่างนั้นตัวอาคารเกิดทรุดตัวลงมาเนื่องจากถูกไฟไหม้อย่างหนัก201609291858405-20110512164222จากการสอบสวนนายบุญเกื้อ จ้องกวาง อายุ 52 ปี เจ้าของโรงงาน เล่าว่า โรงงานแห่งนี้เป็นโรงงานแห่งที่สองของบริษัทฯ และเพิ่งจะเปิดทดลองเดินเครื่องผลิตเม็ดพลาสติกเป็นครั้งแรก ซึ่งมีคนงานมาทดลองเครื่องอยู่ 3 คน ในช่วงที่กำลังทดลองเครื่องอยู่นั้นปรากฏว่าเครื่องหยุดทำงาน ตนจึงให้คนงานออกมานั่งข้างนอกก่อน เพื่อให้เครื่องได้พักสักระยะหนึ่ง แต่เพียงแค่ครู่เดียวปรากฏว่ามีประกายไฟเกิดขึ้นที่สายไฟฟ้าภายในอาคาร และมีสะเก็ดไฟตกลงมาที่แผ่นพลาสติกเก่า จนเกิดไฟลุกไหม้ท่วมขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงได้รีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่มาช่วยดับไฟ ซึ่งก็คาดว่าสาเหตุน่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ส่วนค่าเสียหายเบื้องต้นไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท201609291858403-20110512164222ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่วิทยาการ จากกองพิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.สมุทรสาคร มาตรวจสอบหาสาเหตุการเกิดไฟไหม้ที่แท้จริงต่อไป201609291858292-20110512164222

ที่มา>>>ข่าวสด

 

ระทึก!ศรีนครินทร์ไฟเผาวอดบริษัททำรองเท้าแบรน์ดัง เลขาฯสาวติดในลิฟต์ถูกคลอกย่างสดสยอง

 เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 13 ก.ย. ร.ต.อ.พลากร ถนอมพันธ์ รอง สว.(สอบสวน) สน.คลองตัน รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้อาคารพาณิชย์ ส่งผลให้มีผู้ได้รับอาการบาดเจ็บติดค้างภายในลิฟต์ ตั้งอยู่ระหว่าง ซอยศรีนครินทร์ 20-22 ถนนศรีนครินทร์ แขวงและเขตสวนหลวง กทม. จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วยพ.ต.อ.กิตติกร บุญสม รอง ผบก.น.5 ร.ต.อ.สุทัศน์ ฐานบำรุง รอง สวป.สน.คลองตัน และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ก่อนประสานรถน้ำจากสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร จำนวน 5 คัน เข้าช่วยฉีดน้ำ ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์สูง 6 ชั้น ปลูกติดเรียงกันหลายคูหา บริเวณชั้นที่ 6 ของอาคารเลขที่ 906-908 ซึ่งเปิดเป็นบริษัท เลเธอร์ แคเลอรี่ จำกัด ประกอบกิจการผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์รองเท้าและกระเป๋าหนัง ภายใต้แบรนด์ ST.JAMES, TREND, GINZ พบแสงเพลิงกำลังพวยพุ่ย โหมกระหน่ำอยู่ที่บริเวณชั้นดังกล่าวเสียหายทั้งชั้น เจ้าหน้าที่ต้องเร่งช่วยกันฉีดน้ำสกัดกั้น ซึ่งระหว่างนั้นทราบว่ามีผู้ติดค้างอยู่ภายในลิฟต์บริเวณชั้นที่ 5 จึงประสานนำอุปกรณ์เครื่องมือตัดถ่าง เพื่อให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนโดยใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง จนสามารถนำตัวผู้บาดเจ็บออกมาได้ ทราบชื่อต่อมาคือ น.ส.นฤมล จึงรัตนนากุล อายุ 38 ปี ตำแหน่งเลขานุการของบริษัท อยู่ในอาการนอนหมดสติถูกไฟคลอกตามทั่วร่างกาย ก่อนทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นพร้อมทั้งเร่งนำส่งโรงพยาบาลวิภาราม เพื่อรักษาอาการ แต่ผู้บาดเจ็บทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา  สอบสวนน.ส.รจนา เรืองศิริ อายุ 36 ปี หัวหน้าแผนกตรวจสอบคุณภาพสินค้า ให้การว่า โดยก่อนเกิดเหตุเมื่อช่วงเวลา 07.00 น. ที่ผ่านมา ตนเดินทางเข้ามาเปิดบริษัทเพื่อรอให้พนักงานทั้งหมดจำนวนกว่า 50 ราย เข้ามาทำงานกันตามปกติในช่วงเวลา 09.00 น. ระหว่างนั้นตนได้กลิ่นเหม็นไหม้จากชั้นบน จึงตัดสินใจขึ้นลิฟต์ไปดูที่ชั้น 3 แต่ก็ยังไม่พบแสงเพลิงจึงลงมาชั้นล่าง เพื่อนำกุญแจขึ้นไปเปิดห้องเก็บเอกสารที่อยู่บริเวณชั้นที่ 6 เมื่อเดินขึ้นไปตรวจสอบอีกครั้งก็พบแสงเพลิงกำลังพวยพุ่งโหมกระหน่ำอย่างรุนแรง จึงใช้ถังดับเพลิงเคมีฉีดสกัดกั้น แต่ก็ไม่สามารถดำเนินการได้จึงรีบวิ่งลงมา ขณะนั้นเมื่อมาถึงบริเวณชั้นที่ 5 ตนได้ยินเสียงมีคนเคาะประตูลิฟต์จากด้านใน จึงรีบวิ่งลงมาด้านล่าง ก่อนแจ้งให้ทางเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า สาเหตุเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่ปลั๊กไฟ ซึ่งติดอยู่กับฝาผนังก่อนลุกลามกล่องสินค้าที่วางอยู่บริเวณชั้นที่ 6 ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า มีพื้นที่เสียหายทั้งหมดประมาณ 40 ตารางเมตร หลังจากนี้จะประสานให้ทางเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อสรุปหาสาเหตุที่แท้จริงพร้อมทั้งประเมินค่าความเสียหายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ไฟไหม้ระทึก!! วอด 8 หลังรวด กลางซอยเพิ่มสิน 4 คาดไฟฟ้าลัดวงจร

เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 16 ส.ค. ร.ต.ท.คณิตนนท์ ถนอมศรี รองสารวัตร (สอบสวน) สน.บางเขน รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ภายในซอยเพิ่มสิน 4 แขวงคลองถนน เขตสายไหม กทม. จึงประสานหน่วยดับเพลิง และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู รุดเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุเป็นทาวน์เฮ้าท์ปลูกติดกันฝั่งละ 10 หลัง พบกลุ่มควันและแสงเพลิงพวยพุ่งออกมาจากบ้านเลขที่ 448/8 ซึ่งเป็นของนายสัตวแพทย์อินทร์ทยุต พันวงศ์ราช อายุ 40 ปี อาชีพสัตวแพทย์ จากนั้นได้ลุกลามไปยังบ้านข้างเคียง เจ้าหน้าที่จึงเร่งใช้น้ำฉีดสกัดกั้น จนสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ จากการตวรจสอบพบว่ามีบ้านเรือนเสียหายไป 8 หลังคาเรือนจากการสอบสวนทราบว่าช่วงเกิดเหตุบ้านหลังดังกล่าวไม่มีใครอยู่ ระหว่างนั้นเพื่อนบ้านก็เห็นแสงไฟพวยพุ่งออกมาจากระเบียงชั้นที่ 2 ของตัวบ้าน จึงตะโกนให้เพื่อนบ้านช่วยกันมาดับไฟ แต่ก็ไม่สามารถดับได้ ก่อนประสานเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าสาเหตุน่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร หลังจากนี้จะได้ให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตวรจสอบหาสาเหตุของเพลิงไหม้ที่แท้จริง ก่อนดำเนินการต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ผุดโครงการเสายิ้มเคลียร์สายไฟสื่อสารปรับแลนด์มาร์คเมืองโคราช

 เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 27 ก.ค. นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมนายกิตติ จริยมานะ ผู้อำนวยการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขต 3 (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) จ.นครราชสีมา และนายธนาคม วิมลฉัตรเวที ประธานสภาเทศบาลนคร (ทน.) นครราชสีมา ร่วมเปิดโครงการ “เสายิ้ม” จัดระเบียบสายสื่อสารโทรคมนาคม ทุกประเภทที่พาดสายบนเสาไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค พร้อมปล่อยขบวนรถปฏิบัติการของทีมช่างหน่วยงานโอเปอเรเตอร์ และเจ้าหน้าที่บริษัทผู้ประกอบการสายสื่อสาร และเคเบิ้ลทีวีกว่า 200 คน ระดมกำลังกันตระเวนปรับปรุง เสา สายไฟฟ้า ติดตั้งคอนเหล็ก และมัดรวบสายสื่อสาร ลิดรอนกิ่งไม้ใกล้แนวสายไฟฟ้า เพื่อเป็นการปรับภูมิทัศน์ริมถนนสายหลักในตัวเมือง ทั้ง 37 เส้นทางให้สวยงาม มีความสะอาด มีระเบียบ ส่งผลให้บรรยากาศ และทัศนียภาพเสาไฟฟ้าที่ตั้งบริเวณริมถนนรอบลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) ตามถนนราชดำเนินไปถึงถนนชุมพล ระยะทาง 16 กม. และบริเวณถนนมหาดไทย ถึงแยกธนาคารออมสิน 0.16 กม. ให้เกิดความสวยงามมากขึ้น สมกับเป็นโคราชเมืองสะอาด แลนด์มาร์คแห่งประตูสู่อีสานต้อนรับแขกบ้าน แขกเมือง อย่างภาคภูมิ รวมทั้งสร้างจิตสำนึกที่ดีขององค์กรที่มีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคม พร้อมทั้งลดความเสี่ยงจากไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายกับประชาชน ทั้งเสี่ยงต่อการเกิดเพลิงไหม้ และเตรียมพร้อมสำหรับในอนาคตจ.นครราชสีมา จะดำเนินการนำสายไฟฟ้าลงใต้ดิน ตามโครงการพัฒนาระบบไฟฟ้าในเมืองใหญ่

ที่มา>>>ข่าวสด